โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเจด เผย โรคอึเต็มท้อง ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ บางครั้งน่ากลัวกว่าที่คิด

Khaosod

อัพเดต 02 ก.พ. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. 2568 เวลา 10.55 น.
หมอเจด เผย โรคอึเต็มท้อง ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ บางครั้งน่ากลัวกว่าที่คิด

หมอเจด เผย โรคอึเต็มท้อง ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ บางครั้งน่ากลัวกว่าที่คิด อาจกลายเป็นปัญหาที่รบกวนชีวิตประจำวันได้

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก "หมอเจด" ระบุว่า อาการท้องผูก หรือที่บางคนเรียกว่า โรคอึเต็มท้อง เป็นภาวะที่หลายคนเคยเจอ ซึ่งจะทำให้อุจจาระอุดตัน ทำให้เกิดการไหลย้อนกลับของอุจจาระ และเกิดการตกค้างในลำไส้

หลายคนคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่จริงๆ แล้ว หากปล่อยไว้นาน อาจกลายเป็นปัญหาที่รบกวนชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่คิด เดี๋ยววันนี้ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

1.โรคอึเต็มท้องคืออะไร

ในทางการแพทย์ อาการท้องผูกหมายถึงการที่เราขับถ่ายอุจจาระได้น้อยกว่าปกติ หรือมีความยากลำบากในการขับถ่าย โดยปกติแล้ว คนเราควรขับถ่ายทุกวันหรืออย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ้าน้อยกว่านั้น และอุจจาระแข็ง ถ่ายยาก หรือรู้สึกว่าถ่ายไม่สุด นั่นอาจเป็นสัญญาณของท้องผูกแล้วนะ บางคนอาจคิดว่าท้องผูกเป็นเรื่องของระบบย่อยอาหารเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว มันเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ตั้งแต่อาหารที่กิน พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงภาวะทางจิตใจ เช่น ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพออาการที่สังเกตุได้คือ ท้องผูก ท้องอืด อุจจาระ ท้องเฟ้อ ถ่ายแต่ละครั้งค่อนข้างน้อย เรอเปรี้ยว อาเจียน ตดมีกลิ่นเหม็น

2.สาเหตุของโรคอึเต็มท้อง

สาเหตุของอาการท้องผูกมีหลายอย่าง แต่ที่พบได้บ่อย คือ
1.ท้องผูกจากลักษณะพฤติกรรม
อันนี้ก็เจอได้บ่อยนะครับ พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภคอาหารบางอย่างส่งผลต่อระบบขับถ่าย ตัวอย่างเช่น

•การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
•บริโภคคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป เช่น ข้าวและแป้ง ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการท้องผูกได้ หากไม่มีไฟเบอร์เพียงพอ
•ดื่มน้ำน้อย น้ำจะเป็นตัวช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดี หากดื่มน้ำน้อย อุจจาระจะแห้งแข็งและถ่ายยาก
•การกินอาหารที่ทำให้ลำไส้ทำงานหนักขึ้น เช่น อาหารแห้ง เผ็ด หรือไขมันสูง ซึ่งอาจทำให้การเคลื่อนตัวของอุจจาระในลำไส้ช้าลง

2.ท้องผูกที่เกิดจากมีการอุดกลั้นทางเดินอาหาร

ในบางกรณี ท้องผูกไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมหรืออาหารที่รับประทานเท่านั้น แต่เกิดจากปัจจัยทางกายภาพที่ทำให้ลำไส้ทำงานผิดปกติ เช่น
•ก้อนมะเร็งหรือก้อนเนื้องอกที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทำให้ขับถ่ายลำบาก เบ่งไม่ออก หรือออกได้น้อยมาก
•มุมของลำไส้ใหญ่ที่แคบเกินไป หรือถูกพังผืดรัดจากการผ่าตัดครั้งก่อน ทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวลำบาก เวลาขับถ่ายต้องใช้แรงเบ่งมากขึ้น อาจทำให้รู้สึกปวดท้อง

3.ผลกระทบของอึเต็มท้อง

ท้องผูกไม่ได้แค่ทำให้รู้สึกอึดอัดหรือแน่นท้องเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบอื่น ๆ ตามมา เช่น
•ริดสีดวงทวาร การเบ่งอุจจาระบ่อย ๆ และแรงเกินไปอาจทำให้เส้นเลือดบริเวณทวารหนักโป่งพอง กลายเป็นริดสีดวงทวารได้
•แผลปริที่ทวารหนัก อุจจาระแข็งและการเบ่งแรงอาจทำให้เกิดแผลและมีเลือดออก

ลำไส้แปรปรวน คนที่ท้องผูกเรื้อรังมักมีอาการปวดท้อง ท้องอืด และรู้สึกไม่สบายตัว
•อุจจาระตกค้าง (fecal impaction)เ ป็นภาวะที่อุจจาระก่อตัวเป็นก้อนแข็งในลำไส้ จนขับถ่ายเองไม่ได้ ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์
•กระทบต่อสุขภาพจิต หลายคนที่มีปัญหาท้องผูก อาจรู้สึกเครียด หงุดหงิด หรือวิตกกังวลเกี่ยวกับการขับถ่าย

4. วิธีป้องกันและรักษา

แต่จริงๆมันป้องกันและแก้ไขอาการท้องผูก ได้โดยการปรับพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น
•กินไฟเบอร์ให้มากขึ้น ผัก ผลไม้ และธัญพืชเป็นแหล่งไฟเบอร์ที่ดี ควรกินให้ได้อย่างน้อย 25-30 กรัมต่อวัน
•ดื่มน้ำเยอะ ๆ: อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือตามความต้องการของร่างกาย
•ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ หรือโยคะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้
•ฝึกนิสัยการขับถ่าย: ไม่ควรกลั้นอุจจาระ และควรฝึกเข้าห้องน้ำเป็นเวลา เช่น หลังอาหารเช้า
•ใช้โพรไบโอติกส์ช่วยปรับสมดุลลำไส้ จุลินทรีย์ที่ดีจะช่วยลดอาการท้องผูก กระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ ช่วยทำให้อุจจาระนุ่มขึ้น และ ลดการอักเสบและช่วยให้ลำไส้แข็งแรง

5.เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

แม้ว่าอาการท้องผูกส่วนใหญ่มักหายได้เอง แต่ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์
•ท้องผูกนานเกิน 3 สัปดาห์ โดยไม่ดีขึ้น
•มีเลือดปนมากับอุจจาระ
•ปวดท้องรุนแรงหรือมีอาการแน่นท้องมาก
•น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
•รู้สึกเหมือนมีอะไรมาขวางที่ลำไส้

โรคอึเต็มท้อง หรืออาการท้องผูก อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ส่งผลกระทบต่อชีวิตได้มากกว่าที่คิด ซึ่งเราป้องกันและรักษาได้ง่ายๆ ด้วยการปรับพฤติกรรมการกิน การดื่มน้ำ การออกกำลังกาย และฝึกนิสัยการขับถ่ายที่ดี หากอาการรุนแรงหรือเป็นเรื้อรัง อันนี้ควรตรวจหาความผิดปกติเกินไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเจด เผย โรคอึเต็มท้อง ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ บางครั้งน่ากลัวกว่าที่คิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...