"เพื่อไทย-กล้าธรรม" เปิดเกมต่อรองร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย
มีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยจะ "ดัดหลัง" พรรคกล้าธรรม ไม่ดึงร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุไม่พอใจ กรณีส่งผู้สมัคร สส. ชนพรรคภูมิใจไทยหลายพื้นที่ และบางพื้นที่ทำเอาพรรคภูมิใจไทยแพ้เลือกตั้งด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้สูตรจัดตั้งรัฐบาลสูตรใหม่ จากเดิมคือ สูตรสำเร็จ "ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-เพื่อไทย" เปลี่ยนเป็น สูตรที่ควรจะเป็น "ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์"
สูตรจัดตั้งรัฐบาลในแบบที่ควรจะเป็น ก็คือ พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง กับ พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และ พรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง รวมแล้วเป็นรัฐบาล 289 เสียง แม้พรรคประชาธิปัตย์จะปฏิเสธการทาบทาม แต่เกม "ดัดหลัง" พรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ดูจะร่วมเล่นด้วย หยั่งเชิงอยู่
ในความที่ไม่พูดก็พูดออกมาว่า เสถียรภาพของรัฐบาลภูมิใจไทย อยู่ที่การทำงาน บอกอะไรไหม ? บอกไปถึงใคร พรรคไหนหรือเปล่า เพราะสูตรสำเร็จ ตามรายงานข่าว หรือข่าวเชิงวิเคราะห์ความเป็นไปได้ก่อนหน้านี้ คือ พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง กับพรรคกล้าธรรม 58 เสียงและพรรคเพื่อไทย 74 เสียง รวม 325 เสียง
ทำไมไม่เป็นสูตรสำเร็จ ที่มีพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล เหตุมาจากพรรคภูมิใจไทยไม่พอใจพรรคกล้าธรรม ส่งผู้สมัคร สส. "ทับซ้อน" กับพรรคภูมิใจไทย และบางพื้นที่ทำเอาพรรคภูมิใจไทยแพ้ด้วย แต่ทำไมต้องเป็นสูตรที่ควรจะเป็น นอกจากคำตอบจะอยู่ในข้อสังเกตแรกแล้ว อาจจะเกี่ยวกับ "ภาพลักษณ์" เรื่องทุนเทาและมันคือแป้งด้วยไหม?
หรือในเชิงการบริหารราชการแผ่นดิน ยังไปเกี่ยวข้องกับโครงสร้างบุคคลที่ต้องสอดรับกับความเชื่อมั่นและศรัทธา ต่อรัฐบาลและต่อ ครม.อนุทิน 2 ด้วย แล้วถ้าเทียบโครงสร้างบุคคลพรรคประชาธิปัตย์ ตอบโจทย์และเติมเต็มรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยได้ดีกว่าพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะการคุมเกมในสภาฯ กับการประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
และถ้าถอดความจากถ้อยแถลงของนายอนุทิน ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน ว่าอาจจะเกิดการเปลี่ยนสูตรจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาจริง ๆ โดยเฉพาะกับคำยืนยันที่ว่าภูมิใจไทยไม่ฝืนความต้องการของประชาชน ความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ เป็นนายกฯ ต้องคุมได้ ถ้าคุมกันไม่ได้-ก็อยู่กันไม่ได้
แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล อาจกำลังเล่นกับกระแสไปด้วย จะเหลือก็แต่ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริง จะตัดสินใจยังไง นั่นอาจหมายถึง "ไชยชนก ชิดชอบ" เลขาธิการพรรค หรือไม่ก็นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ว่ากันว่าเย็นนี้จะเดินทางกลับจากจีน และคืนนี้อาจได้พูดคุยกัน แต่วางเป็นโมเดลคำถาม อาจตอบยากอยู่เหมือนกัน
ยากแรก คือ พรรคภูมิใจไทย นอกจากนายอนุทินที่จะตัดสินใจแล้ว ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย "เนวิน" ต้องตัดสินใจด้วยไหม เย็นหรือค่ำวันนี้ (11 ก.พ.) อาจมีคำตอบที่ชัดมากขึ้น ด้วยนายเนวินจะเดินทางกลับจาก "จีน" หลังเดินทางไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.หลังใช้สิทธิเลือกตั้ง
ยากที่สองคือการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์เอง เพราะถ้า "ภูมิใจไทย" เลือก "เพื่อไทย" ซึ่ง "แดง" ที่เป็นฝ่ายตรงข้ามมาโดยตลอดของ "ฟ้า" และ "แดง" ที่นายใหญ่ "ทักษิณ ชินวัตร" กำลังจะได้รับสิทธิพักโทษทั่วไปในเดือน พ.ค.นี้ "ประชาธิปัตย์" จะว่ายังไง ซึ่งไม่ใช่แค่นายอภิสิทธิ์ แต่นั่นหมายถึงนายชวน ด้วยไหม คานงัดกันหรือไม่น่าใช่ ยอมหักแต่ไม่ยอมงออาจเป็นไปได้
ยากสุดๆ คือ การไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม คงต้องตั้งคำถาม อะไรจะเกิดขึ้นกับรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ในสไตล์ ร.อ.ธรรมนัส นั่นอาจ "หยิกเล็บ เจ็บเนื้อ" และด้วยเหตุนี้ จึงมีอีกข้อสังเกต "แผนซ้อนแผน" ไหม แผนหนึ่งคือเพื่อไทย เขย่ากล้าธรรม แผนสองภูมิใจไทยเล่นด้วย แต่ล่าสุด กล้าธรรม โชว์เหนือมีอยู่ 80 เสียง ไม่ใช่แค่ 58 เสียง
เกมนี้เรียกว่า ต่อรองโควตารัฐมนตรี 300 เสียงบวก ๆ รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย สัดส่วน 8 สส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย 74 เสียง คิดตามสัดส่วน ยังไงก็ได้มากกว่า พรรคกล้าธรรม แต่เกมพลิก ร.อ.ธรรมนัส บอกมีในมือ 80 เสียงเพราะพรรคเล็กร่วมสนับสนุนด้วย
แผนซ้อนแผน สูตรจัดตั้งรัฐบาลในแบบที่ควรจะเป็น คงไม่ได้เป็น
วิเคราะห์ : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง
อ่านข่าว :
ผ่ายุทธศาสตร์รวมบ้านใหญ่ ปัจจัยส่ง "ภูมิใจไทย" เข้าวิน - การเมืองพื้นที่ voter เปลี่ยนพฤติกรรม
"น้ำเงิน-เขียว-แดง" สูตรสำเร็จจัดตั้งรัฐบาล
"ธรรมนัส" รวมเสียงพรรคเล็ก แง้มมีเสียง สส.ในมือไม่ต่ำ 80