อิหร่านส่งสัญญาณอ่อนข้อสหรัฐฯ ยอมผ่อนปรนดีลนิวเคลียร์ หวังผลักดันการยกเลิกคว่ำบาตร-รับรองสิทธิเสริมยูเรเนียม
อิหร่านส่งสัญญาณเตรียมยื่นข้อเสนอใหม่ ยอมผ่อนปรนโครงการนิวเคลียร์บางส่วน หวังแลกกับการที่สหรัฐอเมริกายกเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และรับรองสิทธิเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างสันติ
เมื่อวานนี้ (22 กุมภาพันธ์) เจ้าหน้าที่เตหะรานระดับสูงเปิดเผยกับ Reuters ว่า อิหร่านกำลังพิจารณายื่นข้อเสนอใหม่ต่อสหรัฐฯ โดยใช้แนวทางผสมผสานเพื่อแลกกับการยกเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และการรับรองสิทธิเสริมสมรรถนะยูเรเนียมอย่างสันติ ได้แก่ การส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงที่สุดออกนอกประเทศครึ่งหนึ่ง, ลดระดับความเข้มข้น และเข้าร่วมกลไกระดับภูมิภาคด้านการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุว่า อิหร่านยังเสนอให้บริษัทสหรัฐฯ เข้ามาเป็นผู้รับเหมาในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซขนาดใหญ่ของประเทศ พร้อมเผยว่า ในการเจรจาครั้งก่อน สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่มาก ทั้งขอบเขตและลำดับขั้นการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร
“ภายใต้ข้อเสนอทางเศรษฐกิจที่กำลังเจรจา สหรัฐฯ ยังได้รับข้อเสนอให้เข้ามาลงทุนอย่างจริงจัง และมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ในอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่าน” เจ้าหน้าที่กล่าว
ปัจจุบัน Reuters สอบถามความคิดเห็นเพิ่มเติมไปยังทำเนียบขาว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด
สำหรับผลการเจรจาครั้งล่าสุด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์ในรายการ Face the Nation ของ CBS News โดยยังเชื่อว่า สหรัฐฯ และเตหะรานจะแก้ไขข้อพิพาทด้วยวิธีทางการทูต บนพื้นฐานที่ทั้งสองประเทศจะได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยอิหร่านกำลังจัดทำร่างข้อตกลง และส่งให้ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ พิจารณาภายในไม่กี่วันข้างหน้า
“เรายังคงทำงานในประเด็นเหล่านั้น และพยายามจัดทำองค์ประกอบที่สามารถตอบโจทย์ความกังวลและผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย เมื่อเราพบกันอีกครั้งที่เจนีวาในวันพฤหัสบดีนี้ (26 กุมภาพันธ์) เราจะทำงานบนเงื่อนไขเหล่านี้ จัดทำร่างข้อตกลงที่ดี และบรรลุดีลอย่างรวดเร็ว”
ขณะที่วิตคอฟฟ์ให้สัมภาษณ์ผ่าน Fox News ว่า ทรัมป์สงสัยท่าทีของอิหร่าน เพราะสหรัฐฯ เสริมกำลังทางทหารทางทะเลทั้งภูมิภาค แต่เหตุใดเตหะรานจึงไม่ยอมจำนน หรือบอกตรงๆ ว่า ไม่ต้องการการใช้กำลัง
“ภายใต้แรงกดดันเช่นนี้ ด้วยกำลังทางทะเลและกองเรือที่เรามีอยู่ในภูมิภาค ทำไมพวกเขาไม่เข้ามาหาเราและบอกว่า ‘เราไม่ต้องการอาวุธ นี่คือสิ่งที่เราพร้อมจะทำ’ แต่ดูเหมือนจะยากที่จะทำให้พวกเขาไปสู่จุดนั้น”
ก่อนหน้านี้ The Wall Street Journal รายงานว่า สหรัฐฯ ระดมกำลังทางอากาศในตะวันออกกลางมากที่สุดนับตั้งแต่การบุกอิรักปี 2003 ขณะที่ New York Times เผยว่า วอชิงตันวางกำลังเตรียมพร้อมโจมตีอิหร่านได้ทุกเมื่อ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทรัมป์
ปัจจุบัน สหรัฐฯ ร้องให้อิหร่านยกเลิกการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (Zero Enrichment) และจำกัดขีปนาวุธพิสัยไกล ขณะที่เจ้าหน้าที่เตหะรานยืนยันว่า แม้จะเปิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่จะไม่ให้สหรัฐฯ ควบคุมทรัพยากรน้ำมันและแร่ธาตุของประเทศ
แฟ้มภาพ: Dado Ruvic / Reuters