เครือข่ายนิติธรรม ยื่นหนังสือกกต.หากแก้ปัญหาความโปร่งใสไม่ได้ ปัญหามีหลายจุดเกินไป อาจต้องนับใหม่ทั้งประเทศ
เครือข่ายนิติธรรม ยื่นหนังสือกกต.หากแก้ปัญหาความโปร่งใสไม่ได้ ปัญหามีหลายจุดอาจต้องนับใหม่ทั้งประเทศ
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ เครือข่ายนิติธรรมและการพัฒนา ยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้ยึดมั่นในหลักนิติธรรม โดยจัดการปัญหาการจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส ยุติธรรม
โดย ดร.กฤษฎา บุญชัย เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา กล่าวว่า นับตั้งแต่การดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่การเลือกตั้งล่วงหน้า การลงประชามติ มาจนถึงการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และการนับคะแนนหลังจากนั้น ปรากฏข้อมูลมากมาย จากประชาชนที่เฝ้าสังเกตการณ์เลือกตั้ง และการนับคะแนน พบความผิดปกติจนเป็นที่น่าเชื่อถือได้ว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งมีความบกพร่อง ขาดความโปร่งใส และมีแนวโน้มที่จะไม่อยู่บนความสุจริต ยุติธรรม
ดังนี้ 1. จำนวนบัตรเกิดผู้มาใช้สิทธิ (บัตรเขย่ง) 2. การนับคะแนนผิด รวมคะแนนผิด 3. ระบบรายงานคะแนนของ กกต.ล่ม 4. ปิดหีบและยุบรวมหีบไม่เป็นไปตามระเบียบ 5. ใบขีดคะแนน เอกสารสำคัญถูกพบผิดที่ผิดทาง 6. ไม่ให้ผู้ใช้สิทธิเซ็นชื่อบัญชีรายชื่อ 7. จำกัดการสังเกตการณ์ของประชาชน 8. ปัญาหาการขาดประชาสัมพันธ์และการออกเสียงล่วงหน้า 9.ปัญหาการจัดการหน่วยเลือกตั้ง
ดร.กฤษฎา กล่าวว่า จากตัวอย่างเกิดขึ้นหลายที่ ได้แก่ ปทุมธานี (กรณีถุงดำคลุมกล้องวงจรปิด บัตรเขย่ง ไฟดับ) ชลบุรีเขต 1 (หีบปิดไม่เป็นไปตามระเบียบและคะแนนเขย่ง) ลำปาง (จำนวนบัตรเสียผิดปกติ) พิจิตร (พบคะแนนเพิ่มผิดปกติ) ศรีสะเกษ (คะแนนผู้ชนะบนกระดานกับคะแนนที่ กกต.แสดงไม่ตรงกัน) ขอนแก่น มหาสารคาม พะเยา เชียงใหม่ จันทบุรี และอีกหลายพื้นที่ ทั้งหมดนี้สะท้อนปัญหาอยู่ที่การนับคะแนนที่หน่วย การจัดเก็บหีบและเอกสารหลักฐาน ระบบรายงานคะแนน และการเปิดโอกาสให้ประชาชนสังเกตการณ์อย่างโปร่งใส
” กกต.ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจหลักตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (มาตรา 224) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 โดยมีหน้าที่ควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต. มีอำนาจสืบสวนและไต่สวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และมีอำนาจสั่งระงับสิทธิสมัครหรือเลือกตั้ง ทั้งก่อนประกาศผล หากพบความไม่สุจริต สามารถสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครไว้เป็นการชั่วคราว (ไม่เกิน 1 ปี) หรือสั่งให้เลือกตั้งใหม่/นับคะแนนใหม่ และหลังประกาศผล หากพบเหตุภายหลัง ต้องเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์เพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง” ดร.กฤษฎา กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากปัญหาความไม่พอใจของประชาชนต่อความไม่โปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งบานปลายออกไป และอาจกลายเป็นวุ่นวายทั้งประเทศ หากปล่อยไปเช่นนี้อาจทำให้การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมาต้องล้มลง ขยายเป็นความขัดแย้งไปทั่วประเทศ หรือแม้จะตั้งรัฐบาล รัฐสภาได้ก็ขาดความชอบธรรมในสายตาประชาชน พวกเราเครือข่ายนิติธรรมและการพัฒนา (Rule of Law and Development: RoLD) และประชาชนผู้ห่วงใยต่อปัญหาความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งอันประกอบด้วยภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาครัฐ (ตามรายชื่อข้างล่าง) ซึ่งยึดมั่นในหลักการร่วมกันในการสร้างสรรค์ระบบการเมืองการปกครอง และนโยบายสาธารณะของไทยอยู่บนหลักนิติรัฐ นิติธรรม (Rule of Law) ที่เคารพและคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นธรรมของประชาชน พวกเราจึงขอเสนอให้ กกต. ดำเนินการตามหน้าที่รัฐธรรมนูญและกฎหมาย ด้วยการเร่งดำเนินการสร้างความโปร่งใส และน่าเชื่อถือในการจัดการเลือกตั้งให้กลับคืนมา ดังต่อไปนี้
1.กกต.ต้องเปิดเผยรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยทั่วประเทศ
2.นับคะแนนใหม่ที่เขตเลือกตั้งที่มีปัญหา
3. หากการนับคะแนนใหม่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่โปร่งใสได้ อาจจะต้องมีการจัดเลือกตั้งซ่อมใหม่ในจุดที่เป็นปัญหา
4.หากพบปัญหามากมายหลายจุดอาจจะต้องนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ
“พวกเราขอยืนยันว่า ปัญหาความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งนี้มีความร้ายแรง จะทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศ ดังนั้น กกต.ควรจะต้องเร่งยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ด้วยการพิจารณาสร้างความโปร่งใส และน่าเชื่อถือในการจัดการเลือกตั้งให้กลับคืนมา เพื่อประเทศชาติจะได้พัฒนาอย่างก้าวหน้าและสง่างาม ด้วยความห่วงใย จากเครือข่ายนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD)”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เครือข่ายนิติธรรม ยื่นหนังสือกกต.หากแก้ปัญหาความโปร่งใสไม่ได้ ปัญหามีหลายจุดเกินไป อาจต้องนับใหม่ทั้งประเทศ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th