โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ซูเปอร์มาร์เก็ตเวียดนาม เดือด ‘อิออน-ฟูจิ มาร์ท’ กางแผนปูพรมสาขา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ธ.ค. 2564 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 04.32 น.

Market move

 

ปี 2565 ที่จะถึงนี้เวียดนามยังคงครองตำแหน่งเป้าหมายยอดฮิตของบรรดายักษ์ค้าปลีกข้ามชาติ โดยเฉพาะผู้เล่นจากแดนปลาดิบอย่าง “อิออน” เจ้าของเชนค้าปลีกแมกซ์แวลู, อิออน มอลล์ และ “ซูมิโตโม” ผู้บริหารเชนฟูจิ มาร์ทที่ต่างประกาศแผนขยายสาขาในเวียดนาม เริ่มตั้งแต่ปีหน้าไปจนถึงปี 2568 ในระดับ 100 สาขา ทั้งโมเดลซูเปอร์มาร์เก็ตและช็อปปิ้งมอลล์

สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานถึงการรุกตลาดครั้งนี้ว่า “อิออน” ประกาศแผนขยายสาขาซูเปอร์มาร์เก็ตแมกซ์แวลูในเวียดนามเพิ่มอีก 100 สาขา ภายในปี 2568 หรือเฉลี่ยปีละ 25 สาขา และในจำนวนนี้จะมีสาขาขนาดใหญ่ 500 ตร.ม. หรือมากกว่าอยู่ด้วย จากปัจจุบันที่มีเพียง 4 สาขาในย่านกรุงฮานอย

ขณะเดียวกัน อิออน มอลล์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือและผู้บริหารห้างสรรพสินค้าอิออน มอลล์ ประกาศขยายสาขาในเวียดนามเพิ่มเช่นเดียวกัน โดยจะเพิ่มจาก 6 สาขาในปัจจุบันเป็น 16 สาขาภายในปี 2568

“โซอิจิ โอคาซากิ” ผู้บริหารอิออนซึ่งรับผิดชอบธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า ตอนนี้เวียดนามเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดในแผนธุรกิจต่างประเทศของบริษัท

การปูพรมสาขาระดับร้อยแห่งตามแผนนี้จะทำให้อิออนสามารถก้าวขึ้นมาแข่งขันกับผู้ค้าปลีกระดับเจ้าตลาดอย่าง “มาซาน กรุ๊ป” ค้าปลีกสัญชาติเวียดนามผู้บริหารเชนซูเปอร์มาร์เก็ต “วินมาร์ท” (Winmart) ที่เป็นเบอร์ 1 และเครือเซ็นทรัลของไทยที่มีซูเปอร์มาร์เก็ต 230 แห่งในเวียดนาม

นอกจากเครืออิออนแล้ว ซูมิโตโมผู้บริหารเชนซูเปอร์มาร์เก็ตฟูจิ มาร์ทเตรียมขยายสาขาในเวียดนามเพิ่มจากปัจจุบันที่มี 3 สาขาในกรุงฮานอยเช่นกัน โดยอาศัยความร่วมมือกับยักษ์ธุรกิจสัญชาติเวียดนามบีอาร์จี กรุ๊ป ตั้งบริษัทร่วมทุนเข้ามาดำเนินการ

การตัดสินใจขยายสาขาครั้งใหญ่นี้เป็นผลจาก 2 ปัจจัย โดยปัจจัยแรกคือการที่เวียดนามเข้าร่วมเป็นสมาชิกของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ในระยะเวลาอันใกล้เวียดนามจะยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้า อาทิ ผู้ค้าปลีกต่างชาติที่จะตั้งร้านค้าขนาดตั้งแต่ 500 ตร.ม.ขึ้นไปจะต้องขออนุญาตหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ประกอบการต่างชาติไม่กล้าลงทุนขยายสาขาในระยะยาวเนื่องจากกังวลกับความไม่แน่นอน

อีกปัจจัยคือพฤติกรรมการจับจ่ายของชาวเวียดนามเปลี่ยนแปลงไป โดยผู้บริโภคจำนวนมากหันไปจับจ่ายของสดทั้งเนื้อสัตว์-ผักผลไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ตแทนตลาดสดที่เดิมเป็นแหล่งช็อปปิ้งหลัก เนื่องจากความกังวลเรื่องการระบาดของโรคโควิด-19 ตัวอย่างเช่น “เหงียน ทิลาน” หนึ่งในชาวฮานอยที่เปลี่ยนมาช็อปในซูเปอร์มาร์เก็ตให้ความเห็นว่า แม้ราคาสินค้าจะแพงกว่า แต่สถานที่ที่กว้างและสะอาดทำให้รู้สึกปลอดภัยมากกว่าตลาดสดซึ่งมักแออัดและชื้นแฉะ ปัจจุบันจึงมาซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตบ่อยกว่าเดิมถึงเท่าตัว

สอดคล้องกับความเห็นของ “เคซูเกะ ฮิโตสึมัตสึ” ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทร่วมทุนซูมิโตโม-บีอาร์จี กรุ๊ปที่ระบุว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคสนใจเรื่องความสะอาดมากขึ้น และมองว่าซูเปอร์มาร์เก็ตสะอาดและปลอดภัยกว่าตลาดสด

ไม่เพียงเวียดนามแต่ผู้ค้าปลีกญี่ปุ่นยังเพิ่มความเข้มข้นของการรุกตลาดประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วยเช่นกัน โดยอิออนเตรียมขยายสาขาซูเปอร์มาร์เก็ตในอินโดนีเซีย กัมพูชา และประเทศอื่น ๆ ด้วย ตามเป้าปีงบประมาณ 2568 (เม.ย. 68-มี.ค. 69) ที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศให้เป็น 25% หรือเกือบ 2 เท่าจากปัจจุบัน พร้อมเพิ่มกำไรจากตลาดเอเชียยกเว้นญี่ปุ่นให้มากกว่า 1 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท

ส่วน “แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์” ผู้บริหารเชนร้านค้าปลีกดอง ดอง ดองกิ วางแผนเปิดสาขาเพิ่มอีกประมาณ 10 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปีงบประมาณ 2564 (ก.ค. 64-มิ.ย. 65) เพื่อให้มีสาขารวม 20 แห่ง พร้อมวางเป้าเพิ่มยอดขายในต่างประเทศให้ถึง 1 ล้านล้านเยน หรือ 6 เท่าของยอดขายปีงบประมาณที่แล้วให้ได้ภายในสิ้นเดือน มิ.ย. 2573

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้ปี 2565 ที่จะถึงนี้วงการค้าปลีกในเวียดนามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะคึกคักขึ้นมาก หลังจากผ่านการระบาดของโรคโควิด-19 มานานถึง 2 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...