โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PTTGC ปลดโซ่ตรวน ‘อาซาฮี’

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 23.25 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้งบงวดไตรมาส 3/2567 ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC บริษัทในกลุ่มปตท. มีตัวเลขขาดทุนสุทธิมโหฬาร 19,312.14 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,426.66 ล้านบาท…ซึ่งมากกว่าครึ่งมาจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์จากบริษัท พีทีที อาซาฮี เคมิคอล จำกัด (PTTAC)(เป็นบริษัทร่วมที่PTTGC ถือหุ้นในสัดส่วน 50%) จำนวน 8,937 ล้านบาท…

เลยเป็นที่มาของตัวเลขที่ซ้ำเติมการขาดทุนของ PTTGC นอกเหนือจากการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์จาก Vencorex และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องรวม 8,574 ล้านบาท รวมทั้งขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันอีก 3,912 ล้านบาท ซึ่งเป็น 3 ปมหลักที่ฉุดงบในไตรมาส 3/2567 ของPTTGC

แต่ไฮไลต์คงอยู่ที่ “พีทีที อาซาฮี” ซึ่งค้างคามานานหลายปี..!!

ที่จริง “พีทีที อาซาฮี” ไม่ใช่หน่อเนื้อเชื้อไขโดยตรงของ PTTGC หรอกนะ…แต่ถูกนำมาฝากเลี้ยงจากการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มปตท.ช่วงปี 2560

แบ็กกราวด์ของ “พีทีที อาซาฮี” ถูกก่อตั้งเมื่อเดือน ส.ค. 2549 โดยเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กับพันธมิตรบริษัท อาซาฮี คาเซอิเคมิคอลส์ คอร์ปอเรชั่น จากประเทศญี่ปุ่น แต่ละฝ่ายถือหุ้นเท่า ๆ กันฝ่ายล่ะครึ่ง…

โดยเริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2556 ถือเป็นโรงงานปิโตรเคมีเชิงพาณิชย์แห่งแรกของโลกที่ผลิตสารอะคริโลไนไตรล์ (AN) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตพลาสติกและเส้นใยอะคริลิค โดยใช้ก๊าซโพรเพนจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. เป็นวัตถุดิบหลัก รวมถึงสารเมทิลเมตะคริเลต (MMA) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตแผ่นอะคริลิคใสและสีทาบ้าน ทำให้สามารถลดการนำเข้าสาร AN และ MMA หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ และบางส่วนยังส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้อีกด้วย

ในเชิงยุทธ์ศาสตร์ ก็ไม่ผิดอะไร…เป็นการเติมเต็มห่วงโซ่ของกลุ่มปตท.ให้ครอบคลุมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ…แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน อะไร ๆ ก็เปลี๊ยนไป๋…ทำให้ “พีทีที อาซาฮี” แทนที่จะเป็นกองหนุน กลายเป็นกองฉุด ขนาดที่ว่าพันธมิตรอย่าง “อาซาฮี คาเซอิเคมิคอลส์ คอร์ปอเรชั่น” ยังถอดใจต้องถอนสมอการลงทุนไปแล้ว..!!

เคสนี้ก็คล้ายคลึงกับกรณีบริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI ซึ่งทำธุรกิจเหล็กกลางน้ำกับเหล็กปลายน้ำ เริ่มจากรับเหล็กแท่ง (Slab) จากโรงถลุงเหล็ก (ต้นน้ำ) มาผ่านกระบวนการรีด กลายเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อนหรือรีดเย็น เพื่อจำหน่ายต่อให้กลุ่มปลายน้ำนำไปต่อยอดเป็นเหล็กชนิดหรือรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต่อไป

ตอนนั้นสิ่งที่ SSI ไม่มีคือ โรงถลุงเหล็ก หรือต้นน้ำ…SSI เลยเติมเต็มห่วงโซ่ด้วยการไปซื้อโรงถลุงเหล็ก Teesside Cast Product (TCP) ในประเทศอังกฤษ จากบริษัท Tata Steel UK (บริษัทในกลุ่ม Tata Steel ผู้ผลิตเหล็กชั้นนำของโลก) ช่วงปี 2554 แต่สิ่งที่ตามมาคือภาระหนี้ก้อนโต 50,000-60,000 ล้านบาท

ที่น่าเจ็บใจ แทนที่โรงถลุงเหล็กจะช่วยเสริมส่ง กลับกลายเป็นทุกขลาภ ตอนนั้นเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จนเกิดภาวะเหล็กล้นตลาด ทำให้งบการเงิน SSI ขาดทุนต่อเนื่อง ในที่สุดต้องประกาศหยุดผลิตเหล็กแท่งแบนไป…ผลพวงดังกล่าว ทำให้ SSI ต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และเป็นหนึ่งในเหตุผลทำให้ต้องถูกเพิกถอนออกจากบริษัทจดทะเบียน…ปิดฉากหุ้น SSI ไปโดยปริยาย..!!

กลับมาที่ PTTGC แม้ไม่ถึงขั้นเจ๊ง แต่ก็ต้องตั้งด้อยค่าไปเกือบหมื่นล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 3/2567 ได้ตั้งด้อยค่าไปหมดแล้ว ก็คงไม่มีการตั้งด้อยค่าจาก “พีทีที อาซาฮี” อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากปิดกิจการไปแล้ว…

เท่ากับPTTGC ได้ปลดโซ่ตรวนจาก “พีทีที อาซาฮี” เสียที..!!

นั่นแปลว่าในงบไตรมาส 4/2567 ก็จะไม่มีรายการพิเศษจาก “พีทีที อาซาฮี” อีกแล้วน่ะสิ…

ค่อยโล่งอกหน่อย…ถือเป็นการยอมเจ็บเพื่อจบอะนะ..!!

งั้นถามว่างบไตรมาสต่อ ๆ ไปจะกลับมาดีเว่อร์วังอลังการอ๊ะป่าว..?? อันนี้ยังตอบยาก

อย่าลืมว่า PTTGC ยังมีตัวถ่วง…อุ๊ย ปัจจัยลบอีกเพียบนะจิบอกให้..!?

…อิ อิ อิ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...