โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคยสงสัยไหม ทำไมคนญี่ปุ่นชอบใช้คำพูดอ้อมค้อมจัง ?

conomi

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 16.18 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • conomi.co

การสื่อสารเป็นเครื่องมือสำคัญที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน การสื่อสารที่สำคัญคือการสื่อความหมายของสิ่งที่ต้องการจะสื่อไปได้อย่างครบถ้วน เพราะหากสื่อสารผิด ๆ ก็จะเกิดผลเสียตามมาได้หลายทาง ซึ่งอุปสรรคในการสื่อสารกับคนญี่ปุ่นนั้นส่วนใหญ่แล้วเรามักตีความไม่แตกฉานเพราะคนญี่ปุ่นชอบใช้คำ“พูดอ้อมค้อม” แทนที่จะใช้คำพูดตรง ๆ นั่นเองค่ะ ส่วนนี้อาจเป็นความแตกต่างด้านวัฒนธรรมที่ยากจะเข้าใจแต่ก็ต้องทำความเข้าใจให้ได้ แต่ว่าแม้แต่คนญี่ปุ่นด้วยกันเองบางครั้งก็ยังไม่เข้าใจกันเลยเนี่ยสิ แล้วเราจะเข้าใจได้ยังไง? เพื่อให้เข้าใจคนญี่ปุ่นให้ได้มากขึ้นจึงขอสรุปที่มาที่ไปและตัวอย่างคร่าว ๆ ให้ได้ทราบกันค่ะ

ทำไมคนญี่ปุ่นชอบพูดอ้อมค้อม?

คนญี่ปุ่น พูดอ้อม

หากใครที่คบค้าสมาคมกับคนญี่ปุ่นอยู่ก็อาจจะทราบกันดีกว่าคนญี่ปุ่นมักจะไม่ใช้คำพูดที่แสดงการเจาะจงมากเกินไป ซึ่งเหตุผลบางส่วนนั่นก็เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้การสนทนาและความสัมพันธ์เป็นไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งการหลีกเลี่ยงที่จะพูดตรง ๆ นั้นติดเป็นนิสัยของคนญี่ปุ่นบางคนไปซะแล้ว

ศิลปะทาง “การสื่อสาร” ที่อาจสื่อไปไม่ถึงผู้ฟัง

คนญี่ปุ่นที่มักหลีกเลี่ยงการแสดงออกหรือไม่ใช้คำพูดที่ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะตอนที่จะปฏิเสธนั้นก็จะไม่ใช้คำว่า “ไม่” ออกมาตรง ๆ แต่ใช้การปฏิเสธในรูปแบบอื่นแทน เพราะความจริงแล้วคนญี่ปุ่นนั้นมีความอ่อนน้อมถ่อมตนและสุภาพมากๆ หากมองจากลักษณะความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่นที่อยู่ด้วยกันแบบปรองดองและรักสงบด้วยแล้ว การพูดคำว่า “ไม่” ออกไปตรง ๆ จะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจและส่งผลต่อความปรองดองนั้นได้ ส่วนด้านการทำงานนั้นมองว่าการใช้ประโยคอ้อม ๆ นี่แหละจะเป็นการแสดงมารยาทในการสื่อสารทางธุรกิจสำหรับคนญี่ปุ่นที่ช่วยสร้างความประทับใจต่ออีกฝ่ายได้ด้วย ซึ่งคนต่างชาติอาจจะไม่เข้าใจในจุดนี้ และหลายครั้งที่การพูดแบบอ้อม ๆ นี้ทำให้อีกฝ่ายงงงวยกับความหมายแต่ไม่กล้าถาม สุดท้ายกลับกลายเป็นกำแพงระหว่างภาษาที่ทำให้คนญี่ปุ่นถูกมองว่าเข้าถึงยากไปเสียอีก

จากตัวอย่างข้างต้นนี้ คือผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่สอบถามชาวทวิตคนอื่น ๆ ว่าขณะที่เจรจาธุรกิจกับคู่ค้าที่เป็นคนเกียวโต แล้วถูกบอกว่า 「良い時計してますなぁ」 (ii tokei shitemasu na) = นาฬิกาสวยจังเลยนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะความหมายที่แท้จริงไม่ใช่ต้องการชมเรื่องนาฬิกา แต่อีกฝ่ายต้องการสื่อว่า “คุยกันมานานแล้ว” ซึ่งเป็นการบอกนัย ๆ ว่าให้ดูนาฬิกาจะได้รู้ว่าเวลาล่วงเลยมาเท่าไหร่แล้วนั่นเองค่ะ แบบนี้ก็อ้อมเกินไปไหมคะเนี่ย ( ;)

ประเภทของการพูดอ้อมค้อมของคนญี่ปุ่น

1. เมื่อต้องการปฏิเสธ

ไม่ได้

จะมีประโยคที่มักได้ยินกันบ่อย ๆ เช่น เมื่อถูกชวนไปดื่มแล้วคนญี่ปุ่นตอบว่า

「今日はちょっと、、、」(Kyou wa chotto…) = วันนี้ไม่สะดวก

ซึ่งเจ้าตัวอาจจะไม่อยากไปแต่เลี่ยงที่จะพูดคำว่า “ไม่” เพราะหากปฏิเสธตรง ๆ อีกฝ่ายจะรู้สึกแย่ได้ จึงเปลี่ยนเป็นการปฏิเสธในเชิงที่ว่า “ไม่สามารถไปได้” ซึ่งเป็นการปฏิเสธอย่างสุภาพแทนโดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลด้วย เช่น กรณีที่ถูกชวนไปดูหนังแต่ไม่อยากไป ก็จะใช้ประโยคประมาณว่า 『あいにく休みがとりにくくって、行けないんだよね。私の分も楽しんできて』(Ainiku yasumi ga torinikukutte, ikenaindayone. Watashi no bun mo tanoshindekite) แปลได้ประมาณว่า “น่าเสียดายจัง ลางานยากมากก็เลยไปไม่ได้อะ ฝากดูเผื่อด้วยนะ” ซึ่งอีกฝ่ายก็จะเข้าใจว่างานยุ่งเลยไปไม่ได้

หรือในกรณีที่ทำงานก็จะไม่มีการพูดปฏิเสธว่าทำงานนี้ไม่ได้ แต่จะใช้เป็น 「頑張ってみます」(Ganbattemimasu) แปลว่า ”จะลองพยายามดูค่ะ / ครับ” หรือ「検討させて頂きます」(Kentousaseteitadakimasu) ”จะขอพิจารณาดูค่ะ / ครับ”

อีกตัวอย่างที่คนญี่ปุ่นมักใช้คำพูดอ้อมๆ แทนการบอกเหตุผลจริงๆ คือใช้ตอนลางานค่ะ เช่น

× 祖母が倒れた (ยายป่วย) → ○ 家庭の事情で (ธุระทางบ้าน)
× 急に親で上京して (พ่อแม่มาหากระทันหัน) → ○ 急な差しつかえができて (ไม่สะดวก, มีธุระ)
× 家が水漏れで (ที่บ้านน้ำรั่ว) → ○ よんどころない事情で (มีเหตุสุดวิสัย)

นอกจากนี้ยังมีการหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำพูดตรงๆ ของคนญี่ปุ่นอีกรูปแบบหนึ่งคือการใช้รูปประโยคที่มีคำสละสลวย หรืออยู่ในรูปแบบของคำสุภาพที่แสดงความเกรงใจอีกฝ่ายขั้นสุด แต่การใช้คำเหล่านั้นก็ชวนให้สงสัยเสียจริงเชียวว่าคนญี่ปุ่นจะสุภาพไปถึงไหน? คนต่างชาติบางคนก็อาจจะมองว่าคนญี่ปุ่นใช้คำซ้ำซ้อนเกินไปด้วยล่ะค่ะ

2. ใช้รูปแบบคำที่สละสลวย

พูดอ้อม

ส่วนมากการใช้รูปแบบนี้จะเป็นเชิงธุรกิจมากกว่าค่ะ โดยการเพิ่มประโยคแสดงความถ่อมตัวขั้นสุดเพื่อแสดงความเกรงใจและสื่อว่าให้การเคารพอีกฝ่ายมาก ๆ ซึ่งเป็นมารยาทที่จำเป็นในการทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วย

เช่น ประโยคขอร้องมักจะใช้คำเหล่านี้เกริ่นในประโยคว่า
「恐れ入りますが」(osoreirimasuga) แปลว่ารู้สึกเกรงใจหรือขอบคุณ,
「お手数ですが」(otesuudesuga) แปลว่า ขอโทษในความยุ่งยากหรือทำให้ลำบาก,
「申し訳ございませんが」(moushiwakegizaimasen) แปลว่า ขอประทานโทษ
เพื่อทำให้ประโยคแลดูมีความสุภาพและแสดงความถ่อมตัวมากกว่าการใช้ประโยคตรงๆ ที่ดูทื่อๆ และบางครั้งอาจดูเหมือนเสียมารยาทค่ะ

ยกตัวอย่างประโยคขอร้องที่คนญี่ปุ่นใช้ เช่น เมื่อต้องการขอให้อีกฝ่ายตอบอีเมลกลับภายในวันที่… ประโยคทั่วไปจะพูดว่า・・・日までに返信よろしくお願いします。(…hi madeni henshin yoroshiku onegaishimasu)
→ 恐縮ですが、○日までに返信いただけるとありがたいです。(Kyoushukudesuga …hi madeni henshin itadakeru to arigataidesu) แปลว่า “รู้สึกเกรงใจ (ที่รบกวน), หากสามารถตอบกลับให้ภายในวันที่…จะขอบคุณมากเลย” เป็นต้น

หรือกรณีที่ทำงานผิดพลาดจนทำให้ลูกค้าเกิดความเสียหายก็อาจใช้ประโยคว่า 本件、度重なるご不便をお掛けしており、誠に申し訳ございませんが、よろしくお願い致します。(Honken, tabikasanaru gofuben wo okakeshiteori, makotoni moushiwakegozaimasenga, yoroshikuonegaiitashimasu) ถ้าให้แปลตรงตัวจะมีความหมายประมาณว่า “ครั้งนี้ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขอความกรุณาด้วยครับ” ซึ่งความหมายก็คือการกล่าวขอโทษในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยใช้ประโยคซ้อนประโยค “ขอโทษ” ลงไป

ตัวอย่างการใช้คำสละสลวยอื่นๆ เช่น ในที่สาธรณะป้ายห้องน้ำอาจไม่ใช้คำว่า「トイレ」(Toire) แต่จะใช้คำว่า 「洗面所」(Senmenjo),「化粧室」(Keshoushitsu),「お手洗い」(Otearai) ได้ค่ะ

3. คำพูดอ้อมค้อมที่แสดงความไม่พอใจ

ตัวอย่างสถานการณ์ในออฟฟิศเมื่อหัวหน้างานทักว่า “ทำเล็บมาสวยจังเลยนะ” ลูกน้องผู้ไม่รู้ความหมายก็ตอบว่า “อ๋อทำที่ร้านค่ะ” แต่ความหมายที่หัวหน้าคนนั้นถามคือเป็นการบอกนัย ๆ ว่า “ไม่ให้ทำเล็บมาทำงาน” นั่นเองค่ะ

หรือเหตุการณ์ในร้านที่ลูกค้าพูดกับพนักงานว่า “แก้วกาแฟสวยจังนะคะ” แต่ความหมายนั้นไม่ได้เป็นคำชมแม้แต่นิด แต่ลูกค้าคนนั้นกำลังโกรธอยู่ เพราะความหมายแฝงในประโยคนั้นคือ “แก้วที่เสิร์ฟน่ะมีรอยเปื้อนนะ!” เป็นต้นค่ะ

ข้อควรระวังในการใช้คำ

ถึงแม้เราอาจจะตั้งใจใช้คำสละสลวยเพื่อให้ดูสุภาพ แต่หากใช้อย่างไม่ระมัดระวังก็อาจให้ผลที่ตรงกันข้ามเลยก็ได้ค่ะ

1. อย่าใช้มากเกินไป

การใช้คำที่ไม่เหมาะสม แทนที่จะสร้างความประทับใจอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตรงกันข้ามเลยก็ได้ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้การสื่อสารไม่ราบรื่นด้วยล่ะค่ะ

2. จำเป็นต้องใช้ให้ถูกกาละเทศะด้วย

กรณีที่เราใช้คำสละสลวยเพื่อแสดงความสุภาพกับเจ้านายหรือผู้ที่มีอายุมากกว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องค่ะ แต่หากเราใช้ประโยครูปแบบเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเราแสดงความห่างเหินกับเขาอยู่ก็ได้ค่ะ

3. ควรระวังอย่างยิ่งโดยเฉพาะการเขียนอีเมล

เนื่องจากการสื่อสารกันผ่านอีเมลนั้นไม่สามารถเห็นสีหน้าท่าทางของอีกฝ่ายได้ หากเราใช้คำไม่เหมาะสมก็อาจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อผิดไปได้โดยง่าย

จากที่สรุปข้างต้นนี้คิดว่าคงจะพอเข้าใจกันได้ไม่มากก็น้อย คนไทยเองบางทีก็ชอบพูดอ้อมๆ หรือพูดประชดเหมือนกันใช่ไหมล่ะ แต่การพูดอ้อมหรือประชดแบบคนญี่ปุ่นนี่เข้าใจยากจริง ๆ นั่นล่ะค่ะ แม้แต่คนญี่ปุ่นด้วยกันเองยังไม่เข้าใจเลย ส่วนการใช้คำสละสลวยก็เป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมและความมีจิตวิญญาณแบบคนญี่ปุ่นที่แสดงความใส่ใจและการเห็นคุณค่าของการแสดงมารยาทได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ ทั้งนี้เรามองว่าเป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่เราต้องทำความเข้าใจเพื่อการสื่อสารที่ราบรื่นด้วยเช่นกันค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก 1200irori.jp, mayonez.jp, news.mynavi.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...