โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโผ 17 หุ้น mai กำไรปี 68 โตเกิน 100% ชู JSP พุ่งเฉียด 14 เท่าตัว

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” รายงานว่าจากการรวบรวมข้อมูลผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) พบว่า ในปี 2568 มีบริษัทจดทะเบียนจำนวน 17 บริษัท ที่มีกำไรสุทธิเติบโตมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการและความสามารถในการสร้างกำไรของธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม ดังรายละเอียดปรากฏตามตารางประกอบ

สำหรับบริษัทที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิสูงสุด ได้แก่ บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP โดยมีกำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 67.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4.52 ล้านบาท ในปี 2567 หรือเติบโต 1,399.98%

ด้านนายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานบริษัท JSP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 1,010 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.5% จากปีก่อนที่มีรายได้ 824.49 ล้านบาท แม้ว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ท้าทายจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถสร้างความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคในฐานะแบรนด์ที่มีกระบวนการผลิตตามมาตรฐานโรงงานระดับสากล พร้อมคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพในทุกผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ กำไรของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 405 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 304.99 ล้านบาท ตามทิศทางรายได้ที่ขยายตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 67.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,399.8% จากปีก่อนที่ 4.53 ล้านบาท นับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับงวดดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.0474 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 28 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 รวมทั้งกำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 29 เมษายน 2569

สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่น้อยกว่า 7–10% จากปีก่อน โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ Own Brand เป็น 62% จากเดิม 55% ผ่านแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การทำตลาดเชิงรุก และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

รองลงมาคือ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE มีกำไรสุทธิ 591.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 91.23 ล้านบาท หรือเติบโต 547.91% โดยในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 2,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 2,913.58 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่สร้างเสร็จเพิ่มขึ้นอีก 1 โครงการ คือ The Title Legendary Bang-Tao ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2568

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังมีรายได้อื่นในปี 2568 จำนวน 69.73 ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้จากการรับบริหารนิติบุคคลอาคารชุด รายได้จากการเปลี่ยนสัญญา รวมถึงรายได้จากการยึดเงินจองและเงินดาวน์ของลูกค้าที่ผิดสัญญา เป็นต้น

ขณะที่บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ SALEE มีกำไรสุทธิ 33.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6.58 ล้านบาท หรือเติบโต 413.15% โดยในปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีรายได้ 1,284 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 11%

สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับงานรับจ้างผลิต (OEM) ของบริษัทแม่ จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน เช่น อุตสาหกรรมผลิตแผงวงจร PCB และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า

ขณะเดียวกัน ธุรกิจผลิตสินค้าพลาสติกเพื่อจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด และธุรกิจพิมพ์ฉลากสินค้าก็ยังเติบโตได้ดี ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้น 316 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 64 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 25% จากปีก่อน

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของกลุ่มบริษัทในปี 2568 อยู่ที่ 20% ลดลงจาก 21% ในปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายบางส่วนเป็นต้นทุนคงที่ที่ไม่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย ขณะเดียวกันบริษัทได้ดำเนินมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่บริษัทอื่น ๆ ที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ได้แก่ MITSIB, AMARC, KK, TMI, CRD, KCC, SFT, PIS, NDR, TMILL, KTMS, EFORL, ADD และ SPVI

ทั้งนี้ การเติบโตของกำไรสุทธิในหลายบริษัทสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ การปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ การควบคุมต้นทุน และการขยายตลาดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาด mai หลายแห่งเติบโตอย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...