โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขนทัพ “หุ้นบิ๊กแคป” โชว์ยีลด์เด่น 6–9% เหนือดอกเบี้ยหุ้นกู้หลายเท่า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำราว 1% ทำให้ผลตอบแทนจากตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาวยังอยู่ในระดับจำกัด โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ให้ผลตอบแทนเพียงประมาณ 1.9% ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนหนึ่งเริ่มหันกลับมาพิจารณาการลงทุนใน “หุ้นปันผล” ของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง หลังให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่าดอกเบี้ยหุ้นกู้ของบริษัทเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงมีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณว่าหุ้นหลายบริษัทที่มี อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ระดับ Investment Grade สามารถให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่าผลตอบแทนตราสารหนี้หรือดอกเบี้ยหุ้นกู้ระยะยาวของบริษัทเดียวกัน โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่มีอายุประมาณ 3–5 ปี

จากการเปรียบเทียบข้อมูลพบว่า บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงจ่ายเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจ อาทิ ADVANC, GULF, SCB, CPALL, CPAXT, CRC, BEM, SCGP, BANPU, TU และ CENTEL เป็นต้น โดยบางบริษัทมี Dividend Yield อยู่ในระดับประมาณ 6–9% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ของบริษัทเดียวกันอยู่เพียงราว 2–3%

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า ในภาวะดอกเบี้ยต่ำ หุ้นปันผลของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งยังคงมีความน่าสนใจในฐานะ สินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสด (Income Asset) และอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนบางส่วนจากตลาดตราสารหนี้ให้กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในระยะต่อไป

สำหรับการเปรียบเทียบระหว่างอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้และผลตอบแทนจากเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียน พบว่า
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.92% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 9.53%

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.15% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 5.75%

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.60% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 7.78%

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.34% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 3.37%

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.48% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.63%

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.93% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 4.67%

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.83% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 9.78%

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.32% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 2.63%

บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.15% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 3.37%

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.10% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 4.84%

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.33% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 1.89%

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.70% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.48%

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท หรือCPNREIT มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.04% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 7.17%

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 1.91% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.98%

บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.38%

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 3.23% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.93%

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือWHART มีอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ประมาณ 2.65% ต่อปี ขณะที่หุ้นสามัญของบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 6.58%

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า หุ้นปันผลของบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีอันดับเครดิตระดับลงทุนยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดจากการลงทุนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...