โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบแก๊งแขกดำปลอมใบเซอร์นำเพชรตระเวนหลอกจำนำร้านสูญกว่า 16 ล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 พ.ย. 2565 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2565 เวลา 05.18 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. นำกำลัง พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง, พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ พ.ต.ต.สุริยะ น้อยภักดี พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ เสวกวัง ร.ต.อ.ปรมา ปราณี, ร.ต.ท.พุฒิพงศ์ กองแก้ว จ.ส.ต.สรศักดิ์ ด้วงชู ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 จับกุมนายซาจัน ดิบคูมาร์ อายุ 32 ปี สัญชาติอินเดีย และนายธนะสิทธิ์ สถิตมงคลไพศาล อายุ 45 ปี โดยกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม พร้อมตรวจยึดตั๋วรับจำนำ 10 ฉบับ วัตถุคล้ายเพชร 18 รายการ ใบรับรองเพชร 19 ฉบับ เอกสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจเกี่ยวกับเพชร 7 ฉบับและอื่นๆ รวม 9 รายการ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ ว่าประมาณวันที่ 15 มิ.ย. 65 ถึง 20 ต.ค. 65 ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงเอาเพชรปลอมมาจำนำรวม 21 ครั้งทำให้เสียหายกว่า 16 ล้านบาท ตรวจสอบพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพมีผู้ร่วมขบวนการเป็นชาวต่างชาติ และแหล่งผลิตทำเพชรปลอมนำเข้ามาจากต่างประเทศ พร้อมทำใบรับรองหรือ “ใบเซอร์” ตบตาทางร้านจนร้านผู้เสียหายหลงเชื่อรับจำนำเพชรในราคาที่สูงแต่ได้ “เพชรปลอม” ทำให้สูญเงินจำนวนมาก

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า จากแผนประทุษกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพถือว่าเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจ ทาง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร (PCT) ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในทุกรูปแบบที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก จึงสั่งการให้นำชุดปฏิบัติการ PCT สืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจนพิสูจน์ทราบผู้ร่วมขบวนการทั้ง 2 คน เดินทางมาก่อเหตุหลอกจำนำเพชรที่ร้านพร้อมกันทุกครั้งจากข้อมูลการสืบสวนทราบว่านายซาจัน เดินทางไปมาระหว่างประเทศไทย-อินเดีย 4 ครั้ง ช่วงเดือน ต.ค. เพื่อลักลอบนำเพชรปลอมมาจากต่างประเทศ จนสืบสวนจับกุมก่อนนำตัวมาขยายผลการทราบข้อมูลว่าก่อเหตุลักษณะดังกล่าวทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง

ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่าอยู่ระหว่างการติดตามประสานงานกับเหยื่อร้านรับจำนำและจากการขยายผลทราบว่านายซาจัน หลอกลวงมากว่า 10 ปี โดยทรัพย์สินจากการหลอกลวงมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ชั้นจับกุมนายธนะสิทธิ์ รับสารภาพทำร้านจิวเวลรีและรับซื้อ-ขายเพชร ต่อมานายซาจัน เข้ามาที่ร้าน ทำความรู้จักแล้วเสนองานให้รับวางจำนำเพชรที่นายซาจันเตรียมมาจากประเทศอินเดีย โดยเป็นเพชรที่มีใบเซอร์ตรงกับเลขตัวเพชร ตามสถานที่รับจำนำต่างๆ โดยเริ่มต้นวางจำนำที่โรงรับจำนำย่านบ้านแขกโดยนำเพชรมาจำนำที่ร้านตั้งแต่ปี 2559 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดเริ่มวางจำนำเดินสายโรงรับจำนำ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2565 ย่านบางใหญ่ นนทบุรี เป็นที่แรก แล้ววางจำนำเรื่อยมา ตามสาขาต่างๆ ได้แก่ แยกไฟฉาย, บรมราชชนนี ชั้นจับกุมนายซาจันให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าทำธุรกิจค้าขายเพชรมานานกว่า 10 ปี โดยขายเพชรมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 กะรัต มีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน ช่วงแรกซื้อเพชรมาจากประเทศอินเดีย ฮ่องกง บางครั้งซื้อในประเทศไทยเพื่อขายเก็งกำไร และเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ถึงปัจจุบันมาจำนำเพื่อรอขายในประเทศไทยหากเป็นเพชรเม็ดใหญ่จะนำเพชรพร้อมใบรับรองมาให้ตนที่ประเทศไทยครั้งละ 5-6 เม็ด หากเป็นเพชรเม็ดเล็ก จะจัดส่งพัสดุมาให้ที่ประเทศไทยและเมื่อตรวจดูรหัสเพชรแล้ว เห็นว่ารหัสเพชรตรงกับใบรับรองน่าเชื่อว่าเป็นเพชรจริง จึงรับฝากขายไว้ จะแบ่งเป็นค่าจ้างให้นายธนะสิทธิ์ ครั้งละประมาณ 10,000 บาท และตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ต.ค.65 ได้เงินจากการนำเพชรไปจำนำแล้วประมาณ 13 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...