โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นักวิชาการยื่นจม.เปิดผนึกถึง นายกสภา-กก.สภาจุฬาฯ เหตุรายงานเท็จ ผลสอบข้อเท็จจริงวิทยานิพนธ์ ป.เอก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 ส.ค. 2565 เวลา 01.20 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2565 เวลา 01.19 น.

วันที่ 23 สิงหาคม 2565 รศ.ดร. กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะทำการยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อนายกสภาและกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 25 สิงหาคม 2565 เวลา 13.00 ที่ตึกจามจุรี 4 ชั้น 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานสภาจุฬาฯ เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ พร้อมขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีส่วนกระทำต่อผู้เสียหายอย่างรศ.ดร.กุลลดา โดยเฉพาะกรณีที่มีการเปิดเผยว่า รายงานการสืบสวนที่ถูกเผยแพร่นั้นมีการใช้ข้อมูลเท็จและกระบวนการสืบสวนไม่โปร่งใสต่อผู้ถูกกล่าวหา ทั้งนี้เนื้อหาจดหมายมีดังนี้

จดหมายเปิดผนึกถึงนายกสภาฯและกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข้าพเจ้า รศ.ดร. กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จะยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อนายกสภาฯและกรรมการสภามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ในวันที่ 25 สิงหาคม 2565 อันมีสาระสำคัญดังนี้

ความเป็นมา

1) ในเดือนพฤษภาคม 2561 ไชยันต์ ไชยพร ร้องเรียนในประเด็นต่างๆจนนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการพิจารณาทบทวน โดยมี ไชยวัฒน์ ค้ำชู เป็นประธาน ซึ่งผลการพิจารณาพบว่ามีข้อผิดพลาด 1 จุด จาก 31 จุด ซึ่งประธานฯ ได้สรุปผลว่า

“ข้าพเจ้าใคร่จะชี้ให้เห็นว่า เมื่อกรรมการฯ ได้เรียกนายณัฐพลมารับทราบข้อร้องเรียนของศ.ดร.ไชยยันต์ นายณัฐพลได้รีบทำการตรวจสอบและยอมรับความผิดพลาดในหน้า 105 โดยไม่ได้โต้แย้งและพยายามหาทางแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็ว ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเป็นความผิดพลาดโดยบริสุทธิ์ใจมากกว่าจะเป็นความตั้งใจบิดเบือนข้อมูลเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

อนึ่งประเด็นว่าด้วยการพยายามแข่งขันและช่วงชิงอำนาจระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับคณะราษฎร และการพยายามฟื้นฟูอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ 2475 มิใช่ข้อถกเถียงหลักของวิทยาพลของนายณัฐพล และมิใช่ประเด็นใหม่ในวงการวิชาการไทยศึกษาแต่ประการใด”

2) แต่กลับยังมีความพยายามฟื้นฝอยอย่างต่อเนื่องและนำไปคดีความที่ ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 50ล้านบาท ต่อ นายณัฐพล ใจจริง กับพวกซึ่งรวมถึงข้าพเจ้าด้วย ซึ่งขณะนี้อยุ่ในกระบวนการของศาลแพ่ง

3) หลังจากนั้นได้มีทั้งบุคคลภายนอกและสำนักข่าวบางแห่งเผยแพร่ผลการสอบสวนซึ่งยังปิด”ลับ”อยู่ (โดยแม้แต่ข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้ให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการดังกล่าว ก็ยังไม่ได้รับแจ้งผลการสอบสวนเลย) ซึ่งสิ่งที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านั้นก็ตรงกันกับ”การรายงานผลสรุปฯ” ต่อสภามหาวิทยาลัยฯอันเกิดขึ้นตามมาภายหลังดังข้อสังเกตที่กรรมการสภาฯท่านหนึ่งได้ทำการทักท้วงและเปิดเผยต่อสาธารณะไปแล้ว

ข้อเรียกร้อง

ข้าพเจ้าในฐานะผู้เสียหายหากมีการใช้ข้อมูลเท็จรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยฯและกำลังถูกฟ้องร้องคดีแพ่งจาก ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต จึงขอเรียกร้องดังต่อไปนี้

1.ให้สภาจุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัยให้เกียรติและยึดมั่นต่อผลการพิจารณาของคณะกรรมการชุดที่มี ศ.ดร. ไชยวัฒน์ ค้ำชู เป็นประธานและได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว เพราะข้อเรียกร้องต่างๆที่ตามมาภายหลังล้วนมีสาระสำคัญไม่ต่างไปจากข้อเรียกร้องที่คณะกรรมการชุดแรกได้พิจารณาครบถ้วนแล้ว

2.ให้สภาจุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัยไม่ยอมรับการรายงานผลที่ ศ.ดร. ปาริชาติ สถาปิตานนท์ กรรมการและเลขานุการ ได้นำเสนอ เพราะส่อว่าอาจเป็นรายงานเท็จ ดังที่ รศ.ดร. เขมรัฐ โอสถาพันธุ์ กรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นความผิดปกติในกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง และการรายงานผลอาจจะแย้งกับผลการสอบสวนจริง

3.ให้สภาจุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัยตรวจสอบความถูกต้องของการสอบสวนและการรายงานผลดังกล่าว ที่ ศ.ดร. ปาริชาติ นำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย

ทั้งนี้หากเป็นการรายงานเท็จไม่ตรงกับผลการสอบสวนดังที่ รศ.ดร. เขมรัฐ ได้เปิดเผยแล้ว สภามหาวิทยาลัยฯจะต้องดำเนินการสอบสวนต่อผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ข้าพเจ้าขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างถึงที่สุด

รศ.ดร. กุลลดา เกษบุญชู มี้ด
อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว เป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง จากกรณีสืบเนื่องใน การสืบสวนข้อเท็จจริง วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของณัฐพล ใจจริง นักวิชาการประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ในงานที่ชื่อ การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ.2491-2500) ที่ได้กลายเป็นหนังสือที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดอย่าง “ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี” นั้นได้ถูก รศ.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวหาว่ามีข้อผิดพลาดในเนื้อหารวมถึงการใช้หลักฐานอ้างอิงไม่ถูกต้อง จนนำไปสู่การสืบสวนข้อเท็จจริง แต่แล้วกลับมีการเผยแพร่ผลการสืบสวนออกสู่สื่อฝ่ายขวาบางสำนักโดยที่ผู้ถูกกล่าวหาอย่างณัฐพล รวมถึงผู้ให้ถ้อยคำอย่างรศ.ดร.กุลลดา ยังไม่ได้รับทราบผล

อย่างไรก็ตาม ได้มีจดหมายถึงเปิดผนึกจาก รศ.ดร.เขมรัฐ โอสถาพันธุ์ กรรมการสภาจุฬาฯ ระบุกระบวนการสืบสวนนั้นมีการใช้ข้อมูลเท็จเข้าไปในรายงานและยังละเมิดผู้ถูกกล่าวหาโดยมีการแทรกข้อกล่าวหาเพิ่มเข้าไปโดยไม่เปิดโอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง

จากนั้น ณัฐพลได้ออกมาจดหมายเปิดผนึกชี้แจงถึงกระบวนการอันไม่ปกติทั้งหมดที่ต้องเผชิญ พร้อมยืนยันหลักฐานอ้างอิงอย่างหนังสือพิมพ์เอกราชที่เป็นเชิงอรรถวิทยานิพนธ์นั้นมีอยู่จริง

กรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว กลายเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามในสังคมนักวิชาการไทยรวมถึงผู้สนใจเรื่องราวของวิทยานิพนธ์เล่มนี้ ถึงความยึดมั่นบนหลักการและเสรีภาพทางวิชาการ ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืบสวนและรวมถึงนายกสภาและกรรมการสภา ว่ากำลังมีส่วนต่อการปิดกั้นเสรีภาพทางวิชาการในการแสวงหาข้อเท็จจริงให้กับสังคมไทยหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...