โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร 3 ประเภทที่คนญี่ปุ่นเตือนว่า “ผู้มีภาวะเบาหวาน” ควรเลือกทานอย่างระวัง!

conomi

อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 13.05 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

การพุ่งสูงของระดับน้ำตาลในเลือด หรือBlood Sugar Spike หลังจากการรับประทานอาหารเป็นสาเหตุของอาการง่วงมากหลังมื้ออาหาร หิวบ่อย หิวเร็ว วิงเวียนศีรษะเหมือนจะเป็นลม หงุดหงิดง่าย สมองเบลอ ไม่มีสมาธิ และอยากรับประทานของหวานเพิ่ม เป็นต้น ซึุ่งหากระดับน้ำตาลในเลือดยังคงพุ่งสูงเกินกว่าระดับปกติในระยะยาวก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคเบาหวาน หลอดเลือดแข็งตัว แคบลง และส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้

ทั้งนี้ มีอาหารหลายชนิดที่คนจำนวนมากเข้าใจผิดคิดว่า “ดีต่อสุขภาพ” แต่สำหรับคนที่มีภาวะเบาหวานอาหารดังกล่าวเมื่อรับประทานเข้าไปในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดการพุ่งขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด มารู้กันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่นักกำหนดอาหารชาวญี่ปุ่นแนะนำว่าควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะหรือหลีกเลี่ยงไม่รับประทานเพื่อป้องกันการพุ่งขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดกันค่ะ

อาหารอะไรบ้างที่หากรับประทานเยอะเกินไปจะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด?

อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะมีผลให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าอาหารประเภทโปรตีนและไขมัน ในอาหารต่าง ๆ จะมีค่า GI (Glycemic index) หรือดัชนีน้ำตาลที่แตกต่างกัน โดยค่า GI จะบ่งชี้ว่าอาหารถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็วเพียงใด อาหารที่มีค่า GI สูงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหลังจากรับประทานเข้าไป การระมัดระวังปริมาณอาหารที่มีค่า GI สูง จะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดอย่างฉับพลันได้ ตัวอย่างทั่วไปของอาหารที่มีค่า GI สูง ได้แก่ น้ำตาลและข้าวขาว แต่ก็มีอาหารอื่น ๆ ที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเช่นกัน โดยมีตัวอย่างดังต่อไปนี้

1. น้ำผลไม้

แม้คนจำนวนมากคิดว่าน้ำผลไม้จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพเพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย แต่ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ส่วนใหญ่มักเติมน้ำตาลลงไป รวมถึงน้ำตาลฟรุกโตสจากผลไม้เอง น้ำตาลดังกล่าวถูกย่อยสลายได้เร็วกว่าข้าวหรือขนมปัง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากต้องการวิตามินและแร่ธาตุให้เลือกรับประทานผลไม้สดในปริมาณที่ไม่มากเกินไป หรือเลือกผลไม้ที่มีค่า GI ต่ำ เช่น แอปเปิ้ล ส้ม ฝรั่ง แก้วมังกร กล้วยน้ำว้า สาลี่ เบอร์รีต่าง ๆ เป็นต้น มารับประทานแทน

2. มันฝรั่ง

มันฝรั่ง เผือก และหัวพืชชนิดอื่น ๆ แม้จะมีคุณค่าสารอาหารจากวิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหาร แต่ผักประเภทหัวเหล่านี้มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงไม่ต่างจากขนมปัง การรับประทานในปริมาณมากเกินไปก็มีผลในการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน

3. ปราศจากน้ำตาลหรือ Sugar-Free Foods

คนจำนวนมากคิดว่าอาหารที่ติดฉลากปราศจากน้ำตาลมักดีต่อสุขภาพเนื่องจากไม่มีน้ำตาล แต่ในความเป็นจริงในผลิตภัณฑ์หลายชนิดมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงจากส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นได้ อีกทั้งแม้ติดฉลากว่าปราศจากน้ำตาล แต่ในกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำตาลไม่เกิน 0.5 กรัม ต่ออาหาร 100 กรัม ถือว่าปราศจากน้ำตาล คนจำนวนมากเข้าใจผิดคิดว่าไม่มีน้ำตาลเลยรับประทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้าไปในปริมาณมาก แต่ท้ายที่สุดกลับส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น

ผู้มีภาวะโรคเบาหวานสามารถรับประทานได้ทุกอย่างเพียงแต่ควรคำนึงถึงปริมาณดัชนีน้ำตาลของอาหารก่อน โดยควรเลือกรับประทานอาหารที่มีค่า GI ต่ำ รับประทานผักให้มาก และถ้าให้ดีก็ควรรับประทานผักเป็นอันดับแรกในมื้ออาหาร เนื่องจากเส้นใยอาหารจากผักจะช่วยดูดซึมน้ำตาลและป้องกันการพุ่งสูงของระดับน้ำตาลในเลือดได้ ตามด้วยอาหารประเภทโปรตีน และปิดท้ายด้วยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต อีกทั้งควรควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสมไม่มากจนเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดังกล่าวข้างต้นในปริมาณที่มากเกินไปค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...