โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

บล.บัวหลวง ชี้ “ทองคำ” ส่งสัญญาณขาขึ้น หลังนิวไฮรอบใหม่ ลุ้นแตะ 5 พันเหรียญ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ม.ค.69) บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งในเชิงพื้นฐาน และเชิงวัฎจักร ภายใต้บริบทของทิศทางดอกเบี้ยโลกที่เข้าสู่ช่วงผ่อนคลาย ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง และพฤติกรรมการถือครองทองคำที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ของทั้งนักลงทุนสถาบัน และธนาคารกลาง การฟื้นตัวของกระแสเงินทุนไหลเข้า ETF ทองคำ ตอกย้ำว่า "ทองคำ" กลับมาเป็นสินทรัพย์หลักในการบริหารความเสี่ยงพอร์ตอีกครั้ง

พร้อมให้มุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะกลาง-ยาว และคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมองว่า ทองคำ ยังมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะสินทรัพย์สร้างผลตอบแทน และเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในยุคความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการเงินโลกที่เปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ

ในเดือน ธ.ค.68 ที่ผ่านมา ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน หลังจากเข้าสู่ช่วงพักฐานตั้งแต่เดือน ต.ค. โดยทิศทางราคากลับมาเป็นขาขึ้น ทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 4,380 ดอลลาร์/ออนซ์ มาทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 4,550 ดอลลาร์/ออนซ์

ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนของราคาทองคำในเดือนที่ผ่านมา ได้แก่ แนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยที่ชะลอลง ภาคแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัว หนุนมุมมองตลาดว่านโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงผ่อนคลายต่อเนื่องในปี 2569 ประกอบกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นอีกปัจจัยที่เข้ามาหนุนราคาทองคำ หลังจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในเวเนซุเอลา จากปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยังเรือขนส่งน้ำมัน และการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง

"ความกังวลด้านความมั่นคงในระดับโลก ได้ตอกย้ำบทบาทของทองคำ ในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ แม้พัฒนาการเหล่านี้ จะยังไม่ก่อให้เกิดภาวะ Risk-off อย่างเต็มรูปแบบในตลาดการเงินโลก แต่ก็ช่วยความต้องการของทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกได้อย่างต่อเนื่อง"

อย่างไรก็ดี ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในปี 2568 โดยราคาปรับขึ้นถึงราว 70% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นโลก (MSCI ACWI) ที่ให้ผลตอบแทนนับตั้งแต่ต้นปีที่ 22% การปรับขึ้นของราคาทองคำ จึงถือเป็นการปรับขึ้นรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2522 โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น เงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง

รวมถึงโมเมนตัมเชิงบวกของราคา โดยนักลงทุน และธนาคารกลางต่างเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเสริมเสถียรภาพให้กับพอร์ตการลงทุน

อย่างไรก็ตามความต้องการทองคำเพื่อการลงทุน ผ่านกองทุน ETF ทองคำ น่าจะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2569 หลังจากที่ฟื้นตัวตั้งแต่ต้นปี 2568 หนุนจากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐฯ จากสัญญาณการอ่อนแอของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคแรงงาน

ขณะเดียวกันปริมาณการถือครองทองคำผ่าน ETF ทั่วโลก เพิ่มขึ้น 481 ตันในต้นปี 256 มาอยู่ที่ระดับ 3,075 ตัน หลังจากที่ไหลออกต่อเนื่องมา 4 ปีติดต่อกัน โดยหากพิจารณากระแสเงินลงทุนเข้า ETF ทองคำรายเดือนในปี 2568 พบว่าเป็นการไหลเข้าสุทธิทุกเดือน ยกเว้นเพียงเดือนพ.ค.68 ที่เป็นการไหลออกสุทธิเพียงเล็กน้อย สะท้อนว่าความต้องการทองคำผ่านการลงทุนใน ETF ที่แข็งแกร่ง และพร้อมเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว

"หากโมเมนตัมนี้สามารถยืนระยะได้ มีโอกาสผลักดัให้การถือครอง กลับไปแตะระดับสูงสุดเดิมที่กว่า 3,400 ตัน ภายใน 2 ปีข้างหน้า หรือเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราวปีละ 5.2%"

ขณะที่ความต้องการถือทองคำของธนาคากลาง ในฐานะสินทรัพย์เพื่อกระจายรูปแบบการถือครองสินทรัพย์สำรองออกจากเงินดอลลาร์เพิ่มสูงขึ้น โดยพบว่า ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ปริมาณการสะสมทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก รวมแตะ 634 ตัน แม้ว่าปริมาณการสะสมรวมตลอดทั้งปี 2568 จะมีโอกาสต่ำกว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (65-67) ซึ่งเป็นปีที่ธนาคารกลางเข้าซื้อในปริมาณสูงกว่า 1,000 ตัน/ปี แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนปี 2565 ที่อยู่เพียง 400-500 ตันอย่างมีนัยสำคัญ

"ประเมินว่า ไตรมาส 4/68 จะยังคงเห็นแรงซื้อจากธนาคารกลางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งปี 68 น่าจะเป็นอีกปีที่ปริมาณสะสมทองคำของธนาคารกลาง อยู่ในระดับที่สูงผิดปกติ และแนวโน้มดังกล่าว น่าจะต่อเนื่องไปยังปี 2569 สะท้อนบทบาทของทองคำ ที่กลับมาโดดเด่นในฐานะสินทรัพย์สำรอง ยุคภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...