"ทนายแก้ว" ลาออกตำแหน่งใหญ่ สภาทนายความ "แจง-แจ๊ส" เซ็งสุด โดดเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย โดนเอาชื่ออ้างมั่วไปหมด ไล่ไปฟ้องสู้คดีเลย
วันที่ 23 มกราคม 2568 เวลา 14:00 น. ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว เดินทางไปที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง กรรมการอำนวยการ สำนักอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ โดยมีผลบังคับใช้ทันทีหลังยื่นหนังสือลาออก โดยเนื้อหาในหนังสือลาออกระบุว่า ตามคำสั่งสภาทนายความที่ 263/2568 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชา ว่าความ แห่งสภาทนายความในพระบรมราซูปถัมภ์ โดยได้มีการแต่งตั้งให้ ข้าพเจ้า ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล มีตำแหน่งเป็นกรรมการอำนวยการ สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ดังรายละเอียดที่ทราบแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว โดยขอให้มีผล ณ วันนี้เป็นต้นไป โดยทนายแก้ว เปิดเผยถึงสาเหตุการยื่นหนังสือลาออกในครั้งนี้ว่า ตนต้องการแสดงสปิริตของตัวเอง และไม่อยากให้องค์กรได้รับความเสียหาย
ขณะที่ “แจง ปุณณาสา” ภรรยาของนักแสดงตลกชื่อดัง “แจ๊ส ชวนชื่น” ทำหน้าที่เป็นตัวกลางช่วยพูดคุยกับพ่อของผู้เสียหาย ในประเด็นการนัดขอโทษและการเจรจาเรื่องเงินจำนวน 5–10 ล้านบาท ทนายแก้วระบุว่า เหตุผลที่มีการติดต่อผ่านแจง เนื่องจากแจงมีความสัมพันธ์ในฐานะผู้เช่าตึกร่วมกับพ่อของหญิงสาววัย 18 ปี จึงเป็นผู้ช่วยประสานการพูดคุยระหว่างทั้งสองฝ่าย ภายหลังการแถลงข่าวดังกล่าว สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างหนัก เนื่องจากมีการพาดพิงชื่อของแจงโดยตรง ล่าสุด แจง ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันที ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Jangjit Promyos โดยโพสต์ข้อความสั้น ๆ ระบุว่า “สวัสดีดีค่ะ มีใครปล่อยพื้นที่ ใช้เช่าที่สยามบ้างคะ พอดีอยากย้ายร้านค่ะ”และต่อมาก็ได้โพสต์อีกว่า "ประเด็นที่เกิดขึ้นตอนนี้แจงคือคนกลางที่รู้จักทั้งสองฝ่ายค่ะ อีกฝ่ายเป็นทนายที่รู้จัก ส่วนอีกคนแจงเช่าพื้นที่เค้าเปิดร้านเสื้อผ้า ซึ่งปกติไม่ได้คุยอะไรกันมาก และเค้าเป็นคนมาปรึกษาแจงว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เค้าบอกว่าเค้าไม่รู้จะปรึกษาใคร และคงรู้ว่าแจงรู้จักกับคู่กรณีเค้าด้วย แจงก็พูดคุยกันปกติเพราะรู้จักกันค่ะ และก็คุยกับทั้งสองฝั่งเพื่อให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันแค่นั้นเอง จนตอนหลังเค้าทั้งสองยังตกลงกันไม่ได้ ทางฝั่งพี่เจ้าของร้านที่แจงเช่าก็โพสต์โซเชียลเรื่อยๆ พอแจงได้พูดคุยกันสองฝ่ายก็เลยบอกไปว่าพี่สองคนไปตกลงกันเองเลยนะคะ แจงไม่ได้มีความรู้ทางด้านกฎหมายอะไรประมาณนี้ค่ะ แต่ที่เสียความรู้สึกคือเรารู้จักกัน คุณมาปรึกษาเราในวันที่คุณทุกข์ใจ เราก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกัน เราช่วยประสานให้ทั้งฝ่ายได้คุยกันว่าจะเอายังไง สุดท้ายเอาเราไปให้ข้อมูลตามสื่อต่างๆ ว่าเราแนะนำอย่างนั้นอย่างนี้ แจงว่ามันผิดปกติ ทำกันไปเพื่ออะไร อย่างเรื่องที่เค้าเรียกร้องค่าเสียหายหรือเค้าจะเอาความคู่กรณี เป็นเรื่องที่เค้าต้องปรึกษาคนในครอบครัวและทนายความ แต่เลือกที่จะเอาคนมีชื่อเสียงมาเอี่ยวในหลายๆ คน แจงก็เพิ่งมารู้ว่าเค้าปรึกษาคนอื่นมาก่อน ไม่ใช่แจงคนแรกอย่างที่เค้าบอกแจง เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพาสนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 29 ธันวาและจบในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 และจบกับแจงแล้วในวันนี้ 23 มกราคม 2569"
ล่าสุดยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า ตัดเรื่องเงินออกแล้วไปสู้กันตามคดีความนะคะ