โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บทความนี้เขียนเพื่อบอกว่า ‘คุณจะโอเค’ แม้จะไม่เก่งเรื่องที่ถนัดอีกต่อไป

The Momentum

อัพเดต 10 ก.ค. 2567 เวลา 20.01 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2567 เวลา 10.45 น. • THE MOMENTUM

ในครึ่งปีที่ผ่านมามีหนังหรือซีรีส์เรื่องไหนที่หลังดูจบ คุณกลับหันย้อนมามองถึงตัวเองมากที่สุด

สำหรับผู้เขียน Blue Giantแอนิเมชันที่ดัดแปลงมาจากมังงะชื่อเดียวกัน ผลงานกำกับของ ยูซุรุ ทาชิคาวะ (Yuzuru Tachikawa) คือหนึ่งในไม่กี่ผลงานในตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ที่ทำให้รู้สึกและตระหนักถึงบางสิ่งภายในตัวที่เปลี่ยนลงไปอย่างช้าๆ

เล่าโดยย่อ แอนิเมชันเรื่องนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของ ได มิยาโมโตะ หนุ่มมัธยมปลาย ช่วงเวลาที่ความฝันยังแรงกล้า ผู้มีเป้าหมายอยากเป็นนักดนตรีแจ๊ซ และเป่าแซกโซโฟนได้เก่งที่สุดของโลก จึงเกิดเป็นเรื่องราวของการต่อสู้ ไล่ล่า เพื่อทำให้ความฝันที่ดูเหนือจริงเกิดขึ้นกับตัวเขา

‘มุมานะ พยายาม และมิตรภาพระหว่างผองเพื่อน’ เหล่านี้เป็นแก่นหลักของแอนิเมชันที่หากพูดกันตรงๆ เราต่างได้พบเจอเรื่องราวทำนองนี้ผ่านหนังและแอนิเมชันจากสื่อบันเทิงในญี่ปุ่น (ที่มีจุดแข็งในการบอกเล่าเรื่องราวประเภทนี้) มาโดยตลอด

ทว่าเส้นเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนสนใจใน Blue Giantกลับเป็นชีวิตของ ซาวาเบะ ยูกิโนริ นักเปียโน หนึ่งในสมาชิกวง JASS ของมิยาโมโตะ ตัวเอกของเรื่อง

หากมิยาโมโตะคือตัวละครประเภทสูตรสำเร็จที่ไต่เต้าจาก 0 ไปถึง 100 ชวนให้ผู้ชมติดตามและเอาใจช่วย ยูกิโนริคือขั้วตรงกันข้าม เขาเป็นนักเปียโนพรสวรรค์ที่เก่งกาจมาตั้งแต่จำความได้ ฝีมือของเขาเป็นที่ยอมรับและพูดถึงอยู่ตลอด จนกระทั่งการเข้ามาของมิยาโมโตะที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด

ทำให้ยูกิโนริไม่ได้กลายเป็นคนที่เก่งที่สุดในดนตรีแจ๊ซอีกต่อไป

แม้ผู้เขียนไม่ใช่นักดนตรีแจ๊ซ หรือเข้าใจหัวอกของนักดนตรีอย่างถึงเลือดถึงเนื้อขนาดนั้น แต่กับภาวะ ‘ไม่ได้เก่งเหมือนเดิมอีกแล้ว’ ผู้เขียนแทบจะเป็นผู้ประสบภัยในเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งแน่นอนว่า ปัจจุบันในหลายๆ เรื่องก็ยังคงเป็นปมที่แก้ไม่หาย ไม่รู้จะไปหาทางออกจากไหน ยังคงเป็นเหมือนวันที่ยูกิโนริถูกผู้จัดการของคลับแจ๊ซชื่อดังในญี่ปุ่นพูดใส่หน้าว่า

“ใช้ไม่ได้ ไม่น่าสนใจ ไม่แปลกใหม่”

ผู้เขียนในฐานะคนผลิตงานสร้างสรรค์ ในวันนี้ 3 คำดังกล่าวกระแทกหัวใจอยู่ไม่น้อย มันรุนแรงจนถึงขั้นต้องไปลองพยายามค้นหาดูว่า ภาวะเช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเราได้อย่างไร และจะหาทางออกให้กับมันได้อย่างไรบ้าง

สิ่งหนึ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือคำว่า เก่ง ไม่เก่ง หรือถนัดและไม่ถนัด สุดท้ายแล้วแต่ละคนก็มีฟิลเตอร์หรือกฎเกณฑ์ที่จะใช้กำหนดแตกต่างกันไป ซึ่งแน่นอนว่าฟิลเตอร์ที่จะใช้วัดเส้นแบ่งทั้ง 2 ขั้วได้ชัดเจนที่สุดคือ การเปรียบเทียบกับคนอื่นว่า เธอเก่งกว่าฉัน ฉันเก่งกว่าเธอกันแน่

ในมุมนี้ ผู้เขียนเคยได้ลองค้นหาและพยายามหาคำตอบให้กับตัวเอง โดยเปรียบเทียบกับหนึ่งกิจกรรมที่ทำอยู่ตลอดอย่างการปีนผา จนสุดท้ายได้ค้นพบแล้วว่า วิธีการง่ายๆ ที่จะทำให้ตัวเองเลิกเปรียบเทียบได้ คือการมองคนอื่นเป็นพวกเดียวกับเรา และหันมาเริ่มแข่งขันและเปรียบเทียบกับตัวเองจะดีกว่า

แต่นั่นก็นำมาสู่อีกความท้าทายหนึ่งคือ การแข่งขันกับตัวเอง ที่ในวันนี้ผู้เขียนได้เจอกับตัว

ปัจจุบันผู้เขียนกำลังประสบปัญหาอาการบาดเจ็บทางร่างกาย จนทำให้การฝึกซ้อมหรือทำกิจกรรมที่มุ่งมั่นตั้งใจอยู่ออกมาไม่ได้ดีเท่าที่ควร จนเกิดอาการ Fear of Missing Out (FOMO) กล่าวคือนอกจากร่างกายที่ถดถอยลงแล้ว ตลอดเวลาที่บาดเจ็บยังเกิดภาวะทางจิตใจที่มักจะคิดแต่เพียงว่า ตัวเองจะไม่ได้เก่ง มีความสามารถ หรือฟิต เท่ากับตัวเองในเมื่อก่อนแล้ว

หากจะให้หาต้นตอ คงต้องกลับไปตั้งคำถามว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ตัวเองจำเป็นต้องรู้สึกว่า เป็นคนเก่ง จะอ่อนแอ จะถอยหลังไม่ได้อยู่ตลอดเช่นนี้

ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Neuron อธิบายว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีอาการเสพติดความสำเร็จอยู่เสมอ คือสิ่งที่เป็นรางวัลของชีวิตอย่าง โดปามีน (Dopmine) ที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุข เพราะหากในมุมกลับกันสารที่เราได้มาตามธรรมชาตินี้เอง ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เราต้องค้นหา ความสำเร็จที่มากกว่าเดิมอยู่เสมอ

ซึ่งหากเมื่อใดที่เราทำไม่ได้ หรือเพียงแค่รู้สึกทำไม่ได้แล้ว โดปามีนที่เคยได้ลิ้มรสอย่างที่เป็นมา เราก็จะไม่ได้สัมผัสมันอีกต่อไป

ดังนั้นตัวแปรนี้คือเหตุผลที่ทำให้เรายังไล่ล่าความสำเร็จกันอย่างหน้ามืดตามัว ไม่ยอมลดละ หรือปรานีให้กับตัวเองแม้แต่น้อย

ในท้ายที่สุด แม้เราจะไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติของชีววิทยา ไปอดกลั้นหรือกระตุ้นการหลั่งสารเคมีของร่างกายได้ แต่การได้รู้เท่าทันภาวะทางอารมณ์ของตัวเอง ก็จะเป็นหนึ่งวิธีที่ทำให้เราสามารถเข้าใจและยอมรับ ความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองในวันนี้ได้มากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...