‘พิธา’ คัมแบ็ก กลับมาช่วย ‘พรรคประชาชน’ ให้ชนะขาด ให้พรรคอันดับ 2 ไม่กล้าตั้งรัฐบาลแข่ง ส่งนายกฯ เท้ง เข้าทำเนียบรัฐบาล
วันนี้ (25 มกราคม 2569) ที่สามย่านมิตรทาวน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ขึ้นเวทีที่ปราศรัย เชื่อในประชาชน TRUST THE PEOPLE พร้อมกับกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า การกลับมาครั้งนี้กลับมาด้วยเหตุผลเดียวคือ ขอให้ทุกคนช่วยกาหมายเลข 46 ส่ง เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าทำเนียบรัฐบาล
“ผมยืนต่อหน้าทุกท่านด้วยความคิดถึง ด้วยความคุ้นเคย และมีเรื่องค้างคาที่เราต้องชำระสะสางกัน เรื่องแรก เรื่องความคิดถึง เขาตัดสิทธิทางการเมืองผมไป แต่ตัดความคิดถึงที่ผมมีต่อประชาชนไม่ได้เด็ดขาด
“บรรยากาศแบบนี้ที่สามย่านมิตรทาวน์ เราคุ้นเคยกันดี เราเคยมาร่วมกันที่นี่แล้วบอกว่า เอาความกลัวไว้ข้างหลัง เอาความหวังไว้ข้างหน้า จะกลัวจะกล้าอยู่ที่ใจ เราเคยบอกว่า การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต เราคุ้นเคยกับการทำให้การเมืองเป็นเรื่องสนุก การเมืองคือเรื่องแห่งความเป็นไปได้ กับการเมืองที่ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม แบบที่เราเห็นที่สามย่านมาก่อน ผมกลับมาแบบนี้อีกครั้ง แต่ไม่ใช่ที่สามย่านที่เดียว เสร็จแล้วเดี๋ยวเราเจอกันที่สมุทรปราการ แล้วเจอกันต่อที่บางแสน ขอให้บรรยากาศที่เคยคุ้นเคยกันตอนนั้น จับมือกับผม เดินไปข้างหน้าด้วยกัน ทำให้การเมืองเป็นเรื่องสนุก อย่าให้มีแต่ความทุกข์อย่างที่เขาอยากให้เป็น”
ส่วนเรื่องสุดท้าย เรื่องที่ยังค้างคาคือ ในการเลือกตั้งรอบที่แล้ว มีประชาชนกว่า 40% ที่เลือกพรรคก้าวไกล 14 ล้านเสียง แต่ ‘เขา’ ไม่ยอมให้พรรคก้าวไกลบริหารงานเพื่อประชาชน
“เราจะยอมหรือไม่ยอม คำตอบคือต้องไม่ยอมอีกต่อไป วิธีการเดียวที่เราจะทำแบบนั้นได้คือ เราต้องชนะให้เยอะ ชนะให้ยิ่งใหญ่ และชนะให้ยาวกว่าเดิม ชนะให้เยอะ เยอะแค่ไหน ก็เยอะขนาดที่ให้พรรคอันดับ 2 ไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เลือกพรรคประชาชนให้ขาด ให้พรรคอันดับ 2 ไม่กล้าตั้งรัฐบาลแข่งกับเรา
“ชนะครั้งนี้ต้องชนะยิ่งใหญ่ สมศักดิ์ศรีพวกเรา ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ตั้งแต่อนาคตใหม่เป็นต้นมา ต้องชนะให้ยาวๆ ยาวขนาดที่รอบหน้า นายกฯ เท้ง ได้เอา ธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ), ปิยบุตร (แสงกนกกุล) และพวกเราที่ถูกตัดสิทธิตอนเป็นอนาคตใหม่ เอามาให้หมด และยาวแค่ไหน ก็ให้นายกฯ เท้ง เป็นนายกฯ 2 สมัย 8 ปี พิธา ชัยธวัช (ตุลาธน) และพรรคก้าวไกล กลับมาพอดี
“ชนะครั้งนี้ เอาให้ใหญ่ เอาให้ยาว ยาวพอให้ลูกสาวกลับมาเลือกผมกลับมาได้ คนอย่างผมมันอยู่เป็นเย็นพอ รอได้ ปล่อยให้นายกฯ เท้ง 2 สมัยเต็มๆ ไปเลย”
นอกจากนี้ พิธายังฝากถึงคน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 25% ที่จะไม่ได้ไปเลือกตั้งทุกครั้ง ซึ่งตนเองเข้าใจดีว่า การเลือกตั้งทุกครั้งมีต้นทุน การออกไปเลือกตั้งต้องปิดร้านอาหาร ต้องลางาน ต้องกลับจากต่างจังหวัด ต้องกลับจากต่างประเทศ ทว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ สำคัญกว่าครั้งไหน เพราะไม่มีสมาชิกวุฒิสภามาเลือกนายกฯ แล้ว ฉะนั้น 25% ที่ไม่เคยออกมาเลือกตั้ง เท่ากับ 12 ล้านคน ครั้งนี้ควรจะเป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้ออกมาเลือกตั้ง
กลุ่มคนที่ 2 คือกลุ่มคนที่ปรากฏในผลโพลว่า ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ครั้งนี้ช่วยเลือกพรรคประชาชน หมายเลข 46
“ถ้าท่านยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ให้พิธาช่วยบอกว่า ครั้งนี้ขอให้เลือกพรรคประชาชนหมายเลข 46 ตัวเลขกว่า 10% หรือประมาณ 7 ล้านคน ขอให้ท่านคิดให้ดีว่า แม้จะไม่มีนักการเมืองคนไหนสมบูรณ์ แต่จะมีใครที่ตื่นเช้ามาสู้แทนพวกท่านเหมือนกับ รังสิมันต์ โรม จะมีนักการเมืองคนไหนที่ตื่นมาแล้วสู้เรื่องประกันสังคมเพื่อพวกท่านอย่าง ไอซ์-รักชนก ศรีนอก ฉะนั้นกาหมายเลข 46 เท่านั้น”
ส่วนกลุ่มคนสุดท้าย กลุ่มที่มีสิทธิใช้สิทธิใช้เสียงครั้งแรก ในการเลือกตั้งรอบก่อนอาจอายุแค่ 15 ปี แต่ปีนี้ 18 ปีแล้ว กลุ่มนี้มีอยู่ราว 2.4 ล้านคน สิ่งที่อยากสื่อสารคือ อย่าเพิ่งหมดหวังกับประเทศ อาจผิดหวังได้ แต่อย่าเพิ่งหมดหวังโดยเด็ดขาด ทั้งนี้หากรวมกลุ่มที่ไม่เคยไปเลือกตั้ง กลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจ และกลุ่มที่เลือกตั้งครั้งแรกเข้าด้วยกัน พรรคประชาชนชนะขาดแน่นอน
“สุดท้ายจะเป็นการเมืองแห่งความเป็นไปได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับณัฐพงษ์ ชัยธวัช ผม หรือธนาธร แต่ขึ้นกับประชาชนทุกคน แล้วเรามาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนไปด้วยกัน” พิธาทิ้งท้าย
สำหรับเวทีนี้ ถือเป็นเวทีแรกของพิธาหลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศ โดยเป็นยุทธศาสตร์ในการหาเสียงครั้งสุดท้ายของพรรคประชาชนก่อนจะถึงการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569