โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรรพสามิต เร่งชง ครม. เคาะภาษีคาร์บอน-สร้างเกณฑ์เก็บภาษีแบต EV

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2567 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2567 เวลา 01.08 น.

สรรพสามิตแจง 1-2 เดือนเร่งชง ครม. เคาะภาษีคาร์บอน ยันไม่กระทบประชาชนแน่นอน พร้อมลุยยกเครื่องภาษีแบตเตอรี่ EV สร้างเกณฑ์คุณภาพเป็นหลัก ชี้หากอึดทนทาน ใช้นาน ขนาดใหญ่ อาจเก็บภาษีน้อยกว่า 8% พร้อมเผยยอดจัดเก็บ 9 เดือน โต 4 แสนล้านบาท พุ่งจากช่วงเดียวกันปีก่อน

วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างการเร่งพิจารณาภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ซึ่งในระยะยาวจะเป็นฐานภาษีตัวใหม่ที่เข้ามาช่วยเสริมบทบาทของกรมที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก

โดยขณะนี้ได้ดำเนินการพิจารณาเรื่องภาษีคาร์บอนไปแล้ว 80-90% หลักการ คือ กรมจะเข้ามาช่วยสร้างกลไกราคาคาร์บอน ซึ่งภาษีคาร์บอนจะแทรกอยู่ในภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และการดำเนินการในช่วง 2 ปีแรก ยืนยันว่าจะไม่ให้กระทบกับประชาชนอย่างแน่นอน เช่น ปัจจุบันเก็บภาษีน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6.44 บาทต่อลิตร

ซึ่งตามมาตรฐานโลก ประเทศที่เก็บภาษีคาร์บอน จะอยู่ที่ 0.0027 ตันคาร์บอนต่อลิตร โดยระดับดังกล่าวจะไม่กระทบกับประชาชน และไม่กระทบกับรายได้ของกรมอย่างแน่นอน

“ตอนนี้อยู่ระหว่างเร่งพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ ภายใน 1-2 เดือนนี้ กรมกำลังพยายามอยู่ มองว่าประโยชน์ของภาษีคาร์บอน ไม่เพียงแต่จะทำให้ประชาชนตระหนักรู้ว่าเราปล่อยคาร์บอนกันคนละเท่าไหร่

แต่ในมิติของโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่งสินค้าไปยังยุโรปก็จะได้ประโยชน์ด้วย โดยกรมอยู่ระหว่างการเจรจากับกระทรวงพาณิชย์ ถึงกรณีที่โรงงานต่าง ๆ เช่น โรงงานเหล็กซื้อน้ำมันดีเซลไปหลอมเหล็กเพื่อส่งไปยุโรป ซึ่งหากปริมาณน้ำมันที่ใช้มีการเสียภาษีคาร์บอนกับกรมแล้ว ก็อยากให้สามารถนำไปหักกลบกับภาษี CBAM ที่ยุโรปจะเก็บในต้นปี 2569 ด้วย และจากการพูดคุยกับโรงกลั่นบางเจ้า ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายเอกนิติกล่าว

อย่างไรก็ดี กรมยังต้องศึกษาแนวทางดึงดูดการลงทุนแบตเตอรี่ ซึ่งกําลังพิจารณาอยู่ มองว่าคงต่ำกว่า 8% เบื้องต้นกำหนดว่า หากผลิตแบตเตอรี่มาตรฐาน อึดทนทาน ใช้นาน ขนาดใหญ่ เก็บภาษีน้อย หากผลิตแบตเตอรี่ คุณภาพลดลงเก็บภาษีสูงขึ้น เพื่อใช้มาตรการภาษีเป็นแรงจูงใจ ซึ่งเป็นหลักเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นอีกโปรเจ็กต์ที่จะศึกษาอย่างละเอียด

จะเป็นอีกอันนึงที่บทบาทใหม่ของกรมสรรพสามิตเรื่อง ESG หากทำเรื่องก็ทํา EV เสร็จแล้วจะเริ่มมาทําเรื่องแบตเตอรี่ต่อไป โดยจะเตรียมเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาเร็ว ๆ นี้ ในขั้นต่อไป

ทั้งนี้สำหรับภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 2567 (ต.ค. 66-มิ.ย. 67) ว่า กรมสามารถจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 3.94 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 4 หมื่นล้านบาท หรือ 12.3% มากกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 1-2%

แต่ต้องยอมรับว่ายังต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน ทำให้กรมสูญเสียรายได้ราว 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งภาษีน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของการจัดเก็บรายได้ของกรมทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการจัดเก็บภาษีรถยนต์ที่ต่ำกว่าเป้าหมายราว 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลดภาษีสรรพสามิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จาก 8% เหลือ 2% โดยภาษีรถอีวีมีสัดส่วน 10% ของภาษีรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่อีก 90% ของภาษีรถยนต์นั้น เป็นผลมาจากภาพรวมตลาดรถยนต์ที่หดตัวลงอย่างแรง โดยยอดการผลิตรถยนต์ลดลงจากปีก่อนราว 30%

อีกทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้ขอสินเชื่อให้ปรับตัวลดลง โดยภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั้น คิดเป็น 20% ของการจัดเก็บรายได้ของกรมทั้งหมด ตลอดจนการชะลอตัวลงของภาษีสรรพสามิตยาสูบ ซึ่งรายได้หายไปประมาณ 8 พันล้านบาท

“ต้อมยอมรับตรง ๆ ว่า เรายังเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่จะพยายามให้เต็มที่ โดยมั่นใจว่าสิ้นปีงบประมาณ 2567 การจัดเก็บรายได้ของกรมจะเติบโตราว 12-13% จากปีก่อน ซึ่งจะมีการเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บรายได้มากขึ้นเพื่อมาชดเชยส่วนที่หายไปให้ได้มากที่สุด

โดยปัจจุบันมีรายได้จากภาษีเครื่องดื่มที่ขยายตัวดี ประมาณ 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รวมถึงภาษีสุรา ภาษีเบียร์ ภาษีสนามกอล์ฟ ภาษีสถานบริการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น เชื่อว่าตรงนี้จะมีส่วนเข้ามาช่วยเสริม” นายเอกนิติกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรรพสามิต เร่งชง ครม. เคาะภาษีคาร์บอน-สร้างเกณฑ์เก็บภาษีแบต EV

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...