ตร.ไล่ล่าระทึกข้ามจังหวัด 45 กม. พ่วง 18 ล้อเมายาบ้าชนชาวบ้านเจ็บระนาว
เมื่อวันที่ 22 ม.ค. พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. พ.ต.อ.ธีรภพ รุมแสง รอง ผบก.จร. สั่งการ พ.ต.อ.ณัทศิต สัณห์ปภพ ผกก.5 บก.จร. พ.ต.ท.อัษฎากร คนคล่อง รอง ผกก.5 บก.จร. พ.ต.ท.ทศพร กลีบแก้ว รอง ผกก.5 บก.จร. พ.ต.ท.วิรัชัย โพธิละเดา สว.งานตรวจพิสูจน์มลภาวะ กก.5 บก.จร. พ.ต.ท.บัญชา สิงห์สาย สว.กก.5 ร.ต.อ.บุญตา ผันผาย หัวหน้าชุด และ ร.ต.ท.กฤษฎา ศรีกุลา พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการที่ 5 กก.5 บก.จร.ร่วมกันจับกุมตัวนายนิพนธ์ ศรีวงษ์ อายุ 36 ปี คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 82 -7660 หมวดจังหวัดปราจีนบุรีพร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 3 เม็ด หลังพยายามขับรถแหกด่านหลบหนีชนรถตำรวจและรถชาวบ้านเสียหายมีผู้บาดเจ็บ ขณะตั้งจุดตรวจวัดควันดำ ถ.หลวงแพ่ง(ขาออก) แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กทม. ต่อเนื่องโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี
สืบเนื่องจากก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจควันดำ บริเวณถนนหลวงแพ่ง (ขาออก) แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง กทม. ต่อมานายนิพนธ์ ศรีวงษ์ ผู้ต้องหา ขับรถยนต์พ่วง 18 ล้อ คันดังกล่าวผ่านเข้าในบริเวณจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกให้หยุด ขอตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ จากนั้นแจ้งให้ นายนิพนธ์ ผู้ต้องหา ขับรถจอดชิดขอบทางด้านซ้าย เพื่อทำการตรวจสอบ และได้นำข้อมูลใบอนุญาตขับขี่มาตรวจสอบในระบบ CRIMES ONLINE พบว่ามีคดีเสพยาเสพติดฯ เมื่อปี 62 จึงได้สอบถามเบื้องต้น
นายนิพนธ์ รับว่าได้เสพยาบ้า มาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงได้แจ้งว่าต้องพาไปตรวจหาสารเสพติดที่ รพ. แต่ผู้ขับขี่ไม่ยอม และได้ดึงในบอนุญาตขับขี่ จากมือ ร.ต.อ.บุญตา ผันผาย หัวหน้าชุด ก่อนวิ่งหนีกลับมาขึ้นรถคันดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าตำรวจ 2 นายได้วิ่งไล่ติดตาม แต่ไม่สามาจับกุมตัวไว้ได้
จากนั้นผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนี โดยมี ด.ต.ประสิทธิ์ เทศกาล นั่งมาในรถด้านข้างคนขับมาด้วย และมี ส.ต.อ.ประเทือง มูลวิชา ขับขี่รถจักยานยนต์หลวง ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด เพี่อให้ผู้ต้องหาหยุดรถ แต่ไม่ยอมหยุด ก่อนขับหลบหนีมาถึงแยกหลวงแพ่ง 3 พื้นที่ สน.จรเข้น้อย และขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวชนรถประชาชนที่จอดติดไฟแดงบริเวณแยกจำนวนหลายคัน และรถจักรยานยนต์ตำรวจ ของ ส.ต.อ.ประเทืองฯ ได้รับความเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บ
จากนั้นผู้ต้องหาได้ขับเลี้ยวซ้าย ถ.คุ้มทอง- ลำต้อยติ่ง มุ่งหน้า จากนั้น ร.ต.อ.บุญตาฯ
ได้โทรแจ้ง 191 เพื่อประสาน ตำรวจท้องที่ใกล้เคียง ให้ร่วมสกัดจับกุมรถคันดังกล่าว ในระหว่างทาง ด.ต.ประสิทธิ์ฯ ที่นั่งติดรถมากับผู้ขับขี่ ได้พยายามพูดคุยเพื่อเกลี้ยกล่อม ให้หยุดรถ จนขับมาเป็นระยะทางประมาณ 45 กม. ถึงพื้นที่ สภ.บางขนาก จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ขับขี่มาอารมณ์ดีขึ้น ไม่เกรี้ยวกราด หรือโววายเหมือนเดิม ประกอบกับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางขนาก พร้อมกำลัง ช่วยสกัดรถบรรทุก โดยใช้ อุปกรณ์หยุดยานพาหนะ Stop Stick จำนวน 1 ครั้ง และขับรถยนต์สายตรวจตามประกบรถคันดังกล่าวมา เพื่อป้องกันความเสียหายระหว่างทาง จนกระทั่งรถคันดังกล่าว ได้ขับผ่านมาถึง หน้าโครงการส่วนพระองค์ ถ. ได้มีรถยนต์สายตรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้างสร้าง จ.ปราจีนบุรี คอยดักรอสกัดจับอยู่ด้านหน้า
จากนั้นรถยนต์สายตรวจ สภ.บางขนาก เห็นว่าหากไม่หยุดรถไว้ได้อาจเกิดอุบัติเหตุ หรือความเสียกับผู้ใช้ทาง และประชาชน จึงได้ใช้ อุปกรณ์หยุดยานพาหนะ Stop Stick อีก 1 ครั้ง ทำให้ยางล้อหน้าด้านซ้ายตัวรถแตก จนไม่สามารถขับรถคันดังกล่าวต่อไปได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ติดตามมา จึงแจ้งให้ผู้ขับขี่ ลงจากเพื่อขอตรวจค้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางขนาก เป็นคนตรวจค้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านสร้าง, พ.ต.ท.ทศพรฯ และ ร.ต.อ.บุญตา ผันผาย รอง สว.งานตรวจพิสูจน์มลภาวะ กก.5 คอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ผลการตรวค้น พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดเม็ดกลมแบน สีส้ม จำนวน 3 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณกล่องสีแดง ข้างคนขับ
สอบสวน นายนิพนธ์ ยอมรับว่ายาบ้าเป็นของตนและยอมรับว่าตนเองเสพยาบ้ามาเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนหน้าขับรถไปส่งของที่ย่านสุขสวัสดิ์ และกำลังกลับ จ.ปราจีนบุรี เมื่อนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ที่ รพ.บ้านสร้าง พบมีสารเสพติดในร่างกายจึงนำตัวมาบันทึกจับกุมที่ สภ.บ้านสร้าง
เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเพตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือย้าบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือย้าบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต” และส่วนของ สน.จรเข้น้อย แจ้งข้อหาเพิ่มเติม "ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ขับรถประมาทหวาดเสียวเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ฝ่าฝืนขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน" นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.