โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยกัน 7 วันหน : เอกวาดอร์วิกฤต แก๊งติดอาวุธบุกป่วนทั่วเมือง

แนวหน้า

เผยแพร่ 13 ม.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

จากเหตุการณ์ที่กลุ่มติดอาวุธโพกหน้า บุกเข้าไปภายในห้องส่ง หรือสตูดิโอของสถานีโทรทัศน์ซีที (CT) ขณะออกอากาศสดในเมืองกัวยากิลเมืองท่าสำคัญของเอกวาดอร์เมื่อวันอังคารที่แล้ว บีบให้ผู้ประกาศและพนักงานคุกเข่าลงกับพื้นและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คน เป็นภาพเหตุการณ์ที่ปรากฎออกไปทั่วประเทศ ก่อนที่สถานีจะยุติการออกอากาศสดในเวลาต่อมา สร้างความหวาดกลัวให้ผู้ชมที่ได้ชมเหตุการณ์นี้แบบสดๆ อีกทั้งยังมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุได้จับตัวประกันหลายคน

หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ตะโกนว่า เขาตั้งใจจะส่งข้อความให้รับรู้ถึงผลที่ตามมากับ “การยุ่งกับมาเฟีย” ก่อนที่ตำรวจจะบุกเข้ามาแทรกแซงเหตุการณ์ และจับผู้ก่อเหตุไปอย่างน้อย13 คน และยังพบว่ามีอาวุธ ระเบิด และหลักฐานอื่นๆ ในจุดเกิดเหตุด้วย ขณะที่ตัวประกันส่วนใหญ่ปลอดภัยดีมีพนักงานบาดเจ็บ 2 คน และผู้ประกาศหลายคนตกใจแทบสิ้นสติ เพราะถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อหัวต่อหน้ากล้องถ่ายทอดสด จนคิดว่าตนเองจะต้องจบชีวิตไปแล้ว

เอกวาดอร์กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตในสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์บุกสถานีโทรทัศน์นี้มีขึ้น หลังจากอดอลโฟ มาซิอัส ฉายา “ฟิโต” วัย 44 ปี หัวหน้าแก๊งยาเสพติดรายใหญ่“คอเนรอส” ได้แหกคุกออกนอกเรือนจำที่เขากำลังรับโทษจำคุกเป็นเวลา34 ปี เมื่อวันอาทิตย์พร้อมกับนักโทษอีกหลายสิบคน นำมาสู่การก่อเหตุจลาจลในเรือนจำหลายแห่ง และมีการจับเจ้าหน้าที่เรือนจำและตำรวจเป็นตัวประกัน และเกิดเหตุระเบิด 5 ครั้งในหลายเมือง

ประธานาธิบดีแดเนียล โนโบอา วัย 36 ปี ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 กล่าวว่าเป็นการก่อเหตุรุนแรงตอบโต้ที่รัฐบาลมีแผนจะสร้างเรือนจำมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสำหรับคุมขังหัวหน้าแก๊งอาชญากรรม เขาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 60 วัน เมื่อวันจันทร์ ตามด้วยการประกาศรายชื่อแก๊งอาชญากรรมจำนวนมากให้เป็นกลุ่มก่อการร้ายในวันอังคาร และให้อำนาจกองทัพจัดการกับกลุ่มเหล่านี้ ล่าสุด ตำรวจและทหารเอกวาดอร์สนธิกำลังปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งอาชญากรทั่วประเทศเจ้าหน้าที่ได้นำตัวสมาชิกแก๊งอาชญากร14 คน ที่จับกุมได้จากปฏิบัติการหลายครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา แถลงข่าวนอกจากนี้ ยังสามารถยึดอาวุธได้อีกหลายรายการ

ขณะที่เปรูซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเอกวาดอร์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 9 มกราคมมีการเสริมกำลังทหารตามแนวพรมแดนทางเหนือที่ติดกับเอกวาดอร์ ส่งตำรวจลาดตระเวนและประจำการตำรวจที่ด่านข้ามพรมแดน เนื่องจากทั้งเปรูและเอกวาดอร์มีแผนจะเนรเทศนักโทษที่เป็นชาวต่างชาติออกนอกประเทศ ผู้นำเอกวาดอร์ประกาศเมื่อวันที่ 10 มกราคม ว่า จะเริ่มเนรเทศนักโทษเหล่านี้เพื่อลดความแออัดในเรือนจำและลดค่าใช้จ่าย ปัจจุบัน มีนักโทษชาวต่างชาติอยู่ในเรือนจำเอกวาดอร์หลายพันคน ส่วนใหญ่เป็นชาวโคลอมเบีย ตามมาด้วย เปรู และเวเนซุเอลา

สถานการณ์ความมั่นคงในเอกวาดอร์เลวร้ายลงตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาด เพราะทำให้เศรษฐกิจเสียหายหนัก ยอดผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากมากกว่า 4,500 คน ในปี 2565 เป็น 8,008 คนในปี 2566 ตามตัวเลขของรัฐบาล สถานการณ์ในประเทศเกิดความรุนแรงมากขึ้นในช่วงปีหลังๆ ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งระหว่างแก๊งค้ายาเสพติดและอาชญากรรมต่างๆ ที่ต้องการควบคุมพื้นที่เส้นทางการลักลอบค้ายาเสพติดไปยังสหรัฐฯ และยุโรป ที่ทำกำไรได้มหาศาล

ความหวาดกลัวมีมากขึ้น เมื่อ เฟอร์นานโด บีญาวิเซนซิโอผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่มีนโยบายต่อต้านการทุจริตถูกลอบสังหารในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกในเดือนสิงหาคม 2566 เขาเคยบอกก่อนเสียชีวิตว่า เขาถูกขู่ฆ่า จากแก๊งคอเนรอส ขณะที่รัฐบาลโทษว่า สถานการณ์ในประเทศเลวร้ายเพราะแก๊งค้ายาเสพติดเหล่านี้ฉวยโอกาสที่ระบบการควบคุมของรัฐอ่อนแอ แผ่ขยายอิทธิพลในเรือนจำ แย่งชิงอำนาจและก่อเหตุรุนแรงในเรือนจำ มีคนถูกสังหารจำนวนมากจนกลายเป็นเรื่องปกติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงบางคนเชื่อว่า อาจมีเรือนจำมากถึงร้อยละ 25 จาก 36 แห่งทั่วประเทศ ที่ถูกกลุ่มแก๊งเหล่านี้ควบคุมเอาไว้ และใช้เป็นสถานที่ในการบัญชาการแก๊ง และรับสมัครสมาชิกในเรือนจำ ซึ่งประธานาธิบดีโนโบอา ให้คำมั่นว่าจะกลับไปควบคุมเรือนจำทั้งหมดเหล่านี้ให้ได้ โดยสัปดาห์ที่แล้ว โนโบอาประกาศว่าจะหาทางทำประชามติถึงมาตรการด้านความมั่นคง รวมถึงบทลงโทษที่หนักขึ้นสำหรับการก่ออาชญากรรม เช่น การฆาตกรรม และการลักลอบค้าอาวุธ รวมถึงการขยายขอบเขตอำนาจของกองทัพด้วย

โนโบอา ผู้นำรุ่นใหม่ ที่ขึ้นสู่อำนาจในเดือนพฤศจิกายน ประกาศ “แผนการฟีนิกซ์” เพิ่มมาตรการด้านความมั่นคง รวมถึงหน่วยงานข่าวกรอง,อาวุธทางยุทธวิธีสำหรับกองกำลังความมั่นคง คุมเข้มเรือนจำมากขึ้น และตรวจเช็คความมั่นคงทั้งในท่าเรือและสนามบิน แต่นั่นอาจต้องใช้งบประมาณมากถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 27,200 ล้านบาท และคาดว่าสหรัฐฯ จะช่วยในการจัดส่งอาวุธใหม่มูลค่าราว 200 ล้านดอลลาร์ให้กับเอกวาดอร์

โดย ดาโน โทนาลี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...