โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

SCB EIC ชี้เศรษฐกิจไทยปี 69 โตต่ำ 1.5% ปัจจัยการเมือง-ภูมิรัฐศาสตร์กดดัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำเพียง 1.5% ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีที่อัตราการขยายตัวอาจต่ำกว่า 1% จากแรงกดดันทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกกลับมาเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ

SCB EIC ระบุว่า แรงส่งหลักของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มแผ่วลง โดยเฉพาะเม็ดเงินสนับสนุนจากภาครัฐซึ่งจะลดลงในช่วงรัฐบาลรักษาการ หลังจากก่อนหน้านี้เศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจากมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายและงบประมาณผูกพันรอเบิกจ่ายในระดับสูง ประกอบกับความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นชั่วคราวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี แรงส่งดังกล่าวมีแนวโน้มอ่อนแรงลงเมื่อเข้าสู่ปี 2569

ในด้านภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ SCB EIC มองว่ายังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องจากรายได้แรงงานที่ฟื้นตัวช้า ระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะการเงินที่ตึงตัวจากสินเชื่อที่ยังหดตัว โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนและธุรกิจ SMEs

ภาคการส่งออกซึ่งเคยขยายตัวดีในปี 2568 มีแนวโน้มกลับมาหดตัวในปี 2569 จากผลกระทบของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่จะเห็นชัดเจนขึ้น หลังจากการเร่งส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ ในปีก่อน ประกอบกับการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เร่งตัว

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังพอมีแรงพยุงจากภาคการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป กลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพจากยุโรป อินเดีย และสหรัฐฯ ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากการเพิ่มเส้นทางบินใหม่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป

สำหรับปัจจัยการเมืองภายในประเทศ SCB EIC ประเมินว่าการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่จะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน และคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงที่ไทม์ไลน์ดังกล่าวอาจล่าช้าออกไปจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การร้องเรียนผลการเลือกตั้ง ประเด็นคดีการเมือง หรือสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ซึ่งอาจกระทบต่อความต่อเนื่องของนโยบายและการใช้จ่ายภาครัฐ

ทั้งนี้ การจัดทำพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อาจประกาศใช้ล่าช้าเพียง 1-2 เดือน แต่หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ หรือมีการแก้ไขร่างงบประมาณเพื่อรองรับนโยบายใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐตลอดทั้งปี

SCB EIC ยังชี้ว่า แม้นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองเริ่มให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือน ความสามารถในการแข่งขัน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงสร้างประชากร และธรรมาภิบาลภาครัฐมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังเน้นนโยบายอุดหนุนเป็นหลัก และยังไม่เห็นแนวทางปฏิรูปรายได้และรายจ่ายภาครัฐที่เป็นรูปธรรม ภายใต้แรงกดดันด้านการคลังที่เพิ่มขึ้น จากระดับหนี้สาธารณะซึ่งมีแนวโน้มเข้าใกล้เพดานเร็วขึ้น และความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศ

ด้านนโยบายการเงิน SCB EIC คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะปรับลดลงสู่ระดับ 1% ภายในครึ่งแรกของปี 2569 และทรงตัวตลอดปี สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย โดยการผ่อนคลายนโยบายการเงินจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการภาครัฐในการบรรเทาภาระหนี้ของครัวเรือนและ SMEs

ขณะเดียวกัน SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จะขยายตัว 2.5% ชะลอลงจาก 2.7% ในปี 2568 จากผลกระทบของกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่ชัดเจนขึ้น ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นความเสี่ยงสำคัญ ทั้งการปรับกลยุทธ์ความมั่นคงของสหรัฐฯ ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่น รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก ซึ่งจะยังเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...