ศาลคดีทุจริตฯ นัดฟังคำสั่ง 20 เม.ย. คดีฮั้ว สว. ไม่ให้ กกต.ขยายเวลา
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล กลุ่ม สว.สำรอง พร้อมคณะ แถลงว่า วันนี้เป็นการต่อสู้เรียกร้องการตรวจสอบ "คดีฮั้ว สว." ตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมาตอนนี้ 1 ปีกับ 8 เดือนแล้ว เรื่องนี้ถูกนำไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมมากมายส่วนใหญ่แล้วก็จะมีปัญหาเรื่องยกคำร้อง ร้องไม่ถูกทาง ซึ่งก็อาจจะเกิดปัญหาในเรื่องของระบบยุติธรรมทำให้พวกเราต้องมาเรียกร้องหาความยุติธรรม จากปัญหาที่หมักหมมจากการโกงเลือกสว. มาเป็นเวลานาน
นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า จากคำร้องที่เป็นเป็นโจทย์ยื่นฟ้องกกตทั้ง 7 คน ในยุคของนายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีใช้อำนาจมิชอบ ตามมาตรา 157 และ พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 ในคดีฮั้ว สว. ที่ผ่านมา กกต.ได้มีการขอขยายเวลาในการจัดส่งพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีครั้งแรก ศาลอนุญาตให้ขยายเวลาออกไป 30 วัน ครบกำหนดเวลา เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569
ต่อมา กกต.ชี้แจงต่อศาลว่า เอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้เวลาในการรวบรวม ประกอบกับอยู่ในช่วงจัดการเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปปี 2569 จึงยังทำหนังสือชี้แจงยังไม่เสร็จ ดังนั้นจึงขอขยายเวลาในการยื่นเป็นครั้งที่ 2 ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนดเดิม แต่ศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลาครั้งที่ 2 โดยนัดฟังคำสั่งในวันที่ 20 เม.ย.2569 หมายความว่าศาลเปิดโอกาสให้ กกต.ได้ยื่นแก้ข้อกล่าวหาในคำร้องประมาณ 10 ประเด็น ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ใช่มาอ้างงานเยอะ แต่เป็นการอ้างเพื่อประวิงเวลา
“สรุปแล้วความตรงนี้ศาลท่านบอกว่า ไม่มีพฤติกรรมที่สมแก่เหตุ แก่ผลฟังไม่ขึ้น จึงยำคำร้องของเลขาฯแสวง สรุป ตอนนี้ถือว่า คนไทยทั้งประเทศใกล้เข้าสู่หลักความยุติธรรม ที่จะสำเร็จในไม่ช้า คดีโกง หรือฮั้วสว. ที่เป็นศาลตั้งต้นลามไปถึงคดีอื่น ๆ จนบ้านเมืองจะวิบัติ เพราะมีการโกงแบบย่ามใจ ทำแล้วทำอีกแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่ว่าจะคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดง คดีเลือก สส.วุ่นวายไปหมด อยากบอก กกต.ว่า ที่นายแสวง ส่งหนังสือไปขอขยายเวลาเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ศาลไม่อนุญาตให้ท่านขยายเวลาต่อ” นายอัครวัฒน์ กล่าว
นายอัครวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 26 ก.พ. ที่ประชุม สว. จะมีการประชุมเพื่อโหวตรับรอง กกต. อีก 2 คน เพื่อไปทดแทน กกต. ที่หมดวาระ ตนเองทราบว่า มีโอกาสที่คดีฮั้ว สว. จะถูกยกในชั้นประชุม กกต. ด้วยมติ 5 ต่อ 2 หรืออาจจะเป็น 7 ต่อ 0 ดังนั้น กกต. อาจจะได้รับแรงกระแทก หากไม่มีความยุติธรรม ดังนั้นอยากให้ติดตามว่า กกต. จะยื่นเรื่องไปที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเชื่อว่า จะจบลงในเร็ว ๆ นี้ เพราะมีความเสี่ยงทางคดีอาญา
นายอัครวัฒน์ กล่าวถึงกรณี กกต.เตรียมประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. ว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นประชาชนคนไทย และออกใช้สิทธิ อยากให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่เห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ ช่วยกันยับยั้งการประกาศรับรอง สส. เพราะไม่อยากให้เป็นเหมือนคดีฮั้ว สว. ที่รับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง ฝันไปเถอะ โดยประชาชนต้องช่วยบอก กกต.ดัง ๆ ว่า ให้เคลียร์ปัญหาให้จบก่อน จะเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ขอให้ทำอย่างบริสุทธิ์ แล้วค่อยไปรับรอง สส. ขออย่าไปอุ้มนักการเมือง แต่ต้องอุ้มประชาชน เพราะประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง