หมดกันต้นแบบโลก!ฮิวแมนไรท์สับ'ทรัมป์'ในฐานะปธน.สหรัฐฯ ทำลายประชาธิปไตยหันไปเชิดชู'เผด็จการ'
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โจมตีเสาหลักต่างๆในระบอบประชาธิปไตยของอเมริกา จากคำเตือนของกลุ่มสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอตช์ ระบุในรายงานประจำปีที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ(4ก.พ.) อ้างการปราบปรามคนเข้าเมือง ข่มขู่คุกคามสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งและนโยบายอื่นๆของผู้นำจากรีพับลิกันรายนี้
ในรายงานประจำปี ที่ทบทวนแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนทั่วโลกในประเทศต่างๆมากกว่า 100 แห่งทั่วโลก หัวหน้าของกลุ่มสิทธิมนุษยชนเสรีชื่อดังแห่งนี้ที่มีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก ระบุ สหรัฐฯภายใต้การนำรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถอยตัวเองออกห่างจากการให้การสนับสนุนสิทธิมนุษยชนทั่วโลก และไม่ได้แค่ยกย่องชื่นชมพวกผู้ปกครองเผด็จการชื่อดังต่างๆนานาเท่านั้น แต่ยังแทบไม่ใคร่ใส่ใจควบคุมยับยั้งคนเหล่านี้อีกด้วย
ฟิลิปป์ โบโลเปียน ผู้อำนวยการบริหารของฮิวแมนไรท์วอทช์ ชี้ว่าเวลานี้วอชิงตันกำลังช่วยเหลือประเทศต่างๆอย่างเช่นรัสเซียและจีน ในการบ่อนทำลายสิทธิมนุษยชน "ในปี 2026 การต่อสู้เพื่ออนาคตของสิทธิมนุษยชนจะปรากฏผลอย่างชัดเจนที่สุดในสหรัฐฯ ซึ่งจะมันก่อผลกระทบต่อชาติอื่นๆที่เหลือในโลกใบนี้"
โบโลเปียน บอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่า "เรากำลังเห็นรูปแบบสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรมากๆในสหรัฐฯ และการเสื่อมทรามลงรวดเร็วมากๆของคุณภาพประชาธิปไตยในประเทศแห่งนี้"
ทางทำเนียบขาวออกมาตอบโต้รายงานดังกล่าว ระบุฮิวแมนไรท์วอตช์ กำลังเป็นโรค "วิตกจริตทรัมป์' และโจมตีประธานาธิบดีรายนี้ มาตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งแล้ว "ประธานาธิบดีทรัมป์ทำเพื่อมนุษยชนมากกว่าที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนฝ่ายซ้ายแห่งนี้ที่ได้รับเงินทุนจากโซรอสเคยทำมาเสียอีก ด้วยการยุติสงคราม 8 สงคราม ปกป้องชีวิตนับไม่ถ้วน ปกป้องเสรีภาพทางศาสนา ยุติการใช้อำนาจรัฐเป็นอาวุธของไบเดน และอื่นๆ" อันนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาวกล่าว
จอร์จ โซรอส มหาเศรษฐีการเงินและผู้บริจาครายใหญ่ของเดโมแครต เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนแก่กองทุน Open Society Foundations ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมอบเงินช่วยเหลือแก่ฮิวแมนไรท์วอตช์
ในรายงานอ้างคำกล่าวของ โบโลเปียน ระบุต่อว่ารัฐบาลทรัมป์พึ่งพาแนวคิดเหยียดเชื้อชาติ และนำนโยบายและวาทกรรมต่างๆที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ชาตินิยมผิวขาวมาใช้
โปโลเปียน วิพากษ์วิจารณ์ ทรัมป์ ต่อการปฏิบัติอย่างเลวร้ายกับพวกคนเข้าเมืองและผู้ขอลี้ภัย, สังหารผู้คน 2 รายในมินนีอาโปลิส และเนรเทศผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนไปยังเรือนจำแห่งหนึ่งในเอลซัลวาดอร์ ที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ด้านสภาพแวดล้อมอันเลวร้าย เช่นเดียวกับพฤติกรรมอื่นๆในการปราบปรามคนเข้าเมือง
วาระปราบปรามคนเข้าเมืองอย่างแข็งกร้าวของทรัมป์ เป็นประเด็นหาเสียงสำคัญที่ช่วยให้เขาได้รับชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี 2024
นอกเหนือจากสหรัฐฯ รายงานของฮิวแมนไรท์วอตช์ ยังประณามกรณีเจ้าหน้าที่จีนปฏิเสธอย่างเป็นระบบต่อเสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพทางศาสนาและสิทธิอื่นๆ ส่วนรัสเซียยกระดับปราบปรามฝ่ายเห็นต่างและภาคประชาสังคมหนักหน่วงขึ้น ขณะที่กองกำลังอิสราเอลยกระดับโจมตีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
(ที่มา:รอยเตอร์)
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO