โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หอการค้าสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ ปมขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B

สวพ.FM91

อัพเดต 18 ต.ค. 2568 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2568 เวลา 08.56 น.

วอชิงตัน, 17 ต.ค. ซินหัว รายงานว่า — เมื่อวันพฤหัสบดี (16 ต.ค.) หอการค้าสหรัฐฯ ยื่นฟ้องรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กรณีปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสำหรับยื่นคำร้องขอวีซ่าเฮช-1บี (H-1B) เป็น 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.25 ล้านบาท) โดยระบุว่าค่าธรรมเนียมนี้จะทำให้นายจ้างสหรัฐฯ เผชิญต้นทุนสูงเกินไปสำหรับการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลก

คำฟ้องร้องชี้ว่าค่าธรรมเนียมใหม่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากขัดต่อกฎหมายการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติที่ควบคุมวีซ่าประเภทเฮช-1บี รวมถึงข้อกำหนดที่ว่าค่าธรรมเนียมจะต้องอิงตามต้นทุนที่รัฐบาลใช้ในการประมวลผลวีซ่า

นีล แบรดลีย์ รองประธานบริหารและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายประจำหอการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่าค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่ 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.25 ล้านบาท) จะทำให้นายจ้างในสหรัฐฯ โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ตอัป และธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง เผชิญอุปสรรคจากต้นทุนที่พุ่งสูงในการใช้วีซ่าประเภทเฮช-1บี ซึ่งเป็นระบบวีซ่าที่สภาคองเกรสกำหนดขึ้นเพื่อรับประกันว่าธุรกิจของชาวอเมริกันทุกขนาด สามารถเข้าถึงบุคลากรมีความสามารถจากทั่วโลกที่จำเป็นต่อการเติบโตของธุรกิจในสหรัฐฯ

แบรดลีย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมเสริมว่าประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าเขาต้องการฝึกอบรม ดึงดูด และรักษาบุคลากรที่เก่งและมีความสามารถที่สุดในโลกไว้ในสหรัฐฯ และหอการค้าเองก็มีเป้าหมายเดียวกันนั้น

หอการค้าสหรัฐฯ ระบุว่าวีซ่าเฮช-1บี เป็นการเสริมกำลังให้กับแรงงานสหรัฐฯ เพิ่มค่าจ้างและประสิทธิภาพ ส่งเสริมนวัตกรรมและสตาร์ตอัป และการทำให้การขอวีซ่าดังกล่าวยากขึ้นนั้นตรงกันข้ามกับเป้าหมายข้างต้น

อนึ่ง เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ทรัมป์ได้ลงนามในประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมที่บริษัทต่างๆ ต้องจ่ายเพื่อสนับสนุนผู้สมัครวีซ่าเฮช-1บี เป็นจำนวนเงิน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.25 ล้านบาท) จากเดิมหลักพันดอลลาร์สหรัฐ

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าค่าธรรมเนียมที่สูงนี้จะส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ อาทิ แอมะซอน (Amazon) ไมโครซอฟต์ (Microsoft) และกูเกิล (Google) ซึ่งพึ่งพาโครงการวีซ่าประเภทเฮช-1บี มานานในการจ้างบุคลากรต่างชาติ อาทิ นักพัฒนาซอฟต์แวร์

ทั้งนี้ ซีบีเอส (CBS) รายงานว่าแผนดังกล่าวอาจส่งผลให้บริษัทสหรัฐฯ ย้ายงานไปต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในสาขาเฉพาะทาง เช่น การวิจัยและพัฒนา และอาจทำให้จำนวนนักศึกษาต่างชาติที่เลือกเรียนในสหรัฐฯ ลดลงด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...