“บิ๊กเต่า” รับแชทหลุด “เสี่ยโจ้” ของจริง จ่อหมายจับเพิ่ม 3-4 ราย
รองผบช.ก.นำทีมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรือน้ำมันหาย ยอมรับแชทหลุด "เสี่ยโจ้" สนทนาตำรวจน้ำเป็นของจริง ส่วนโพยจ่ายส่วย 1 ล้าน เป็นของเก่าปี 55 พร้อมตัดพ้อแม้ทำตรงไปตรงมายังถูกสังคมสงสัย ด้าน "เอนก" จ่อออกหมายจับผู้บงการลักเรือน้ำมันเพิ่มอีก 3-4 ราย
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง โฆษก ตร. , พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน. และ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีการสืบสวนสอบสวนกรณีการตรวจยึดเรือบรรทุกน้ำมันของกลางที่หลบหนีไป
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายทางราชการ ซึ่งในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะมีการรวมสำนวนมาไว้ที่ บช.ก.รวมถึงเรื่องแชทไลน์ที่หลุดด้วย เบื้องต้น ตนเองจะเป็นคนกำกับดูแลการสอบสวนเอง ย้ำว่าทำอย่างตรงไปตรงมาและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่สนว่ายศใหญ่แค่ไหน เพราะถือว่าเป็นการตบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนเองยอมไม่ได้บ้านเมืองมีขื่อมีแปร ทุกคนต้องปฎิบัติตามกฎหมาย ส่วนเรื่องแชทไลน์ที่หลุดออกมา จากการตรวจสอบ เชื่อว่าเป็นแชทจริง
โดยเป็นการสนทนาระหว่างข้าราชการตำรวจ 4-6 นาย ซึ่ง 1 ในนั้น เป็นทหารเรือ เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันกับตัวเอง ก่อนที่จะมีการโอนย้ายไปเป็นตำรวจน้ำ ส่วนที่เหลืออีก 5 คน แบ่งเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 2 คน รองผู้บังคับการ สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 2 นาย ผู้กำกับการ 1
พร้อมยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยตัวเองในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน อยากเรียกร้องให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอหน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจที่ถูกกล่าวหาเพื่อพิสูจน์ความจริง ซึ่งส่วนนี้จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะพิจารณา ว่าคณะกรรมการชุดใดจะมีความเหมาะสม
ด้าน พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยเรื่องโพยส่วย ที่มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดการจ่ายเงิน ให้กับ 10 หน่วยงานซึ่ง 1 ในนั้นปรากฏ ข้อมูลว่ามีการจ่ายเงินให้กับผู้บังคับการตำรวจน้ำ 1 ล้านบาท ว่า เอกสารที่พบเป็นเอกสารเก่าที่เคยมีการตรวจยึดได้มานานแล้วเมื่อปี พ.ศ.2555 ที่มีการตรวจยึดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ส่วนจะจริงหรือไม่ ตัวเองไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเนื่องจากเป็นหน่วยงานของตัวเองแต่ยินดีให้หน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจสอบ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากตัวเองเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง จึงอยากขอความเป็นธรรม ส่วนกรณีที่มีข้าราชการตำรวจน้ำปล่อยให้เรือของกลางดังกล่าวหายนั้นจากการตรวจสอบพบ ข้าราชการ 3 นาย มีความบกพร่องทำให้ราชการเสียหายอย่างรุนแรง หลังจากนี้จะส่งผลสรุปให้ สำหรับน้ำมันของกลางที่ตรวจพบในเรือ 3 ลำ คงเหลืออยู่ที่ 18,000 ลิตร
ขณะที่ พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่าในการสืบสวนสอบสวน แบ่งออกเป็น2คดี คดีแรกการจับกุมเรือน้ำมันเถื่อน อยู่ในความรับผิดชอบของ บก.ปอศ. และ อัยการสูงสุดเนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร กองบังคับการปราบปราม มีหน้าที่ในการสืบสวนขยายผลและนำพยานหลักฐานไปสนับสนุน
ส่วนคดีที่สองเกี่ยวกับเรื่องเรือหาย ทางกองบังคับการปราบปราม เป็นผู้ควบคุม วันนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 รายไปฝากขังเรียบร้อยแล้ว ส่วนการขยายผลผู้ต้องหาที่นำเรือทั้ง 3 ลำและน้ำมันไปขาย เพื่อหาคนที่เกี่ยวข้องว่ามีใครบ้าง ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกองปราบกำลังเร่งรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเสนอศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องที่อยู่เบื้องหลังซึ่งเป็นผู้สั่งการให้นำเรือออกไป ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่ามีผู้กระทำความผิดอีก 3-4 ราย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ ส่วนจะมีนาย จ. ด้วยหรือไม่ ขอไม่ระบุตัวบุคคลว่าเป็นใคร โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยเร็วที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews