สั่งประหาร! ‘แอม ไซยาไนด์’ หลักฐานชัดวางยาชิงเงิน-ล้างหนี้ ก่อนลดโทษคุกตลอดชีวิต
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้มีคำพิพากษาในคดีของ "แอม ไซยาไนด์" กรณีวางยาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเหยื่อในคดีนี้คือ พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ หรือ "สารวัตรปู" อายุ 38 ปี โดยศาลพิพากษาประหารชีวิตจำเลย แต่ได้ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2566 ณ บ้านเลขที่ 196 ถนนเทศา ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พบสาเหตุการเสียชีวิตมาจากระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว ตรวจสอบพบทรัพย์สินสูญหายเป็นเงินสด 10,000 บาท และเงินในบัญชีถูกถอนออกไปอีก 140,000 บาท ซึ่งศาลชี้ชัดว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อหวังชิงทรัพย์และล้างหนี้พนันออนไลน์
นางลัดดาวัลย์ มณีวรรณ พี่สาวของสารวัตรปู เปิดเผยความรู้สึกหลังฟังคำตัดสินว่า ตนพอใจในระดับหนึ่งที่ผลออกมาตามคาด แต่ยอมรับว่าหดหู่ใจมากเมื่อฟังพฤติการณ์ในคดี เพราะผู้เสียชีวิตเป็นคนดีและไว้วางใจจำเลยมาก ถึงขั้นให้ยืมเงินและให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง ไม่คาดคิดว่าคนใกล้ตัวที่ไว้ใจจะกลายเป็นฆาตกร ถือเป็นบทเรียนราคาแพงว่าความดีที่มีให้บางครั้งก็ใช้ซื้อใจคนไม่ได้ ส่วนเรื่องบทลงโทษนั้น ใจจริงอยากให้ประหารชีวิตโดยไม่ลงอาญา แต่ก็เคารพในการดุลพินิจของศาล ซึ่งแม้ผลจะออกมาเป็นจำคุกตลอดชีวิต แต่ในเมื่อคดีแรกมีการตัดสินประหารไปแล้ว ตนจึงเข้าใจว่าเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายสูงสุด
ด้าน รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ "อาจารย์อ๊อด" ซึ่งร่วมรับฟังคำพิพากษา ระบุว่าแม้จำเลยจะสู้คดีเต็มที่ แต่พยานหลักฐานจากตำรวจภูธรภาค 7 และพยานแวดล้อมมีความสอดคล้องกันอย่างแน่นหนา โดยมี 3 ประจักษ์สำคัญ คือ 1. หลักฐานดิจิทัลและนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าจำเลยและผู้ตายอยู่ที่ร้านข้าวมันไก่องค์พระปฐมเจดีย์จริง แย้งกับคำให้การของจำเลยที่อ้างว่าไปหัวหิน โดยพยานเจ้าของร้านระบุว่าเห็นจำเลยรินน้ำเตรียมไว้ 2 แก้ว ในช่วงที่ผู้ตายไปเข้าห้องน้ำ ก่อนที่ผู้ตายจะกลับมาดื่มน้ำและเสียชีวิตในเวลาต่อมา 2. หลักฐานการสั่งซื้อไซยาไนด์และการตรวจพบสารในรถและบ้านของจำเลย และ 3. มูลเหตุจูงใจเรื่องการล้างหนี้พนันออนไลน์ ซึ่งศาลมองว่าข้อต่อสู้ของจำเลยมีพิรุธและเลื่อนลอย จึงเชื่อมั่นในพยานหลักฐานทั้งหมด
ขณะที่ น.ส.วารุณี มณีวรรณ น้องสาวของสารวัตรปู กล่าวพร้อมน้ำตาว่า ทางครอบครัวไม่ได้ติดใจเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินทอง เพราะสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือความยุติธรรมให้พี่สาว ซึ่งจนถึงปัจจุบันยังทำใจกับการสูญเสียไม่ได้ พร้อมทั้งขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทีมพนักงานสอบสวน พยานทุกคน และอาจารย์อ๊อดที่ช่วยให้คดีลุล่วง อย่างไรก็ตาม แม้จะเคารพคำตัดสินของศาลในวันนี้ แต่ทางญาติยืนยันว่าจะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อไป เพื่อให้ได้รับโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด.