โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

LH Bank หวังสินเชื่อปี 69 โต 12% จากลูกค้าไต้หวันและจีน พร้อมขยายฐาน SME เท่าตัว ไร้กังวล NPL เพิ่ม เล็งคุมให้ไม่เกิน 3%

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
LH Bank หวังสินเชื่อปี 69 โต 12% จากลูกค้าไต้หวันและจีน พร้อมขยายฐาน SME เท่าตัว ไร้กังวล NPL เพิ่ม เล็งคุมให้ไม่เกิน 3%

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 10-12% จากระดับ 2.83 แสนล้านบาท เมื่อปีก่อน เติบโตจากลูกค้าจีนและไต้หวันที่มาตั้งฐานการผลิตในไทย พร้อมขยายการปล่อยสินเชื่อ SME เพิ่มเท่าตัว

ฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อปี 2569 ที่ 10-12% หนุนจากลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะธุรกิจไต้หวันและจีนที่เข้ามาลงทุนโดยตรงในไทย

ขณะเดียวกันบริษัทยังตั้งเป้าที่จะขยายฐานลูกค้ารายย่อยมากขึ้น โดยหวังว่าจะขยายตัวไม่น้อยกว่า 20% ในปีนี้ รวมทั้งลูกค้ากลุ่ม SME ที่มองเห็นศักยภาพในการเติบโต แม้ว่าความเสี่ยงจะยังสูง แต่ก็มีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเช่นกัน

ทั้งนี้ ธนาคารคาดหวังว่าสินเชื่อจากลูกค้าต่างประเทศจะขยายตัวเพิ่มเป็น 15% จากสัดส่วนราว 6% ในปัจจุบัน ส่วนสินเชื่อในกลุ่ม SME คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 6 พันล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของสินเชื่อของ LH Bank ที่สวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรม มาพร้อมกับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่เพิ่มขึ้นจาก 2.34% เป็น 2.44% แต่ยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 2.94% ณ ไตรมาส 3 ปี 2568 อิงจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ซีอีโอของ LH Bank กล่าวว่า แม้ NPL จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ด้วยการเติบโตของสินเชื่อในระดับ 12.4% เมื่อปีก่อน ตัวเลข NPL ยังเป็นระดับที่ไม่น่ากังวล สำหรับปีนี้ตั้งเป้าว่าจะควบคุม NPL ไม่ให้เกิน 3%

“เราคาดหวังว่าจะเติบโตในกลุ่มนี้ (SME) มากขึ้น แต่ก็ระมัดระวังเรื่องความเสี่ยง แม้จะทำให้ NPL และการตั้งสำรองฯ ปรับตัวขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้เกินความคาดหมาย และเราเชื่อว่าอัตราผลตอบแทนที่จะได้จากลูกค้ากลุ่มนี้ คุ้มค่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ ธนาคารมีแผนเพิ่มความสามารถในการทำกำไร โดยการเพิ่มส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ผ่านการบริหารดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ และออกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า โดยตั้งเป้าเติบโต 2-2.2% และเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย หรือรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านการขายข้ามผลิตภัณฑ์ผ่านระบบพันธมิตรที่มีอยู่ โดยตั้งเป้าค่าธรรมเนียมเติบโต 10-15%

แม้ว่า ธปท.จะเข้ามาดูแลเรื่องค่าธรรมเนียมในส่วนของ Transaction Fee มากขึ้น แต่เชื่อว่าไม่กระทบธนาคารมากนัก เพราะค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่ของธนาคารจะมาจากฝั่งการบริหารความมั่งคั่ง, การค้าระหว่างประเทศ และอัตราแลกเปลี่ยน

ภาพ: Bird stocker TH / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...