โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยก 2 ภาษีทรัมป์ 15% “กอบศักดิ์” มองสิงคโปร์–อังกฤษเสียแต้มต่อ

PostToday

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภายหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศของสหรัฐจาก 10% เป็น 15% สร้างแรงสั่นสะเทือนไปหลายประเทศ

ล่าสุด ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

วันที่สอง …… Global Tariff 15% !!!

หลายประเทศเชื่อว่า ทุกอย่างจะดีขึ้นหลังจากศาลสูงสหรัฐได้ตัดสินว่า President Trump ทำเกินอำนาจที่ให้ไว้ในกฏหมาย IEEPA หรือ International Emergency Economic Powers Act

คงต้องคิดอีกครั้ง เพราะเมื่อวานนี้ President Trump ได้ประกาศว่า จะเริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่าน (Adjustment Process) ไปสู่ โครงสร้าง Tariffs ใหม่ จากกฏหมายต่างๆ ที่มีอยู่

และเมื่อถึงจุดนั้นภาษี Tariffs ที่สหรัฐเก็บได้ จะมากกว่าที่เก็บอยู่ขณะนี้จากการเจราจาการค้า และข้อตกลงที่มีกับประเทศต่างๆ !!! หมายความว่าภาระที่เกิดขึ้น จะหนักหน่วง กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

แม้ประเทศหรือภาคธุรกิจที่รับภาระจะเปลี่ยนไป แต่เมื่อรวมๆ กันแล้ว จะมากกว่าเดิม

ล่าสุด หลังโดนศาลสูงปฏิเสธไปเมื่อวานนี้ หลังออกหมัดสวน หมัดแรกโดยออก Global Tariffs ที่ 10% ภายใต้ Section 122 ของ Trade Act 1974

เมื่อมีเวลา สามารถทรงตัวได้ดีขึ้น

ในวันที่ 2 ของสงครามการค้าโลก ยกที่ 2 !!! ท่านประธานาธิบดี Trump ออกหมัดเพิ่ม ยกระดับ Global Tariff เป็น 15% สูงสุดตามอำนาจที่มี ในกฏหมายดังกล่าว ซึ่งจะสามารถทำได้ในรอบนี้ 150 วัน

ระหว่างที่เตรียมมาตรการ Tariffs อื่นๆ ที่จะตามมา อย่างถูกกฏหมาย แค่นี้ แค่หมัด 1 หมัด 2 บางประเทศก็ลำบากมากขึ้นจากรอบที่ 1 ที่ตกลงไปเมื่อสิงหาคมที่แล้ว เพราะมีประเทศนับร้อย ที่เคยได้อยู่ที่ 10% หนึ่งในนั้นคือ สิงคโปร์ ที่เงียบๆ มาตลอด จากความได้เปรียบ ที่ได้รับอัตราต่ำสุดของ Reciprocal Tariffs จึงได้ยอมรับสภาพแต่โดยดี

รอบนี้ ที่ 15% สิงคโปร์จะลำบากขึ้น ไม่มีแต้มต่อเหมือนเคย อังกฤษ ที่เคยได้ Deal แรก ของ Reciprocal Tariffs ก็จะลำบากขึ้นเช่นกัน ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี กลับไปที่เดิม ไทย อาเซียนอื่นๆ ที่ได้ 19-20% ก็ใกล้เดิมมากๆ

แต่ที่น่ากังวลใจที่สุดก็คือ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น จะมีตามมาหลังจากนี้ เป็นหมัด สาม สี่ ห้า หก เจ็ด เพราะในคำตัดสินดังกล่าว หนึ่งในผู้พิพากษาศาลสูง Kavanaugh ที่ท่าน President Trump ยกย่องว่าเป็น My New Hero ได้เขียนไว้อย่างชัดเจน

“Although I firmly disagree with the court's holding today, the decision might not substantially constrain a president's ability to order tariffs going forward … That is because numerous other federal statutes authorize the President to impose tariffs and might justify most (if not all) of the tariffs issued in this case.”

“แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำวินิจฉัยของศาลในวันนี้ แต่คำตัดสินนี้อาจไม่ได้จำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในการสั่งเก็บภาษีนำเข้าอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต …

นั่นเป็นเพราะกฎหมายของรัฐบาลกลางอีกหลายฉบับให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีนำเข้า และอาจใช้เป็นเหตุผลรองรับมาตรการภาษีส่วนใหญ่ (ถ้าไม่ใช่ทั้งหมด) ที่ถูกใช้ในคดีนี้”

กฏหมายเหล่านี้ ประกอบด้วย

1.Trade Act 1974

มาตรา 122 ที่ใช้รองรับการออก Global Tariffs ที่เป็นหมัดหนึ่งและหมัดสอง (สูงสุด 15% 150 วัน)

  • มาตรา 201
  • มาตรา 301

2. Trade Expansion Act 1962

  • มาตรา 232

3. The Tariff Act 1930 ที่ยังเก็บไว้ จากยุคมหาสงครามการค้าโลก 1930-1940

มาตรา 338 ให้อำนาจในการคิดภาษี 50% สำหรับประเทศที่กีดกันสินค้าสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังสามารถไปให้รัฐสภาออกกฏหมายเพิ่ม เช่นเดียวกับ Sanctioning Russia Act ที่ให้อำนาจเก็บภาษีประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ไเด้จนถึง +500%

กฏหมายเหล่านี้ ยากขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ยากสำหรับทีม TRUMP จึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อวาน President Trump ในช่วงของการแถลงข่าวจึงพูดว่า

"บางประเทศออกไปเต้นดีใจในถนน กับการตัดสินใจของศาลสูงสหรัฐ แต่คงได้ไม่นาน"

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า มาตามดูกันว่า สงครามการค้าโลก ยกที่ 2 จะเกิดอะไรต่อไป จะรุนแรงแค่ไหน ผลกระทบกับเราคืออะไร และหลายประเทศที่ได้ดีลรอบ 1 ไป อยากกลับดีลแรกไหม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...