โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับสัญญาณความเสี่ยง ซ้ำเติมส่งออกไทยปี 2569

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คอลัมน์ : เลียบรั้วเลาะโลก ผู้เขียน : EXIM BANK

อย่างที่ทราบกันดีว่าการส่งออกของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวในระดับต่ำ สาเหตุหลักมาจากระดับการส่งออกที่อยู่บนฐานที่สูงในปี 2568 โดยมูลค่าส่งออกสินค้าของไทยสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 3.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวถึง 13% จากปีก่อน

ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์เดิมในช่วงที่สหรัฐประกาศใช้มาตรการภาษีกับเกือบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย ว่าการค้าโลกจะขยายตัวในระดับต่ำ เนื่องจากเกิด Frontloading Demand ที่ทำให้สถานการณ์พลิกกลับเป็นตรงกันข้าม เศรษฐกิจและการค้าโลกขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจเป็นเหตุซ้ำเติมการค้าโลกและการส่งออกไทยเพิ่มเติมในปีนี้ ได้แก่

-เศรษฐกิจโลกจะอ่อนไหวต่อสงครามการค้ามากกว่าเดิม ในปี 2568 เศรษฐกิจและการค้าโลกที่ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาดจาก Frontloading Demand กลายเป็นปัจจัยกดดันความต้องการซื้อสินค้าของสหรัฐในปีนี้ เพราะบริษัทส่วนใหญ่มีการสต๊อกสินค้าและปรับแผน Supply Chain ให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นอกจากนี้ เมื่อย่างเข้าสู่ปี 2569 บางประเทศเริ่มใช้มาตรการภาษีเพื่อปกป้องเศรษฐกิจของตน อาทิ เม็กซิโกที่ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ากว่า 1,400 รายการ จากอัตราเดิมที่ 0-25% เป็น 5-50% กับประเทศที่ไม่มีข้อตกลงการค้ากับเม็กซิโก เช่น จีน อินเดีย ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569

ขณะที่ EU ก็ประกาศว่าอาจใช้มาตรการ Trade Bazooka เพื่อตอบโต้หากสหรัฐกดดันเดนมาร์กในกรณีกรีนแลนด์ เช่นเดียวกับแคนาดาที่พร้อมใช้มาตรการภาษีเพื่อตอบโต้สหรัฐ นับเป็นสถานการณ์ที่ต่างจากช่วงที่ผ่านมา ซึ่งฝั่งสหรัฐมักเป็นฝั่งควบคุมเกมการค้าและใช้มาตรการกับประเทศอื่นเป็นหลัก โดยมีเพียงคู่ขัดแย้งหลักอย่างจีนที่กล้าใช้มาตรการตอบโต้เท่านั้น แต่ในปี 2569 อาจเห็นประเทศอื่นใช้มาตรการภาษีเพื่อตอบโต้สหรัฐมากขึ้น ทำให้การค้าโลกเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากกว่าเดิม

-ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคยังคุกรุ่นและรอวันปะทุ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกในช่วงต้นปี 2569 ร้อนแรงจากเหตุการณ์ที่สหรัฐใช้มาตรการที่แข็งกร้าวต่อประเทศที่มีความขัดแย้งยืดเยื้ออย่างเวเนซุเอลา

ขณะที่สถานการณ์ความไม่สงบที่สะสมในหลายพื้นที่อาจยกระดับความตึงเครียดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เช่น การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่าน ซึ่งหากสถานการณ์ในอิหร่านยกระดับไปสู่การแทรกแซงของสหรัฐ และอิหร่านมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลกผ่านราคาพลังงานที่จะดีดตัวสูงขึ้น ซ้ำเติมต้นทุนการผลิตและการค้าระหว่างประเทศ

-ปัญหาหนี้สาธารณะในบางประเทศยังน่ากังวล โดยเฉพาะกรณีของฝรั่งเศสที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงถึงราว 117% เมื่อประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองของรัฐบาลฝรั่งเศสที่มีเสียงข้างน้อย ทำให้ยากต่อการผ่านมาตรการรัดเข็มขัดหรือปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเผชิญการชุมนุมประท้วงจากประชาชนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการที่ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองใน EU ทำให้หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อ EU อย่างรุนแรง

ดังนั้น สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ แม้ว่าภาพรวมความเสี่ยงของประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สาธารณะ ปรับตัวในทิศทางดีขึ้น สังเกตได้จากการที่ OECD Rating ปรับขึ้นอันดับความเสี่ยงหลายประเทศต่อเนื่องรวม 8 ประเทศ ในรอบกว่า 1 ปีที่ผ่านมา แต่ในปี 2569 ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างฝรั่งเศสจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกที่รุนแรงกว่า

จะเห็นได้ว่าการค้าโลกและการส่งออกไทยกำลังเข้าสู่บททดสอบสำคัญ จากปัจจัยเสี่ยงที่รุมเร้าหลายด้านในปี 2569 ผู้ประกอบการจึงต้องเร่งปรับตัวด้วยการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการเฝ้าติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในมิติต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับสัญญาณความเสี่ยง ซ้ำเติมส่งออกไทยปี 2569

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...