โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนญี่ปุ่นบอกต่อ! วิธีรับประทานกิมจิเพื่อช่วยลดความอ้วน

conomi

อัพเดต 13 ต.ค. 2568 เวลา 01.34 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • conomi.co

กิมจิเป็นหนึ่งในอาหารหมักดองที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีของลำไส้ อีกทั้งในปัจจุบันกิมจิได้กลายเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดีด้วย มารู้กันว่าทำไมกิมจิจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดความอ้วน และวิธีการรับประทานเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักตามคำแนะนำของนักกำหนดอาหารชาวญี่ปุ่นกันค่ะ

ทำไมกิมจิเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดความอ้วน

กิมจิเป็นอาหารหมักดองที่อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกายดังนี้

กิมจิ

1.แลคติกแอซิดแบคทีเรีย

ที่มีแหล่งมาจากพืช แบคทีเรียชนิดนี้ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้รวมถึงแบคทีเรียช่วยผอม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิตกรดไขมันสายสั้นออกมายับยั้งการดูดซึมไขมันที่รับประทานเข้าสู่ร่างกาย และช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย นอกจากนี้ แลคติกแอซิดแบคทีเรียยังช่วยยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียชนิดไม่ดี ส่งผลให้สิ่งแวดล้อมในลำไส้ดี ช่วยให้การขับถ่ายดีและเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน

2. สารแคปไซซิน (Capsaicin)

จากพริกมีคุณสมบัติในการเสริมให้การไหลเวียนเลือดดีและเพิ่มอุณหภูมิของร่างกาย ส่งผลในการช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น

3. เส้นใยอาหาร

ผักกาดขาวและหัวไชเท้าที่เป็นส่วนผสมของกิมจิอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ เส้นใยชนิดไม่ละลายน้ำจะช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระซึ่งช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ส่วนเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำจะเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้และช่วยให้สภาพแวดล้อมในลำไส้ดี

วิธีการรับประทานกิมจิเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก

1. รับประทานในเวลาที่เหมาะสม

การรับประทานกิมจิในมื้ออาหารเย็นก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับเวลาที่ลำไส้ของคนเราเคลื่อนที่ทำงานได้ดีในตอนกลางคืน ซึ่งจะทำให้ร่างกายนำแลคติกแอซิดแบคทีเรียจากกิมจิไปเสริมการทำงานของลำไส้ให้ดีขึ้น

2. รับประทานโดยไม่ต้องปรุงให้สุก

การรับประทานกิมจิดิบแบบไม่ต้องปรุงสุกด้วยความร้อนจะช่วยให้ร่างกายรับปริมาณแลคติกแบคทีเรียทั้งหมดจากกิมจิ ทั้งนี้กิมจิมีปริมาณเกลือสูงหากรับประทานมากไปก็อาจทำให้เกิดอาการตัวบวมและความดันโลหิตสูงได้ ดังนั้นปริมาณที่พอเหมาะเพื่อให้สภาพแวดล้อมในลำไส้ดีคือ ไม่ควรเกินวันละประมาณ 30-50 กรัม

กิมจิ

รับประทานร่วมกับวัตถุดิบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก

1. น้ำมันมะกอกและอะโวคาโด

กรดโอเลอิกที่มีมากในน้ำมันมะกอกและอะโวคาโดช่วยส่งเสริมการบีบตัวของลำไส้และเพิ่มรสชาติให้กับกิมจิ

2. ชีส

จากนมโค 100 เปอร์เซ็นต์มีแลคติกแอซิดแบคทีเรียสูง ซึ่งช่วยเสริมให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้นแบบทวีคูณ

3. มันยามะอิโมะและกระเจี๊ยบเขียว

อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ และเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีของลำไส้

กิมจิ

สำหรับคนที่ไม่ชอบรับประทานโยเกิร์ตซึ่งเป็นอาหารที่คนทั่วไปทราบกันดีว่ามีแลคติกแอซิดแบคทีเรียสูง ก็ให้ลองใช้กิมจิรสชาติอร่อยถูกปากและพึงใจเป็นตัวช่วยในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีของลำไส้และช่วยเพิ่มแบคทีเรียช่วยผอมเพื่อให้น้ำหนักลดไวขึ้นดูค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...