โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปีม้าไฟในโลกยุคใหม่ เมื่อปีนักษัตรชนกับอัตราการเกิด ชาวจีนอยากมีลูกมากขึ้นหรือน้อยลง?

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ปีนี้ได้เข้าสู่ปีม้าธาตุไฟอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่วันปีใหม่จีนหรือตรุษจีนเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับชาวจีน หรือชาวไทยเชื้อสายจีน เพราะว่ากว่าจะถึงปีม้าธาตุไฟนั้น ต้องเวียนปีนักษัตรและธาตุต่างๆ นานถึง 60 ปีกว่าจะถึงรอบ

แม้ในความเชื่อ ปีม้าอาจไม่ได้มีความสิริมงคลมากกว่าปีมังกร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าม้าเป็นสัตว์ที่อยู่เคียงข้างชาวจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ เราจะเห็นว่าม้ามักเป็นสัตว์ที่ตั้งอยู่ในบ้านชาวจีนหรือไทยเชื้อสายจีนมากพอๆ กับมังกร ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด หรือรูปปั้น ชาวจีนเชื่อว่าถ้ามีม้าเข้ามาหา เท่ากับความสำเร็จจะเข้ามาด้วย ทั้งหมดนี้มาจากลักษณะสำคัญของม้าที่มีความแข็งแรง มีอิสระ มีความทนทาน นำชัยมาให้ชาวจีนมานักต่อนัก ชาวจีนโบราณถือว่าม้าเป็นสัตว์ที่มีธาตุไฟเป็นทุนเดิม เนื่องจากลักษณะนิสัยที่พยศและดื้อดึงอยู่ภายใน ประจวบกับธาตุไฟตามระบบปฏิทินจันทรคติ ทำให้ปีม้าปีนี้ไม่ธรรมดา ฟังดูเป็นปีที่ร้อนแรงราวกับไฟมาเจอไฟ

หมิง เช่า (Ming Shao) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเฟิงสุ่ย หรือฮวงจุ้ย อธิบายว่า คนที่เกิดปีม้าไฟจะเป็นคนที่ยืดหยัดในเหตุผลและตื่นตัวตลอดเวลา จะเป็นคนที่ชอบสนทนาพูดคุย หัวร้อน แต่ก็มีลักษณะของความเป็นผู้นำ เหมือนกับม้าที่มีพลังเต็มเปี่ยมและแข็งแรง

ชาวจีนถือเรื่องนักษัตรมานานตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าชาวจีนค่อนข้างถือเรื่องความสมดุลของธรรมชาติ ในตารางปีนักษัตรจะมีการวางเรียงกันตามหยินและหยาง แต่ละนักษัตรจะมีธาตุ ได้แก่ ดิน ทอง (เหล็ก) น้ำ ไม้ และไฟ หากคู่ครองเลือกคบหาดูใจกัน จะมีการเรียกนักพยากรณ์หรือโหรเพื่อทำการทำนาย ตรวจตราเช็กความเข้ากันของปีนักษัตรและธาตุของแต่ละคน เช่นเดียวกันกับการให้กำเนิดลูกก็มีคติที่ถือว่า หากอยากได้ลูกมีนิสัยใจคอแบบไหนก็เกิดให้ในปีนักษัตรนั้นๆ อย่างปีมังกรเป็นปีที่เห็นได้ชัดว่ามีอัตราการเกิดมากขึ้นเป็นพิเศษอย่างปี 2012 และปี 2024 มีสถิติการเกิดที่โรงพยาบาลในไต้หวันและจีนมากถึง 10-20% เพราะถือว่ามังกรเป็นปีนักษัตรที่มงคลที่สุด โดยเฉพาะปี 2012 ถือว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 14 ล้านคน

ทว่าปีม้าไฟ กลับมีผลลัพธ์ที่ต่างออกไป หากย้อนกลับไปครั้งล่าสุดนั่นคือปี 1966 ปีดังกล่าวไม่มีอัตราการเกิดที่สูงมากเท่าปีมังกร ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับคติความเชื่อ แต่เพราะปี 1966 เป็นปีที่ เหมาเจ๋อตุง (Mao Zhedong) รวบรวมกองกำลัง Red Guard เข้าเมืองปักกิ่ง เกิดการปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural Revolution) นอกจากนี้จีนแผ่นดินกำลังอยู่ในช่วงอดอยากตั้งแต่ต้นปี 1960s จึงมีชาวจีนบางกลุ่มพยายามอพยพไปยังประเทศต่างๆ อยู่เรื่อยๆ เพื่อหวังพื้นที่ทำมาหากินที่ดีกว่า

หากเราพูดกันบนความเชื่อ (เนื่องจากเราไม่มีตัวเลขแน่ชัด) คงมีชาวจีนที่อยากให้ลูกเกิดมีในปีม้าไฟนั้นไม่มากก็น้อย แต่ด้วยเหตุการณ์และสภาพบ้านเมืองที่ไม่อำนวยของจีนปี 1966 เราจึงพลาดโอกาสให้การรู้สถิติการเกิดของชาวจีนในปีนั้น

ปีม้าไฟกับประเทศเพื่อนบ้านที่ถือปีนักษัตร

ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่สวนทางที่สุดในบรรดาประเทศที่ถือนักษัตร แม้ว่าเกาหลีจะมีคติเรื่องคนที่เกิดในปีม้าไฟจะเป็นคนหัวแข็งและดื้อรั้น แต่อัตราการเกิดในปี 1966 ยังสูงขึ้นเป็นปกติ เพราะการพัฒนาของประเทศกำลังพุ่งกระฉูดภายใต้การดูแลของ พัก จอง-ฮี (Park Chung-Hee) ซึ่งตอนนั้นอยู่ในช่วงของโปรเจกต์พัฒนาประเทศภายใน 5 ปี (Five-Year Economic and Social Development Plan) แม้ว่าจะยังไม่ใช่ที่ประเทศที่เจริญแต่เกาหลีใต้พยายามเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในเชิงอุตสาหกรรม และการส่งออกอย่างเข้มข้น

แต่ขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่น ซึ่งปี 1966 เป็นปีที่ญี่ปุ่นมีค่า GDP สูงมาก (มากกว่าช่วงต้นปี 1960s ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์) แทนที่จะมีอัตราการเกิดที่มากขึ้นเป็นพิเศษ กลับลดน้อยลงประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ สำนักข่าว Nippon ก็มีการตั้งข้อสงสัยเช่นกันว่าทำไมปี 1966 มีการเกิดน้อยลงราว 500,000 คน เมื่อเทียบกับปี 1965 และกลับมาพุ่งอีกครั้งในปี 1967 และปรากฎกาณ์นี้ไม่สามารถอธิบายได้ว่ามีปัจจัยจากโรคภัยหรือสภาพเศรษฐกิจ จึงมีการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคติที่เชื่อว่ากันว่าหากได้ลูกสาวในปีม้าไฟ หรือฮิโนะเอะอุมะ (Hinoeuma) จะเกิดมาเป็นคนหัวรั้น เป็นกาลกิณีให้กับสามี หรือว่าญี่ปุ่นจะถือคติเรื่องปีนักษัตรมากกว่าจีนและเกาหลี?

เมื่อมองลึกลงไปประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเรื่องเล่าและนิทานปรัมปราในการหยิบอธิบายปรากฏการณ์ นอกจากจะใช้ ปีศาจโยไค (Yokai) ในการอธิบายเช่น การที่เด็กจมน้ำแปลว่าเป็นฝีมือตัวกัปปะ (Kappa) แล้ว ยังมีเรื่องเล่าผูกกับผู้หญิงปีม้าไฟว่าเป็นผู้หญิงหัวร้อนถึงขั้นกินสามีเธอทั้งเป็น เรื่องเล่านี้นิยมมากจนกลายเป็นละครหุ่นและในหนังสือ เสริมกับญี่ปุ่นเองค่อนข้างถือว่าศาสตร์จากจีนเป็นศาสตร์ที่ขลัง เราจึงเห็นภาพได้ชัดว่าทำไมคติจึงฝังลึกอยู่ในสังคมญี่ปุ่นมากกว่าที่อื่น ถ้าเทียบกับประเทศไทยคงเหมือนคติที่ว่าห้ามตากผ้าในตอนกลางคืน หรือขานรับเสียงคนอื่นในเวลากลางคืน คือมันอาจไม่ได้เป็นความจริงขนาดนั้น แต่คติมันฝังลึกจนมีการคิดว่าหากถือตามสักนิดคงจะดีกว่า

จากเรื่องราวในปีดังกล่าว เราพอจะเห็นภาพว่า แม้จะเป็นเหล่าประเทศที่เชื่อในเรื่องนักษัตร แต่อย่างไรก็ตามสภาพและสถานการณ์สังคมในยุคนั้นๆ ดูเหมือนจะมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจในเรื่องการมีบุตร

ปีม้าไฟครั้งใหม่ของจีน อัตราการเกิดจะเพิ่มมากขึ้น?

ครั้งนี้ประเทศจีนได้หวนกลับมาสู่ปีม้าไฟอีกครั้ง หรือว่าปี 2026 จะเป็นปีที่อัตราการเกิดสูงขึ้น เมื่อเทียบกับสภาพบ้านเมืองเมื่อ 60 ปีที่แล้ว?

ปีม้าไฟปีนี้น่าสนใจพิเศษ เพราะประเทศจีนเคยมีนโนบายลูกคนเดียวระหว่างปี 1979-2015 จากนั้นเพิ่มมาเป็น 3 คนในปี 2021 จนกระทั่งตอนนี้จีนมีการเลิกนโยบายควบคุมการเกิดแล้ว แต่ถึงกระนั้นประเทศจีนเองก็ประสบปัญหาหนักเกี่ยวกับอัตราการเกิดในช่วงนี้ ในปี 2025 มีการรายงานว่ามีอัตราการเกิดเฉลี่ยเพียง 5.63 คนต่อประชากร 1,000 คน เนื่องจากการเลี้ยงดูลูกหนึ่งคนมีค่าใช้จ่ายสูง และมีการแข่งขันทางการศึกษาและอาชีพที่สูงพอๆ กัน (หลายคนเลือกไปอยู่ประเทศอื่นเพราะหางานง่ายกว่า) นอกจากนี้ผู้หญิงชาวจีนเริ่มให้ความสำคัญกับงานมากขึ้นกว่าแต่ก่อน อัตราการเกิดที่ต่ำลงทำให้จีนเริ่มกังวลว่าในอนาคตอาจมีคนทำงานไม่เพียงพอต่อทุกอุตสาหกรรม จึงมีนโยบายสนับสนุนการเลี้ยงดูมากขึ้น เช่น ให้เงินราว 3,600 หยวน สำหรับครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี มีการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาเด็ก รวมถึงโรงเรียนอนุบาลหลายแห่งเริ่มให้เรียนฟรี

ไม่ใช่แค่ประเทศจีน ปัจจุบันในวันที่หลายประเทศมีวิกฤตเรื่องการเกิดใหม่ของประชากรอย่างหนัก เราคงต้องมาดูว่า ในปีม้าไฟที่ร้อนแรงเช่นปีนี้ อัตราการเกิดของผู้คนในแต่ละประเทศจะดำเนินไปในทิศทางใด ปีม้าไฟจะส่งผลมากน้อยแค่ไหน หรือคนอาจจะไม่ได้สนใจอะไร เพราะสถานการณ์สังคมจะยังเป็นตัวแปรสำคัญเฉกเช่นในช่วงปีที่ผ่านมาๆ มา

อ้างอิง:

Nippon. The Year of the Fire Horse: Why Did Births Plummet in Japan in 1966. https://www.nippon.com/en/japan-topics/g02550/?utm_source=chatgpt.com

The Guardian. Year of the fire horse - explained: the Chinese zodiac sign that’s all about intensity. https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2026/feb/19/fire-horse-zodiac-sign-lunar-new-year-explained-predictions

National Geographic. The Year of the Fire Horse is back—for the first time in 60 years. https://www.nationalgeographic.com/culture/article/year-of-fire-horse-lunar-chinese-new-year

Statista. Are "Dragon Babies" Bumping up China's Birth Rate? https://www.statista.com/chart/31733/live-births-per-1000-people-in-china--1980-2022-/?utm_source=chatgpt.com

BBC. China's birth rate hits record low as population continues to shrink. https://www.bbc.com/news/articles/c79r7v7qr53o

บทความต้นฉบับได้ที่ : ปีม้าไฟในโลกยุคใหม่ เมื่อปีนักษัตรชนกับอัตราการเกิด ชาวจีนอยากมีลูกมากขึ้นหรือน้อยลง?

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...