ในหลวง ร. 9 ผู้ริเริ่มระบบโคนมไทย ทรงเห็นโอกาสจากการเสด็จฯ เยือนเดนมาร์ก สู่ฟาร์มโคนมแห่งแรก “ไทย–เดนมาร์ก” ช่วยให้เด็กไทยได้ดื่มนมสด -ลดพึ่งพานำเข้านมผง
THE STATES TIMES
อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. • Hard News Teamเวลาพูดถึงการเสด็จฯ เยือนยุโรปของ #ในหลวงรัชกาลที่9 เรามักคิดถึงภาพพระองค์ในชุดสูทเรียบร้อย เสด็จฯ เคียงคู่ #สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เดินท่ามกลางบรรยากาศเมืองใหญ่ของยุโรป แต่ในความเป็นจริงแล้ว เบื้องหลังการเดินทางนั้นไม่ใช่เรื่องพิธีการทางการทูตเพียงอย่างเดียว พระองค์ทรงใช้ทุกเมืองที่เสด็จฯ ไปเป็นเหมือนห้องเรียนกว้างใหญ่ในการเก็บข้อมูล เพื่อกลับมาพัฒนาประเทศไทยแบบเป็นระบบ
ในตอนนั้นประเทศไทยยังเป็นสังคมเกษตรกรรมอย่างเต็มรูปแบบ เกษตรกรพึ่งพาฝน รายได้ไม่แน่นอน เด็กไทยจำนวนมากเติบโตด้วยอาหารพื้นฐานที่อิ่มท้องแต่ไม่ครบคุณค่าทางโภชนาการ มีความเชื่อฝังใจว่านมวัวคือของแพงของฝรั่ง เฉพาะคนรวยในเมืองใหญ่เท่านั้นที่ดื่มได้ วัวถูกใช้เป็นแรงงาน ไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ และเมื่อคนไทยลองดื่มนมที่นำเข้ามาแบบไม่ถูกสุขลักษณะ บางคนก็ท้องเสีย กลายเป็นความเข้าใจผิดที่ว่า “นมไม่เหมาะกับคนไทย”
พอถึงปี 2503 เมื่อ #ในหลวงรัชกาลที่9 เสด็จฯ ไปเยือนประเทศเดนมาร์ก—แผ่นดินที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของการทำฟาร์มโคนม—สิ่งที่พระองค์ทอดพระเนตรเห็นนั้นเหมือนเป็นอีกจักรวาลหนึ่งของการเกษตร ฟาร์มโคนมมีระบบชัดเจน วัวได้รับการเลี้ยงอย่างมีวิทยาศาสตร์ เครื่องรีดนมทันสมัยสะอาดเป็นระเบียบ เกษตรกรเดนมาร์กทำงานกันในรูปแบบสหกรณ์ซึ่งเข้มแข็งและเป็นธรรม เด็กเดนมาร์กดื่มนมสดทุกวัน คุณภาพชีวิตของชุมชนจึงดีทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ
พระองค์ไม่ได้เพียงแค่ดูผ่านสายตาแบบผู้มองวิว แต่ทรงลงไปคลุกคลีกับคอกวัวจริง ๆ สอบถามเกษตรกรว่าเลี้ยงอย่างไร ให้อาหารแบบไหน ตรวจดูเครื่องมือ ดูระบบรวบรวมน้ำนมดิบ สำรวจการบริหารจัดการของสหกรณ์ และสนทนากับผู้เชี่ยวชาญโคนมเดนมาร์ก ในบริบทนี้พระองค์ทรงเป็นทั้งกษัตริย์ นักวิจัย นักพัฒนา และผู้มองการณ์ไกลในคนเดียวกัน
สิ่งที่พระองค์เห็นถูกกลั่นออกมาเป็นความคิดว่า “ถ้าเรานำแนวคิดและระบบแบบนี้มาปรับใช้ในประเทศไทยได้ เกษตรกรจะมีรายได้มั่นคง และเด็กไทยก็จะมีสุขภาพดีเทียบเท่าเด็กในประเทศที่พัฒนาแล้ว” นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแนวพระราชดำริที่ยิ่งใหญ่ซึ่งจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เกษตรกรรมไทยไปตลอดกาล
เมื่อเสด็จฯ กลับไทย พระองค์ไม่ได้เก็บความคิดเหล่านั้นไว้เฉย ๆ แต่ทรงผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเดนมาร์ก จนเกิดเป็นฟาร์มโคนมไทย–เดนมาร์กที่มวกเหล็กในปี 2505 และท่ามกลางพิธีเปิดฟาร์ม มีภาพประวัติศาสตร์ที่พระองค์ทรงยืนเคียงคู่กับ #เจ้าหญิงอันนามารี แห่งเดนมาร์ก แสดงถึงมิตรภาพที่เด่นชัดของสองประเทศ
การก่อตั้งฟาร์มนี้ไม่ใช่เพียงการนำวัวพันธุ์ดีเข้ามาเลี้ยง แต่เป็นการสร้าง “ระบบโคนมทั้งประเทศ” ตั้งแต่การตั้งสหกรณ์ การอบรมเกษตรกร การจัดระบบรับซื้อน้ำนมดิบ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์นมสด “นมวัวแดงไทย–เดนมาร์ก” ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักทั่วประเทศ
ผลลัพธ์ของพระราชดำริอันลึกซึ้งนี้ คือเกษตรกรไทยจำนวนมากมีอาชีพที่มั่นคง เด็กไทยมีนมสดดื่มทุกวัน ประเทศไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้านมผงอย่างในอดีต วัฒนธรรมการดื่มนมค่อย ๆ เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างแท้จริง