รวบ 2 คู่หูลักลอบทยอยลักทรัพย์หาเงินใช้จ่าย อ้างตกงานไม่มีเงินใช้
สภ.เมืองขอนแก่น จับกุม 2 ผู้ต้องหาลักทรัพย์กว่า 14 รายการ มูลค่ากว่า 4 แสนบาท อ้างตกงานขาดรายได้ ตรวจพบเสพยาเสพติด ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 ม.ค.69 พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมกันจับกุม นายอภิสิทธิ์ อายุ 22 ปี ที่อยู่ ต.โนนหัน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 2เครื่อง, สว่านไฟฟ้า, เครื่องเป่าลม, พาวเวอร์แบงค์ และสายไฟ และนายประจักษ์ อายุ 39 ปี ที่อยู่ ต.พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1แมทแอมแฟตามีน(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่าภายหลังจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นว่า ขณะที่เดินทางไปทำธุระที่ต่างจังหวัด ก็ถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านหลังหนึ่ง ม.2 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวน 14 รายการ มีทั้งนาฬิกาหลายยี่ห้อ หลายเรือน แหวนทองหนัก 1 สลึง พระเครื่องและล้อแม็ก 10 เส้น รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 400,000 บาท พนักงานสอบสวนจึงประสานมายังชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เชื่อว่าน่าจะบันทึกภาพคนร้ายที่ลักลอบเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านของผู้เสียหาย
จากการตรวจสอบและสืบสวนจนพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ครั้งคือนายอภิสิทธิ์ พักอยู่ในชุมชนหนองวัด 2 ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบภายในชุมชนดังกล่าว จนพบตัวอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าของเพื่อน จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นในห้องพักภายในบ้านเช่าดังกล่าว จนพบของกลางทั้งหมดจึงควบคุมตัวมาสอบสวน นอกจากนี้ยังได้ตรวจหาสารเสพติดของผู้ต้องหาทั้ง2 รายก็ พบว่ามีสารเสพติดทั้งคู่ จึงแจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายอภิสิทธิ์ ให้การว่า เคยทำงานเป็นพนักงานเสริฟที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น และได้รู้จักกับผู้เสียหาย เพราะเคยขับรถส่งของให้ แต่ได้ขับรถประสบอุบัติเหตุแล้วไม่มีเงินซ่อมรถให้ผู้เสียหาย จึงถูกให้ออกจากงาน ต่อมาทราบว่าผู้เสียหายไปธุระที่ จ.อุดรธานี จึงลักลอบเข้าไปในบ้านผู้เสียหาย และทยอยขโมยเอา ทรัพย์สินในบ้านพักผู้เสียหายและนำไปขาย เอาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จนกระทั่งถูกตำรวจจับกุมตัว อย่างไรก็ตามภายได้หลังการสอบสวนแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหากับนายอภิสิทธิ์ ในข้อหา ลักทรัพย์หรือรับของโจรและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1แมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย ส่วนนายประจักษ์ ถูกแจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1แมทแอมแฟตามีน(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย ก่อนจะควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
#ภูมิภาค-48