CBG จะกลับมาโดดเด่น ตปท. แรง-แชร์พุ่งอัพเป้า
#CBG #ทันหุ้น – ส่องงบ CBG เนื้อแท้สุดแกร่ง ธุรกิจหลักยังโดดเด่นทั้งมาร์เก็ตแชร์ทุบสถิติ 28.2%–มาร์จิ้นอัพ มองข้ามช็อตปี2569 ผลงานโตกระโดด ต่างประเทศสดใส รับอานิสงส์ฐานผลิตเมียนมาเดินเครื่องเต็มกำลังรุกจีน แถมได้โมเดลใหม่ขายหัวเชื้อบุกตลาดโลก โบรกแห่แนะนำ“ซื้อ” แวลูเอชั่นจูงใจ เป้า 51-58 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุถึงบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ว่า ปรับคำแนะนำขึ้นจาก“ถือ” เป็น “ซื้อ” ประเมินว่าภาพรวมตลาดต่างประเทศเริ่มมีทิศทางที่สดใสขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเมียนมาที่โรงงานได้เริ่มดำเนินการผลิตในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 และสามารถเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในปี 2569 โดยตั้งเป้ายอดขายในเมียนมาไว้ที่ 8 แสนลังต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 6 แสนลังต่อเดือน
นอกจากนี้ ยังมีโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เป็น Upside สำคัญ คือการขาย “หัวเชื้อเครื่องดื่มชูกำลัง” ให้กับตัวแทนจำหน่ายเพื่อไปผลิตในต่างประเทศเอง ตัวอย่างเช่นในอัฟกานิสถานที่มีเป้าหมายยอดขายพุ่งสูงถึง 3 ล้านลังต่อปีในปี 2570 และยังลุ้นความชัดเจนในการกลับเข้าสู่ตลาดจีนอีกครั้งในช่วงไตรมาส 1/2569 ซึ่งยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ สำหรับตลาดในไทยเองก็ยังมีแผนออกสินค้าใหม่ราคา 12 บาทต่อขวดในช่วงกลางปี 2569 เพื่อสร้างอัตรากำไรที่สูงขึ้น
@ เนื้อแท้กำไร 660 ล้านบาท
ทั้งนี้ CBG รายงานกำไรสุทธิที่ 142 ล้านบาท หดตัว -82% YoY ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการตัดรายการพิเศษที่ไม่ใช่เงินสด คือการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าความนิยมในธุรกิจอังกฤษ(ICUK) แต่หากพิจารณาที่ กำไรปกติจะอยู่ที่ 660 ล้านบาท (-16% YoY, +7% QoQ) ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์
ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดในประเทศที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 28.2% ในเดือนธันวาคม 2568 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 26% ในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์คาราบาวแดงที่ยังครองใจผู้บริโภคในระดับราคา 10 บาท ขณะที่ตลาดกัมพูชาแม้จะยังเผชิญปัญหาความไม่สงบชายแดน แต่เริ่มเห็นการปรับตัวด้วยการรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์ท้องถิ่น ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบด้านรายได้ได้ในระดับหนึ่ง ให้มูลค่าพื้นฐานที่ 58.00 บาท คำนวณด้วยวิธี P/E Multiple ที่ 20 เท่าของปี 2569
@ ไตรมาส1/2569 บวกต่อ
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินแนวโน้มกำไรปกติในงวดไตรมาส 1/2569 จะยังคงเป็นบวก QoQ ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล ยอดขายในต่างประเทศโดยเฉพาะเมียนมาจะเริ่มกลับมามีบทบาทสำคัญ ประกอบกับยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 12% มาอยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนยอดขายกัมพูชาที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ภาพรวมยังเติบโตได้ 9% YoY
ในงวดไตรมาส 4/2568 กำไรปกติขยายตัว 7% QoQ จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 3% โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้การรับจ้างจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลอื่นที่เติบโตได้ดี ช่วยชดเชยรายได้จากกัมพูชาที่ลดลงอย่างรุนแรงจากสัดส่วน 15% เหลือต่ำกว่า 5% ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 26.1% (เพิ่มขึ้น 1.5% จากไตรมาสก่อน) ผลจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพและการปรับปรุงกระบวนการผลิต ขณะที่บริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังที่ 0.6 บาทต่อหุ้น ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 55.00 บาท อิง PER ที่ระดับ 17.7 เท่า
@ Valuation จูงใจ
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ“ซื้อ” โดยมองว่าราคาหุ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา Underperform ตลาดไปกว่า 32% ทำให้ปัจจุบันเทรดที่ PER ปี 2569 เพียง 14.7 เท่า ซึ่งมองว่า ราคายังไม่ได้สะท้อนภาพการฟื้นตัวของกำไรในปี 2569 ที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 12% YoY มาอยู่ที่ 3,187 ล้านบาท รายได้รวมจะขยายตัว 11% โดยมีหัวหอกคือยอดขาย Domestic Branded Own ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง 20% และธุรกิจจัดจำหน่าย ที่โต 14% ขณะที่รายได้จากกลุ่ม CLMV โดยเฉพาะกัมพูชาคาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปหลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
ทั้งนี้กำไรปกติงวดไตรมาส 4/2568 ที่ 660 ล้านบาท ถือว่าใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ สิ่งที่น่าสนใจคือรายได้ในประเทศที่เติบโต 8% โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจจัดจำหน่ายและยอดขายสินค้าอื่นๆ ที่ทำสถิติ All-Time High ซึ่งช่วยลดทอนแรงเสียดทานจากยอดขายต่างประเทศที่ลดลงถึง 51% ได้ อย่างไรก็ตาม GPM ในภาพรวมลดลง YoY เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่ายซึ่งมีอัตรากำไรต่ำมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น คงราคาเป้าหมายที่ 51.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 16 เท่า (เทียบเท่า -1.75SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปี)
@ จัดจำหน่ายและบรรจุภัณฑ์เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ยังคงแนะนำ“ซื้อ” โดยเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของระบบจัดจำหน่าย และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ภาพระยะยาว CBG ยังมีข้อได้เปรียบจากการทำธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตขวดแก้วและกระป๋องอะลูมิเนียมเอง ไปจนถึงระบบขนส่งและกระจายสินค้าผ่าน Cash Van ของตนเอง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในไทยและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม ราคาเป้าหมายพื้นฐานที่ 58.00 บาท