โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฉมใหม่ “บัตรเครดิต Central The 1 REDZ” สไตล์ ‘มินิมอล’ รีเฟรชภาพลักษณ์ดึงลูกค้า Gen Y

Positioningmag

อัพเดต 04 ต.ค. 2565 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2565 เวลา 07.58 น.

บัตรเครดิต Central The 1 (เซ็นทรัล เดอะวัน) อยู่ในตลาดมานาน 24 ปี ที่ผ่านมาพอร์ตลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม Gen X ทำให้บริษัทต้องเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อมาดึงลูกค้า Gen Y จนถึง Gen Z ให้มากขึ้น ผ่านการปรับโฉมบัตรกลุ่ม“REDZ” (เรดซ์) Limited ให้โดนใจวัยรุ่นด้วยสไตล์‘มินิมอล’ พร้อมดึง “เก้า-สุภัสสรา” เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์คนแรกนับตั้งแต่เปิดบริษัท

“อธิศ รุจิรวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด (GCS) ผู้ให้บริการ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต-สมาคมธนาคารไทย เปิดเผยถึงที่มาการปรับโฉมในครั้งนี้ เพราะบริษัทเล็งเห็นว่าพอร์ตผู้ใช้บริการบัตรเครดิต Central The 1 ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม Gen X โดยอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 46-47 ปี ซึ่งถึงแม้ว่ากลุ่มนี้จะเป็นผู้มีกำลังซื้อ แต่บริษัทก็ต้องเริ่มมองถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ คนรุ่นใหม่ที่จะมาเติมพอร์ตให้ต่อเนื่องด้วย
[caption id="attachment_1403063" align="alignnone" width="800"]

“อธิศ รุจิรวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด (GCS) และประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต-สมาคมธนาคารไทย[/caption]
บัตรเครดิต Central The 1 นั้นแบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ REDZ, LUXE, BLACK และTHE BLACK โดยกลุ่มREDZ นั้นถือเป็นบัตรระดับ ‘แมส’ เพราะกำหนดรายได้ผู้สมัครขั้นต่ำเพียง 15,000 บาทต่อเดือน (บัตรตั้งแต่ระดับ LUXE จะกำหนดรายได้ขั้นต่ำ 100,000 บาทต่อเดือน) ทำให้จะใช้บัตรนี้เป็นหัวหอกในการดึงลูกค้ากลุ่มใหม่
ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ดังกล่าวคือคน Gen Y จนถึง Gen Z อายุประมาณ 25-35 ปี ซึ่งจากข้อมูลผู้ที่ถือบัตร REDZ ขณะนี้จะใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ย 7,000-8,000 บาทต่อเดือน ถือว่ามีกำลังซื้อและมีการใช้จ่ายผ่านบัตรพอสมควร

เปลี่ยนหน้าบัตรให้ทันสมัย-ตั้งแบรนด์ แอมบาสเดอร์

กลยุทธ์ที่จะดึงลูกค้าให้สนใจ อธิศมองว่าจุดขายหลักที่มีอยู่แล้วคือการเป็น"บัตร co-branding กับเครือเซ็นทรัล" แต่ด้วยรูปลักษณ์และการโปรโมตที่เน้นไปที่ฐานลูกค้าหลักเดิม ทำให้คนรุ่นใหม่อาจมองว่าบัตรดู ‘แก่’
ดังนั้น บัตรเครดิต Central The 1 REDZ (Limited) โฉมใหม่จึงปรับหน้าบัตรให้ทันสมัย ออกแบบสไตล์‘มินิมอล’ ที่โดนใจคนรุ่นใหม่มากขึ้นด้วยสไตล์บัตรสีขาว ตัดขอบสีแดง แทนบัตรเดิมที่เป็นสีแดงล้วน
[caption id="attachment_1403066" align="alignnone" width="1705"]

บัตรเครดิต Central The 1 REDZ (Limited)

บัตรเครดิต Central The 1 REDZ (Limited)[/caption]
รวมถึงบริษัทยังตั้ง “แบรนด์ แอมบาสเดอร์” คนแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง GCS คือ “เก้า-สุภัสสรา ธนชาต” เพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงคน Gen Y ที่เป็นเป้าหมายหลัก
นอกจากนี้ บัตรยังอัปเกรดขึ้นด้วย จากเดิมผู้ถือบัตร REDZ จะได้สิทธิกับ เซ็นทรัลรีเทล (CRC) และ เซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) อยู่แล้วการปรับโฉมครั้งนี้ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์กับเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ด้วย เมื่อช้อปผ่านบัตรที่ร้านค้าในศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาที่ร่วมรายการ จะได้รับเครดิตเงินคืน 5% และคะแนน The 1 สูงสุด 2 เท่า มีร้านค้าที่ร่วมรายการแล้ว เช่น MLB, Pomelo, H&M, NIKE, ADIDAS ฯลฯ
รวมถึงมีสิทธิพิเศษเพิ่มจากการ “ชมภาพยนตร์” ซึ่งทำให้บัตรตรงกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ผู้ถือบัตรรับส่วนลด 50% เมื่อซื้อตั๋วหนังในเครือ Major Cineplex และ SF (จำกัด 1 ที่นั่ง/บัตร/เดือน สิ้นสุด 31 มีนาคม 2566)
[caption id="attachment_1403067" align="alignnone" width="1596"]

“เก้า-สุภัสสรา ธนชาต” แบรนด์ แอมบาสเดอร์[/caption]

หวังดึง Gen Y ได้“ครึ่งหนึ่ง” ของยอดสมัครใหม่

อธิศกล่าวต่อว่า เป้าหมายจากการปรับโฉมครั้งนี้ ตั้งเป้ามียอดสมัครบัตรใหม่สำหรับกลุ่ม Central The 1 REDZ (Limited) ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2566 จำนวน 120,000 ใบ โดยคาดว่าจะมี Gen Y และ Gen Z เข้ามาสมัครราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งเพิ่มสัดส่วนจากปกติจะมีคนวัยนี้สมัครบัตร REDZ ประมาณ 20% เท่านั้น
สำหรับภาพรวมของบัตรเครดิต Central The 1 ทั้งพอร์ต ปี 2565 ตั้งเป้ามียอดใช้จ่ายผ่านบัตรแตะ95,000 ล้านบาท หรือเติบโต 25% เทียบกับปีก่อนหน้า
ส่วนภาพรวมธุรกิจตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิงหาคม 2565 ถือว่าบริษัททำได้ดี เนื่องจากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 60,000 ล้านบาท เติบโต 31% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และฟื้นตัวได้มากกว่าตลาดซึ่งมียอดใช้จ่ายเติบโต 3% ในช่วงเวลาเดียวกัน
บัตรเครดิต Central The 1 ยังเพิ่มมาร์เก็ตแชร์มาแตะ 4.6% ของตลาดรวมได้สำเร็จ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงปี 2562 (ก่อนโควิด-19) ที่มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ 2.4%
ด้านความกังวลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่องหนี้ครัวเรือน จนมีการออกหนังสือขอความร่วมมือสถาบันการเงินและกลุ่มนอนแบงก์ ไม่ให้ออกแคมเปญจูงใจประชาชนก่อหนี้เพิ่ม
ส่วนนี้อธิศให้ความเห็นว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยามีนโยบายเป็น ‘responsible lender’ ผู้ให้กู้ที่มีความรับผิดชอบอยู่แล้ว และในกรณีของบัตรเครดิตจะเลือกทำมาร์เก็ตติ้งกับการใช้จ่ายที่ลูกค้าใช้ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก เช่น ร้านอาหาร, เติมน้ำมันรถยนต์ ขณะที่สินค้ากลุ่มลักชัวรีแบรนด์จะเลือกจัดแคมเปญกับลูกค้าที่เป็นกลุ่มพรีเมียม ซึ่งโอกาสก่อหนี้เสียจะน้อย
ขณะที่ชมรมธุรกิจบัตรเครดิตจะมีการหารือกันภายในอีกครั้งหนึ่ง เพราะทางชมรมฯ เพิ่งทราบเรื่องผ่านทางสื่อมวลชนเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...