ทำความรู้จัก "ไวรัสนิปาห์" ภัยเงียบจากค้างคาวผลไม้ อันตรายถึงขั้นสมองอักเสบ-ไร้ยารักษาเฉพาะ
เปิดข้อมูล 'ไวรัสนิปาห์' เชื้อไวรัสที่แพร่จากสัตว์สู่คนผ่านค้างคาวผลไม้และสัตว์เลี้ยง แม้ในไทยจะยังไม่พบผู้ติดเชื้อแต่ถูกประกาศให้เป็นโรคติดต่ออันตรายที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด มาทำความเข้าใจระบบการติดต่อ อาการที่ต้องระวัง และเช็กข้อควรปฏิบัติสำหรับนักเดินทางเพื่อความปลอดภัย
จากกรณี รัฐบาลอินเดียประกาศยกระดับมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของ "ไวรัสนิปาห์" (Nipah virus) หลังสถานการณ์ในรัฐเวสต์เบงกอลเริ่มตึงเครียด พบผู้ติดเชื้อแล้ว 5 ราย และสั่งกักตัวกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดอีกเกือบ 100 คนเพื่อเฝ้าดูอาการ
สำหรับ ไวรัสนิปาห์ถูกจัดเป็นโรคติดต่ออันตรายที่มีอัตราการ เสียชีวิตสูงถึง 50-70% และที่น่ากังวลที่สุดคือ "ยังไม่มีตัวยารักษาหรือวัคซีนเฉพาะทาง" โดยมีค้างคาวผลไม้เป็นพาหะหลัก และสามารถแพร่กระจายผ่านสัตว์อื่น เช่น หมู ม้า แมว และสุนัข ก่อนติดต่อสู่คนผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือการกินผลไม้ที่ปนเปื้อน
ผู้ได้รับเชื้อจะแสดงอาการแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักที่ต้องเฝ้าระวัง:
1.ระบบทางเดินหายใจ - มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว คล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่
2.ระบบประสาท - เวียนศีรษะ เดินโซเซ สับสน หากรุนแรงจะมีอาการชัก แขนขากระตุก และสมองอักเสบจนถึงขั้นเสียชีวิต
แม้ปัจจุบันไทย "ยังไม่เคยมีรายงานผู้ติดเชื้อ" แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ไวรัสนิปาห์เป็น โรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2559 พร้อมใช้เครือข่ายเฝ้าระวังทั้งในคนและสัตว์อย่างเข้มงวด
4 วิธีป้องกันตนเองให้ห่างไกลเชื้อ
เพื่อความปลอดภัย ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
1.เลี่ยงสัมผัส - ไม่เข้าใกล้ค้างคาวหรือสัตว์ป่วยในพื้นที่ระบาด
2.กินสุก - รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ
3.ตรวจเช็กผลไม้ - ห้ามรับประทานผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของสัตว์เด็ดขาด
4.สุขอนามัย - สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะนักเดินทางที่ไปพื้นที่ป่าหรือถ้ำ ต้องสังเกตอาการตนเองอย่างละเอียดหลังเดินทางกลับ
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO