โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บิ๊กเต่า” รับแชทหลุด “เสี่ยโจ้” ของจริง จ่อหมายจับเพิ่ม 3-4 ราย

INN News

อัพเดต 20 มิ.ย. 2567 เวลา 16.44 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2567 เวลา 09.44 น. • INN News

รองผบช.ก.นำทีมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรือน้ำมันหาย ยอมรับแชทหลุด "เสี่ยโจ้" สนทนาตำรวจน้ำเป็นของจริง ส่วนโพยจ่ายส่วย 1 ล้าน เป็นของเก่าปี 55 พร้อมตัดพ้อแม้ทำตรงไปตรงมายังถูกสังคมสงสัย ด้าน "เอนก" จ่อออกหมายจับผู้บงการลักเรือน้ำมันเพิ่มอีก 3-4 ราย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง โฆษก ตร. , พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน. และ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีการสืบสวนสอบสวนกรณีการตรวจยึดเรือบรรทุกน้ำมันของกลางที่หลบหนีไป

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายทางราชการ ซึ่งในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะมีการรวมสำนวนมาไว้ที่ บช.ก.รวมถึงเรื่องแชทไลน์ที่หลุดด้วย เบื้องต้น ตนเองจะเป็นคนกำกับดูแลการสอบสวนเอง ย้ำว่าทำอย่างตรงไปตรงมาและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่สนว่ายศใหญ่แค่ไหน เพราะถือว่าเป็นการตบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนเองยอมไม่ได้บ้านเมืองมีขื่อมีแปร ทุกคนต้องปฎิบัติตามกฎหมาย ส่วนเรื่องแชทไลน์ที่หลุดออกมา จากการตรวจสอบ เชื่อว่าเป็นแชทจริง

โดยเป็นการสนทนาระหว่างข้าราชการตำรวจ 4-6 นาย ซึ่ง 1 ในนั้น เป็นทหารเรือ เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันกับตัวเอง ก่อนที่จะมีการโอนย้ายไปเป็นตำรวจน้ำ ส่วนที่เหลืออีก 5 คน แบ่งเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 2 คน รองผู้บังคับการ สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 2 นาย ผู้กำกับการ 1

พร้อมยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยตัวเองในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน อยากเรียกร้องให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอหน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจที่ถูกกล่าวหาเพื่อพิสูจน์ความจริง ซึ่งส่วนนี้จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะพิจารณา ว่าคณะกรรมการชุดใดจะมีความเหมาะสม

ด้าน พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยเรื่องโพยส่วย ที่มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดการจ่ายเงิน ให้กับ 10 หน่วยงานซึ่ง 1 ในนั้นปรากฏ ข้อมูลว่ามีการจ่ายเงินให้กับผู้บังคับการตำรวจน้ำ 1 ล้านบาท ว่า เอกสารที่พบเป็นเอกสารเก่าที่เคยมีการตรวจยึดได้มานานแล้วเมื่อปี พ.ศ.2555 ที่มีการตรวจยึดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนจะจริงหรือไม่ ตัวเองไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเนื่องจากเป็นหน่วยงานของตัวเองแต่ยินดีให้หน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจสอบ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากตัวเองเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง จึงอยากขอความเป็นธรรม ส่วนกรณีที่มีข้าราชการตำรวจน้ำปล่อยให้เรือของกลางดังกล่าวหายนั้นจากการตรวจสอบพบ ข้าราชการ 3 นาย มีความบกพร่องทำให้ราชการเสียหายอย่างรุนแรง หลังจากนี้จะส่งผลสรุปให้ สำหรับน้ำมันของกลางที่ตรวจพบในเรือ 3 ลำ คงเหลืออยู่ที่ 18,000 ลิตร

ขณะที่ พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่าในการสืบสวนสอบสวน แบ่งออกเป็น2คดี คดีแรกการจับกุมเรือน้ำมันเถื่อน อยู่ในความรับผิดชอบของ บก.ปอศ. และ อัยการสูงสุดเนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร กองบังคับการปราบปราม มีหน้าที่ในการสืบสวนขยายผลและนำพยานหลักฐานไปสนับสนุน

ส่วนคดีที่สองเกี่ยวกับเรื่องเรือหาย ทางกองบังคับการปราบปราม เป็นผู้ควบคุม วันนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 รายไปฝากขังเรียบร้อยแล้ว ส่วนการขยายผลผู้ต้องหาที่นำเรือทั้ง 3 ลำและน้ำมันไปขาย เพื่อหาคนที่เกี่ยวข้องว่ามีใครบ้าง ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกองปราบกำลังเร่งรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเสนอศาลออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องที่อยู่เบื้องหลังซึ่งเป็นผู้สั่งการให้นำเรือออกไป ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่ามีผู้กระทำความผิดอีก 3-4 ราย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ ส่วนจะมีนาย จ. ด้วยหรือไม่ ขอไม่ระบุตัวบุคคลว่าเป็นใคร โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยเร็วที่สุด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...