โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอ้หื่น บุกข่มขืนนศ.สาว มัดมือมัดเท้า-ใช้กาวหยอดตา สุดท้ายจับได้ คนใกล้ตัว!

Khaosod

อัพเดต 14 ส.ค. 2561 เวลา 13.35 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2561 เวลา 13.35 น.
ไอ้หื่น

ไอ้หื่น บุกข่มขืนนศ.สาว มัดมือมัดเท้า-ใช้กาวหยอดตา สุดท้ายจับได้ คนใกล้ตัว!

ไอ้หื่น / เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 ส.ค. ร.ต.อ.โรมรัน ศรีไกรภักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์และพยายามจะขืนใจหญิงสาว เหตุเกิดภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ในย่าน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ ให้ทราบเรื่อง ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักชั้นเดียว พบน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี เจ้าของบ้าน ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ พร้อมกับให้การ ว่า บ้านหลังนี้ตนกับสามีชาวต่างชาติร่วมกันซื้ออยู่อาศัยมาหลายปีแล้ว ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ตนได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน ปล่อยให้ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ลูกสาว ที่เกิดกับสามีคนคนปัจจุบัน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง

เฝ้าบ้านอยู่กับนายมาโนชญ จิตยิ้ม อายุ 29 ปี พี่ชายต่างบิดา ซึ่งเกิดกับสามีคนแรก และนายอรรพล สุลัยมาน อายุ 39 ปี เพื่อนของนายมาโนชญ ที่มาขออยู่อาศัยด้วยในช่วงระหว่างที่มาทำงานตอกเสาเข็มที่เมืองพัทยา

น.ส.เอ ให้การอีกว่า ปกติแล้วลูกสาวตนพักอยู่กรุงเทพฯ นานๆจึงจะกลับมาพักที่บ้านหลังนี้ ส่วนนายมาโนชญ กับนายอรรถพล เพิ่งมาขอพักอยู่ด้วยเมื่อไม่กี่วันมานี้ โดยในระหว่างตนทำธุระอยู่นอกบ้านอยู่นั้น จู่ๆลูกชายคนโต โทรศัพท์มาบอกว่าน้องสาวต่างบิดาถูกโจรจับมัดและใช้กาวหยอดที่ตาจนได้รับบาดเจ็บ ตนเลยรีบกลับมาบ้านและพบลูกสาวอยู่ในสภาพร่ำไห้เพราะยังตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หลังตั้งสติ ลูกสาวจึงเล่าให้ฟังว่า ขณะนอนหลับอยู่ในบ้านจู่ๆ มีคนร้ายสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า บุกเข้ามาในบ้านก่อนใช้มือปิดปากบังคับไม่ให้ลูกสาวขัดขืน ก่อนต่อยเข้าทีท้อง 1 ครั้ง แล้วใช้เสื้อชั้นในของลูกสาวมัดมือ และใช้สายชาร์จโทรศัพท์มือถือมัดเท้า

จากนั้นจึงใช้กาวตราช้างที่เตรียมมาหยอดที่ตาขวาจนลืมตาไม่ขึ้นและรู้สึกปวดแสบปวดร้อน กระทั่งคนร้ายทำท่าว่าจะลงมือข่มขืน ลูกสาวจึงยกมือไหว้อ้อนวอนขอร้องไม่ให้โจรขืนใจ และบอกว่าอยากได้ทรัพย์สินอะไรก็ให้เอาไป คนร้ายเกิดเปลี่ยนใจหันไปคว้าเอาโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 7 พลัส ก่อนหลบหนีไป

หลังจากนั้นไม่นานลูกสาวแก้มัดได้ด้วยตัวเอง จึงออกมาขอความช่วยเหลือและพบพี่ชายต่างบิดา ที่ขับรถ จยย.กลับจากซื้อของพอดี จึงโทรศัพท์แจ้งให้ตนทราบ ซึ่งหลังจากลูกสาวเล่าเรื่องราวให้ฟัง จึงขอให้เพื่อนช่วยนำตัวส่งรักษาที่ รพ.กรุงเทพพัทยา และยังไม่รู้ว่าตาจะบอดหรือได้รับอันตรายใดๆ หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สงสัยตัวพี่ชายต่างบิดาและเพื่อนที่มาอาศัยอยู่ในบ้านร่วมกัน จึงได้คุมตัวมาสอบสวน ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบเค้นอย่างหนัก นายมาโนชญ จึงให้การรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุพยายามจะขืนใจน้องสาวต่างบิดาในขณะที่นอนหลับ เพราะเห็นว่าน้องหน้าตาดี

ประกอบกับก่อนหน้านี้ได้เสพยาบ้าและดื่มเบียร์ จนเมาได้ที่จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงวางแผนข่มขืนด้วยการหาหมวกไหมพรมมาสวมปิดบังใบหน้า แล้วคว้ากาวตราช้างจากในห้องเก็บเครื่องมือติดมาด้วย ก่อนลงมือต่อยท้องน้องสาวไป 1 ทีแล้วพันธนาการด้วยเสื้อชั้นในและสายชาร์จโทรศัพท์มือถือ เพื่อหวังบังคับขืนใจ

แต่น้องสาวขอร้องไม่ให้ทำ ภายหลังจึงเกิดได้สติเลยไม่ได้ขืนใจอย่างที่หวังไว้ จึงจับน้องสาวขังไว้และคว้าโทรศัพท์ติดมือไปแล้วรีบขับขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป ก่อนทิ้งช่วงเวลาสักพักแล้วขับย้อนกลับมาบ้านทำทีว่าเพิ่งกลับจากทำธุระ แต่สุดท้ายตำรวจสอบเค้นหนักจึงยอมรับสารภาพดังกล่าว อีกทั้งยังสารภาพว่า ลงมือทำเพียงคนเดียวเพื่อนที่มาอาศัยไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ในส่วนอาการของ น.ส.บี ที่ถูกคนร้ายใช้กาวหยอดตา ล่าสุดมารดาเปิดเผยว่า เบื้องต้นแพทย์ได้รักษาจนสามารถลืมตาได้แล้วและอนุญาตให้กลับมาพักผ่อนที่บ้านได้แต่ต้องกลับไปตรวจซ้ำอีกรอบในวันพรุ่งนี้ คดีนี้ถึงแม้คนร้ายจะเป็นลูกชายแท้ๆ แต่ตนเห็นว่าการกระทำในครั้งนี้ เกินไปจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีไปตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...