สรรพสามิต เร่งชง ครม. เคาะภาษีคาร์บอน-สร้างเกณฑ์เก็บภาษีแบต EV
สรรพสามิตแจง 1-2 เดือนเร่งชง ครม. เคาะภาษีคาร์บอน ยันไม่กระทบประชาชนแน่นอน พร้อมลุยยกเครื่องภาษีแบตเตอรี่ EV สร้างเกณฑ์คุณภาพเป็นหลัก ชี้หากอึดทนทาน ใช้นาน ขนาดใหญ่ อาจเก็บภาษีน้อยกว่า 8% พร้อมเผยยอดจัดเก็บ 9 เดือน โต 4 แสนล้านบาท พุ่งจากช่วงเดียวกันปีก่อน
วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างการเร่งพิจารณาภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ซึ่งในระยะยาวจะเป็นฐานภาษีตัวใหม่ที่เข้ามาช่วยเสริมบทบาทของกรมที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
โดยขณะนี้ได้ดำเนินการพิจารณาเรื่องภาษีคาร์บอนไปแล้ว 80-90% หลักการ คือ กรมจะเข้ามาช่วยสร้างกลไกราคาคาร์บอน ซึ่งภาษีคาร์บอนจะแทรกอยู่ในภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และการดำเนินการในช่วง 2 ปีแรก ยืนยันว่าจะไม่ให้กระทบกับประชาชนอย่างแน่นอน เช่น ปัจจุบันเก็บภาษีน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6.44 บาทต่อลิตร
ซึ่งตามมาตรฐานโลก ประเทศที่เก็บภาษีคาร์บอน จะอยู่ที่ 0.0027 ตันคาร์บอนต่อลิตร โดยระดับดังกล่าวจะไม่กระทบกับประชาชน และไม่กระทบกับรายได้ของกรมอย่างแน่นอน
“ตอนนี้อยู่ระหว่างเร่งพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ ภายใน 1-2 เดือนนี้ กรมกำลังพยายามอยู่ มองว่าประโยชน์ของภาษีคาร์บอน ไม่เพียงแต่จะทำให้ประชาชนตระหนักรู้ว่าเราปล่อยคาร์บอนกันคนละเท่าไหร่
แต่ในมิติของโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่งสินค้าไปยังยุโรปก็จะได้ประโยชน์ด้วย โดยกรมอยู่ระหว่างการเจรจากับกระทรวงพาณิชย์ ถึงกรณีที่โรงงานต่าง ๆ เช่น โรงงานเหล็กซื้อน้ำมันดีเซลไปหลอมเหล็กเพื่อส่งไปยุโรป ซึ่งหากปริมาณน้ำมันที่ใช้มีการเสียภาษีคาร์บอนกับกรมแล้ว ก็อยากให้สามารถนำไปหักกลบกับภาษี CBAM ที่ยุโรปจะเก็บในต้นปี 2569 ด้วย และจากการพูดคุยกับโรงกลั่นบางเจ้า ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายเอกนิติกล่าว
อย่างไรก็ดี กรมยังต้องศึกษาแนวทางดึงดูดการลงทุนแบตเตอรี่ ซึ่งกําลังพิจารณาอยู่ มองว่าคงต่ำกว่า 8% เบื้องต้นกำหนดว่า หากผลิตแบตเตอรี่มาตรฐาน อึดทนทาน ใช้นาน ขนาดใหญ่ เก็บภาษีน้อย หากผลิตแบตเตอรี่ คุณภาพลดลงเก็บภาษีสูงขึ้น เพื่อใช้มาตรการภาษีเป็นแรงจูงใจ ซึ่งเป็นหลักเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นอีกโปรเจ็กต์ที่จะศึกษาอย่างละเอียด
จะเป็นอีกอันนึงที่บทบาทใหม่ของกรมสรรพสามิตเรื่อง ESG หากทำเรื่องก็ทํา EV เสร็จแล้วจะเริ่มมาทําเรื่องแบตเตอรี่ต่อไป โดยจะเตรียมเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาเร็ว ๆ นี้ ในขั้นต่อไป
ทั้งนี้สำหรับภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 2567 (ต.ค. 66-มิ.ย. 67) ว่า กรมสามารถจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 3.94 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 4 หมื่นล้านบาท หรือ 12.3% มากกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 1-2%
แต่ต้องยอมรับว่ายังต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน ทำให้กรมสูญเสียรายได้ราว 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งภาษีน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของการจัดเก็บรายได้ของกรมทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการจัดเก็บภาษีรถยนต์ที่ต่ำกว่าเป้าหมายราว 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลดภาษีสรรพสามิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จาก 8% เหลือ 2% โดยภาษีรถอีวีมีสัดส่วน 10% ของภาษีรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่อีก 90% ของภาษีรถยนต์นั้น เป็นผลมาจากภาพรวมตลาดรถยนต์ที่หดตัวลงอย่างแรง โดยยอดการผลิตรถยนต์ลดลงจากปีก่อนราว 30%
อีกทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้ขอสินเชื่อให้ปรับตัวลดลง โดยภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั้น คิดเป็น 20% ของการจัดเก็บรายได้ของกรมทั้งหมด ตลอดจนการชะลอตัวลงของภาษีสรรพสามิตยาสูบ ซึ่งรายได้หายไปประมาณ 8 พันล้านบาท
“ต้อมยอมรับตรง ๆ ว่า เรายังเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่จะพยายามให้เต็มที่ โดยมั่นใจว่าสิ้นปีงบประมาณ 2567 การจัดเก็บรายได้ของกรมจะเติบโตราว 12-13% จากปีก่อน ซึ่งจะมีการเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บรายได้มากขึ้นเพื่อมาชดเชยส่วนที่หายไปให้ได้มากที่สุด
โดยปัจจุบันมีรายได้จากภาษีเครื่องดื่มที่ขยายตัวดี ประมาณ 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รวมถึงภาษีสุรา ภาษีเบียร์ ภาษีสนามกอล์ฟ ภาษีสถานบริการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น เชื่อว่าตรงนี้จะมีส่วนเข้ามาช่วยเสริม” นายเอกนิติกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรรพสามิต เร่งชง ครม. เคาะภาษีคาร์บอน-สร้างเกณฑ์เก็บภาษีแบต EV
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net