โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘บิ๊กโจ๊ก’ แจ้งความกลับ ‘พ.ต.ท.คริษฐ์’ ยันไม่ได้ทำร้ายเชื่อเป็นโรคแก้วหูทะลุ

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มกราคม 2569 เวลา 1.49 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อดีตรอง ผบ.ตร. ส่งทนายแจ้งความกลับอดีตลูกน้องคนสนิท “พ.ต.ท.คริษฐ์” ยืนยันไม่ได้ทำร้าย เชื่อเป็นโรคแก้วหูทะลุ แย้มคิวต่อไปเป็น “พ.ต.อ.อาริศ”

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ รอง ผกก.สส.สภ.สำโรงเหนือ อดีตลูกน้องคนสนิท กรณีที่มีการกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย ทางทนายตั้งข้อสังเกตว่า ผู้กล่าวหากล่าวอ้างว่าเหตุทำร้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ซึ่งล่วงเลยมา 9 ปีแล้วทำไมเพิ่งออกมาแจ้งความ ลักษณะเหมือนใช้มุกเดิมเมื่อปี 2562 ก็เคยเป็นข่าวว่าบิ๊กโจ๊ก ถูกร้องเรียนว่าทำร้ายร่างกายลูกน้อง 17 คน ซึ่งขณะนั้นมีการพิสูจน์แล้วว่า บิ๊กโจ๊กกระทำโดยคำสั่งของอดีต ผบ.ตร. ท่านหนึ่ง และการตรวจสอบเสร็จสิ้นไปแล้ว

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้วันที่ 7 ม.ค. 69 มีนักข่าวท่านหนึ่งได้โพสต์เวชระเบียนการตรวจร่างกายของ พ.ต.ท.คริษฐ์ ซึ่งต่อมามีความเห็นจาก นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎ ตั้งข้อสังเกตและข้อพิรุธจากเวชระเบียนว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ เดินทางไปพบแพทย์แบบ OPD อาการเหมือนคนปกติ ตรวจสัญญาณชีพจร ความดัน อัตราการการหายใจปกติ ตามบันทึกผู้ป่วยบอกว่ามาด้วยอาการหูอื้อข้างซ้ายหลังจากบาดเจ็บมา 2 วัน รู้สึกมึนงงโครงเครงเล็กน้อย ซึ่งหลังจากแพทย์ตรวจร่างกายก็พบว่าแก้วหูซ้ายทะลุ ส่วนแก้วหูขวาปกติ พร้อมลงรหัสโรค H 72.8 แต่ท่านข้อสังเกตว่าหากบาดเจ็บเฉียบพลัน แพทย์จะต้องลงรหัส SO 9.2 แทน

นอกจากนั้นหากถูกทำร้ายร่างกายโดยตบ 4-5 ครั้ง ก็ควรที่จะมีอาการบาดเจ็บบริเวณใบหน้าที่เห็นได้ชัดเจน และแพทย์ควรทำการเอกซเรย์ให้ แต่การตรวจร่างกายครั้งนั้นมีเพียงการลงความเห็นจากแพทย์เฉพาะด้าน ซึ่งหากถูกทำร้ายร่างกายจริง จะต้องได้รับการตรวจร่างกายจากศัลยแพทย์ และหลังตรวจร่างกายเสร็จ แพทย์ได้ให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ กลับบ้านทันทีโดยให้ยาปฏิชีวนะ 20 เม็ด และยาแก้ปวดอีก 10 เม็ด และนัดหมายเท่านั้น จึงตั้งข้อสังเกตว่าหากมีอาการบาดเจ็บรุนแรง แพทย์ก็ควรวินิจฉัยให้รักษาและเฝ้าดูอาการที่โรงพยาบาลมากกว่า

จากการวิเคราะห์ดังกล่าว เป็นพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าการบาดเจ็บของ พ.ต.ท.คริษฐ์ ไม่ใช่อาการบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกาย แต่สันนิษฐานว่าเป็นอาการติดเชื้อหรือเป็นโรค บิ๊กโจ๊กจึงไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ดังนั้น กรณีดังกล่าวจึงเป็นการแจ้งความเท็จ ซึ่งกรณีนี้ นพ.ธวัชชัย จะมาเป็นพยานให้ด้วย

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตลอดเวลา พ.ต.ท.คริษฐ์ ทำงานอยู่กับบิ๊กโจ๊ก มักได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในตำแหน่งงานสำคัญๆ มาโดยตลอด ตั้งข้อสังเกตว่าการที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ออกมาแจ้งความร้องทุกข์ครั้งนี้ มีนัยสำคัญหรือรับงานใครมาหรือไม่ จึงอยากฝากถึงอดีตลูกน้องว่า การที่ออกมาแจ้งความเท็จแบบนี้ท้ายที่สุด จะถูกติดคุกซะเอง

นายสัญญาภัชระ ยืนยันว่า บิ๊กโจ๊กเลือกคนทำงานตามความรู้ความสามารถเช่นเดียวกับ พ.ต.อ.อาริศ ก็จัดตำแหน่งตามความสามารถ แต่เชื่อว่าที่ออกมาแจ้งความกล่าวหาว่า ถูกทำร้ายจิตใจนั้น อาจเป็นเพราะตอนนี้ พ.ต.อ.อาริศ เปลี่ยนข้างไปอยู่อีกฝั่ง

นายสัญญาภัชระ กล่าวด้วยว่า บิ๊กโจ๊กยังฝากมาบอกว่าตัวเองไม่มีพฤติกรรมหลบหนีหรือหลีกเลี่ยงกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด และพร้อมที่จะเข้าให้ปากคำหากถูกออกหมายเรียก ที่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมฝากถึงพนักงานสอบสวนด้วยว่าอยากให้ดำเนินคดีด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หลังจากนี้บิ๊กโจ๊กเองก็จะดำเนินคดีกลับให้ถึงที่สุด ซึ่งคิวต่อไป ที่จะแจ้งความกลับก็คือ พ.ต.อ.อาริศ

นอกจากนั้นทนายความยังบอกอีกว่าในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. ตัวเองจะเดินทางไปที่ศาลอาญาทุจริตเพื่อเอาผิด คณะพนักงานสอบสวน คดีที่เกี่ยวเนื่องกับสินบนทองคำ ตาม ม.157 และ ม.200

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...