โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Business Today Thai Politics 1 สิงหาคม 2567

Businesstoday

อัพเดต 01 ส.ค. 2567 เวลา 18.44 น. • เผยแพร่ 01 ส.ค. 2567 เวลา 11.44 น. • Businesstoday

นายกฯ รับลงทะเบียนดิจิทัลวอเล็ตวันแรก อาจไม่ราบรื่น

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนสนใจเข้าร่วมแอพพลิเคชันทางรัฐเป็นจำนวนมากจนทำให้แอพพลิเคชันล่ม ว่า เดี๋ยวต้องไปดู และเมื่อคืนก็ได้เจอกับนายพิชัย ชุณหวชิระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจนถึงเวลาดึก ซึ่งมีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ว่าต้องดูแลระบบให้ดี และพยายามสื่อสารให้ประชาชนทราบว่าแอพพลิเคชันเปิดแล้ว

ส่วนที่โพสต์ข้อความผ่าน x ระบุว่า ให้ประชาชนทยอยลงทะเบียน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันแรกเป็นธรรมดาที่ต้องขรุขระบ้าง แต่พยายามทำให้ดีที่สุด ส่วนการย้ายทะเบียนบ้านจะตอบโจทย์ในเรื่องการขยายเศรษฐกิจในชุมชนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็สามารถทำได้ แต่ตนมองว่าเป็นเรื่องของความยุ่งยากมากกว่า และถ้าเกิดถามความเห็นส่วนตัวก็ยกตัวอย่างว่า อยากให้คนจังหวัดหนองบัวลำภูใช้ในจังหวัดหนองบัวลำภูมากกว่า เพราะเรื่องนี้ดีไซน์มาให้เป็นแบบนั้น มิเช่นนั้นทุกคนจะกระจุกตัวใช้ในเมืองใหญ่ ๆ และเมืองที่มีแรงงานสูงไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ก็เป็นเมืองที่ได้รับความเจริญอยู่แล้ว จุดประสงค์หลักของดิจิทัลวอลเล็ตคือต้องการกระจายความเจริญไปในทุก ๆ ภูมิภาค

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 วงเงิน 122,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ขอบคุณสมาชิกได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฯ ให้

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าโครงการฯ จะราบรื่นใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็จะพยายามทำต่อไปเรื่อย ๆ หากใครมีข้อสงสัยหรือคำถามเราก็ต้องชี้แจงกันไป

นายกฯ ติดตามความพร้อมป้องกันน้ำท่วม กทม.

วันนี้ (1 สิงหาคม 2567) ณ ห้องประชุมชีนิมิตร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการป้องกันและรับมือน้ำท่วม โดยมีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและแผนการรับมือน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดังนี้ ปริมาณน้ำฝนสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2567 จำนวน 634.0 มม. น้อยกว่าค่าเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ 21.8% ส่วนการรับมือเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมบริเวณจุดเสี่ยงน้ำท่วม จำนวน 737 แห่งประกอบด้วย 1.ดำเนินการล้างท่อระบายน้ำ จำนวน 4,260 กิโลเมตร 2.ดำเนินการล้างคลอง จำนวน 1,956 กิโลเมตร 3.ดำเนินการขุดลอกคลอง จำนวน 217 กิโลเมตร

นอกจากนั้น กรุงเทพฯ ได้เตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ ดังนี้ 1.สถานีสูบน้ำ จำนวน 195 แห่ง 2.บ่อสูบน้ำจำนวน 376 แห่ง 3.ประตูระบายน้ำจำนวน 248 แห่ง ส่วนภาพรวมผลการดำเนินการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำเหนือหลากและน้ำหนุนทะเล ดำเนินการเสร็จแล้ว ทั้งสิ้น 64 แห่ง จากทั้งหมด 120 แห่ง

ภายหลังรับฟังบรรยายสรุปฯ นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายว่า เนื่องจากปีนี้มีปรากฏการณ์ลานีญา ทำให้ปริมาณฝนตกมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคอีสาน ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่กรุงเทพมหานครในช่วงเดือนนี้ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ดังนั้น รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร จึงต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนและในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ

นายกรัฐมนตรีกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ กทม. และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง กทม. เฝ้าระวังและประกาศเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เตรียมช่วยเหลือประชาชนในเหตุการณ์เฉพาะหน้าทั้งกรณีน้ำท่วมและการระบายน้ำ จัดหาพื้นที่แก้มลิงเพื่อรองรับน้ำที่รอการระบาย พร้อมรับมือน้ำเหนือหลากและน้ำทะเลหนุน รวมถึงการควบคุมปริมาณน้ำในคลองต่างๆ ให้เกิดความเหมาะสม เช่น การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง การขุดลอกท่อระบายน้ำ และทางน้ำไหล การขจัดขยะและวัชพืชตามท่อระบายน้ำต่างๆ

เพื่อให้ไม่เกิดปัญหาติดขัดกรณีที่มีฝนตกในพื้นที่ในจำนวนมาก โดยเน้นย้ำให้ กทม. ต้องร่วมมือกับทางหน่วยงานปกครอง (ปภ) กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรนน้ำ ตลอดจนหน่วยงานความมั่นคง สนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ในทุกมิติ โดยเฉพาะในพื้นที่สุ่มเสี่ยง และชุมชนแออัด ซึ่งคาดว่าจะเกิดน้ำท่วมอย่างแน่นอน ขอให้ กทม.กำหนดจุด วางแผน เตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือ พร้อมเฝ้าระวัง แก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

“เศรษฐา” จ่อพา ‘ทูตสหรัฐฯ’ ลงพื้นที่ภาคเหนือ แก้ยาเสพติด

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้มีการคุยเรื่องยาเสพติด นายรอเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก (Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทย ก็มาพบตน หน่วยงานด้านยาเสพติดของสหรัฐฯ ก็ประสานงานกับ ป.ป.ส. อยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ลงไปในพื้นที่มากนัก ถ้าเกิดตนมีโอกาสลงภาคเหนือปลายเดือนนี้ ก็จะเชิญไปด้วย ไม่เฉพาะปริมาณยาบ้าที่เพิ่มขึ้น เฮโรอีนก็เพิ่มขึ้น4เท่าตัว ปลายทางคือออสเตรเลีย กับสหรัฐฯ

วันนี้ก็จะไปดูปัญหาเรื่องน้ำท่วม และในเรื่องของอาชญากรรมออนไลน์เราก็ให้ความสำคัญ เป็นเรื่องซับซ้อน มีเทคโนโลยีและเพื่อนบ้านมาเกี่ยวข้องด้วย จากการไปประชุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สัปดาห์ที่แล้ว จะมีการตั้งคณะกรรมการจากทุกภาคส่วนเข้ามา จะพยายามตั้งให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อทำงานอย่างบูรณาการทุกภาคส่วน เพราะต้องการการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วน ไม่เช่นนั้น แก้ไขลำบาก อย่างที่พวกคุณเสนอข่าวกันไป เสียหายกันไป โดนหลอกกันไปวันละเท่าไหร่

โดยความคืบหน้า2อย่างจากการประสานงานกับทางกัมพูชา มีการพูดคุยกันระหว่าง ผบ.ตร. 2ประเทศ โดยสัปดาห์หน้าหรือปลายสัปดาห์นี้ฝ่ายไทยจะเดินทางไปกัมพูชาเพื่อพูดคุยกัน และในเดือนก.ย. ตนอาจเดินทางไปคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะเป็นเรื่องใหญ่

เราโฟกัสที่ จ.น่านและจ.ร้อยเอ็ด ต้องให้เป็นจังหวัดสีขาวให้ได้ภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้ จุดหลักคือการเอ็กซเรย์ทุกคน ตรวจปัสสาวะ จับเข้ากระบวนการ ทางมหาดไทยก็ต้องก็ช่วยเยอะขึ้น เพราะบางจังหวัดทำได้ดีเกินคาด แต่บางจังหวัดยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ควรจะเป็นอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ก็รับปากจะมีการกำชับ

“วันชัย” ชี้ “อนุทิน” หมดสิทธิ์เป็นนายกฯ

วันชัย สอนศิริ อดีตสว. แสดงความเห็นต่อกรณีการเปลี่ยนตัวนายกฯ หากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง ที่หลายฝ่ายมองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจ มีโอกาสรับตำแหน่ง ว่า ตามหน้ากระดานการเมืองไทย มีแค่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเท่านั้น

ส่วนกรณีที่วิเคราะห์ว่า นายอนุทิน จะได้รับตำแหน่งนายกฯ แทนนั้น ตนมองว่า พรรคภูมิใจไทย มี 70 เสียง ไม่สามารถทำให้นายกอนุทิน ได้เป็นนายกฯ ได้ รวมไปถึงกรณีที่มองว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะได้รับตำแหน่ง แต่พรรคพลังประชารัฐมี สส. เพียง 40 คน แม้นำพรรคภูมิใจไทย รวมกับพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ จะมี สส.เพียง 140 คนเท่านั้น

“นายอนุทินไม่มีสิทธิเป็นนายกฯได้ เพราะพรรคเพื่อไทยและทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่มีทางยอมให้นายอนุทินได้เป็นเพราะนายกฯมีอำนาจยุบสภา ปรับครม. ปรับพรรคร่วมรรัฐบาล แต่หากนายอนุทินเข้าสังกัดพรรคเพือไทย แทนอยู่กับนายเนวิน ชิดชอบ อาจมีความเป็นไปได้ที่จะได้เป็นนายกฯ” นายวันชัย วิเคราะห์

ส่วนพล.อ.ประวิตร ที่มีสส. 40 คน ตนมองว่าไม่ต่างกับนายอนุทิน เมื่อนายอนุทินไม่มีสิทธิ พล.อ.ประวิตรจะมีสิทธิได้อย่างไร ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า อาจให้สว.สีน้ำเงินช่วย แต่ปัจจุบัน สว.ไม่มีอำนาจโหวตนายกฯ ได้แล้ว ดังนั้นจึงเป็นการพูดไปเรื่อยที่จะให้ สว.โหวตนายอนุทินเป็นนายกฯ

“กมธ.นิรโทษกรรม” ชี้ คดีม.112 อ่อนไหว แนะสภาฯ คิดให้ดีก่อนล้างผิด

นิกร จำนง เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจาารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงที่สภาฯ ว่า กมธ.ได้ส่งรายงานดังกล่าวต่อสภาฯ แล้ว โดยมีประเด็นที่เป็นผลสรุปสำคัญ อาทิ ช่วงเวลานิรโทษกรรม กำหนดไว้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2548 ถึงปัจจุบัน

โดยกำหนดคำนิยามการกระทำที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง คือ การกระทำที่มีพื้นฐานมาจากความคิดที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง หรือต้องการบรรลุเป้าหมายทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งหรือเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง

สำหรับคดีที่ได้รับการนิรโทษกรรม กำหนดให้เป็นคดีหลัก คดีรองและคดีที่มีความอ่อนไหว อย่างไรก็ดีในรายงานได้กำหนดบัญชีแนบท้ายไว้ด้วย ทั้งนี้ในรายงานมีการเสนอเป็นข้อสังเกตในสาระสำคัญซึ่งจะต้องให้สภาฯ เห็นชอบ ซึ่งกมธ. มีข้อสังเกตทั้งสิ้น 6 ประเด็น คือ

  • ครม.ควรพิจารณารายงานของ กมธ. เพื่อนำไปเป็นแนวทางการตรา พ.ร.บ. โดยเร็ว รวมถึงออกนโยบาย มาตรการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม
  • ข้อมูลที่ควรใช้เป็นหลักในการพิจารณาคือ ข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรม เนื่องจากเป็นข้อมูลที่มีการรวบรวมสถิติไว้อย่างเป็นระบบ ชัดเจนและในแต่ละฐานความผิดยังสมควรต้องสืบค้นจำนวนผู้กระทำความผิดมาประกอบการพิจารณาด้วย
  • ความผิดเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 และมาตรา 112 นั้น เป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว
  • โดยหลักการเห็นว่า ไม่ควรนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามมาตรา 288 และมาตรา 289 แต่การจะนิรโทษกรรมคดีใดไม่ควรพิจารณาจากข้อหาเพียงอย่างเดียว เพราะอาจมีคดีที่ผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ปกติ หรือถูกกลั่นแกล้งว่ากระทำความผิด เพราะผู้ถูกดำเนินคดีไม่มีเจตนากระทำผิด หรือไม่มีผู้เสียชีวิตจริง ในกรณีนี้ควรให้มีการสืบพยานเพื่อให้ทราบว่าผู้ถูกดำเนินคดีเป็นผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่
  • สภาฯ ควรมีข้อสังเกตไปยัง ครม. ว่าในระหว่างที่ยังไม่มีการตรา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สมควรที่ ครม.จะกำหนดนโยบายให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมดำเนินการตามกลไกของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมตามแนวทางที่กมธ.เสนอ
  • การกำหนดให้ผู้ได้รับนิรโทษกรรมได้รับสิทธิที่ต้องสูญเสียไปโดยผลของคำพิพากษากลับคืนมา สามารถกระทำได้โดยต้องกำหนดไว้ในกฎหมายอย่างชัดแจ้งว่าจะคืนสิทธิใดบ้าง และเมื่อการนิรโทษกรรมที่จะเกิดขึ้นนี้มุ่งหมายในการคลี่คลายประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้น จึงควรคืนสิทธิทางการเมืองให้กับผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรม
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...