โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ซินเน็คฯ เปิดผลงาน Q1/68 กำไรโต 24% ส่วนรายได้อยู่ที่ 11,160 ลบ. เดินเกมรุกรับเทรนด์ธุรกิจ หนุนทุกเซ็กเมนต์เติบโต

Share2Trade

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 06.02 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 06.02 น. • Share2Trade

บมจ.ซินเน็ค(ประเทศไทย) หรือ SYNEX เปิดงบไตรมาส 1 ปี 68 กำไรพุ่งกว่า 23.7% อยู่ที่ 188 ล้านบาท รายได้อยู่ที่ 11,160 ล้านบาท สะท้อนการบริหารจัดการที่ดี และเดินหน้าเก็บเกี่ยวโอกาสจากดีมานด์เทคโนโลยีในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งสมาร์ทโฟน AI, กลุ่ม Apple, โน้ตบุ๊ก, ระบบโซลูชันองค์กร รับกระแส Digital Transformation ที่ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรภายใต้เศรษฐกิจที่มีความท้าทาย พร้อมเดินเกมรุกรับเทรนด์ธุรกิจ มั่นใจปี 2568 คาดจะเป็นอีกปีที่ ซินเน็คฯ สามารถทำรายได้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

SYNEX_คุณสุธิดา มงคลสุธี (1).jpg

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ดิสทริบิวเตอร์ผู้นำด้านไอทีอีโคซิสเต็ม เปิดผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2568 สามารถสร้างกำไรสำหรับงวดได้อย่างเติบโต โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36 ล้านบาท หรือ 23.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเติบโตนี้มาจากยอดขายและกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดำเนินงานโดยตรงอย่างมีวินัยควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจ เพื่อรักษาระดับความสามารถในการทำกำไร รวมทั้งกำไรที่ได้จากการลงทุนในบริษัทร่วม สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการปรับตัวท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย มุ่งเน้นกลยุทธ์ทั้งการเติบโตของรายได้ และการควบคุมต้นทุน เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางการเงินระยะยาว

ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท หรือ 4.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยซินเน็คฯ มุ่งโฟกัสในการเพิ่มสัดส่วนของสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง การขายสินค้าแบบโซลูชั่น ให้บริการมุ่งเน้นความครบวงจร ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และเพิ่มแรงจูงใจในการซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเอนเตอร์ไพรซ์แอนด์โซลูชั่น และกลุ่มคอมเมอร์เชียล เพื่อสร้างการเติบโตของกำไรขั้นต้นในระยะยาว รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโดยรวมได้

ทั้งนี้ซินเน็คฯ มีรายได้รวมจากการขายและบริการ 11,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,555 ล้านบาท หรือ 16.2 % เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีก่อนหน้า ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 9,605 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่เติบโตในหลายกลุ่มสินค้า ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเพียง 8.7% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยความสำเร็จของยอดขายที่เติบโตอย่างโดดเด่นมาจากการขยายตัวกลุ่มสินค้า ดังนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple มีรายได้เติบโต 565 ล้านบาท คิดเป็น 17% จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ด้วยสเปคและฟีเจอร์ ประกอบกับราคาที่คุ้มค่า ทำให้ลูกค้ามีความต้องการซื้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ซินเน็คฯ ใช้กลยุทธ์เชิงรุกขยายจุดจำหน่ายร้านค้ารายย่อย และกลยุทธ์การขายแบบ Solution-Based Offering เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ร่วมกับบริการและซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์อย่างครบวงจรให้กับกลุ่มลูกค้าองค์กร และการศึกษา ทำให้กระตุ้นยอดขายโดยรวมสูงขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

กลุ่มผลิตภัณฑ์มือถือและอุปกรณ์ เติบโต 766 ล้านบาท คิดเป็น 83% จากการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดสมาร์ทโฟนมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เช่น Samsung, Huawei และ HONOR ที่สร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และช่วยผลักดันยอดขายในกลุ่มสมาร์ทโฟนโดยรวมให้เติบโตในอัตราที่สูงขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทำให้อัตราการเติบโตของรายได้ยังอยู่ในระดับสูง

กลุ่มคอมเมอร์เชียล เติบโต 221 ล้านบาท คิดเป็น 19% แรงหนุนจากการขยายตัวของคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ก ผลจากปัจจัยในการเปลี่ยนผ่านระบบปฏิบัติการจาก Windows10 สู่ Windows11 ที่กระตุ้นให้หลายหน่วยงานเริ่มทยอยอัปเกรดอุปกรณ์ ขณะเดียวกัน AI PC ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเร่ง เข้ามามีส่วนสำคัญที่ภาคธุรกิจเริ่มหันมาลงทุนในอุปกรณ์ไอทีที่มีขีดความสามารถสูงและรองรับการทำงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น นอกจากนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์กล้องวงจรปิด(CCTV) ก็ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มเอนเตอร์ไพรซ์แอนด์โซลูชั่น เติบโต 62 ล้านบาท คิดเป็น 9% ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากความต้องการใช้งานซอฟต์แวร์ระดับมืออาชีพ เช่น Autodesk ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในภาคอุตสาหกรรม ออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ทั้งนี้ยังได้รับแรงหนุนจากเทคโนโลยีด้านเครือข่าย โดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ที่รองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูงและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้หลายองค์กร มีแนวโน้มเพิ่มการลงทุนในโซลูชั่นไอทีที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการขยายธุรกิจระยะยาว

อย่างไรก็ดี สินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์ แม้ยอดขายลดลง 103 ล้านบาท คิดเป็น -3% แต่มีแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ จากการเร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ รับฟีเจอร์ AI รวมถึงเตรียมพร้อมการออกแบบสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อรองรับการประมวลผลที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภท Storage และ Memory มีแนวโน้มการเติบโตในอัตราที่เร่งตัวขึ้นด้วยเช่นกัน เพื่อรับซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บขนาดใหญ่มากขึ้น นอกจากนี้ยังเห็นทิศทางการเติบโตจากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก(SME) โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์(Printer) อีกด้วย

กลุ่มเกมมิ่งแอนด์แก็ดเจ็ต ยอดขายรวมลดลง 36 ล้านบาท สาเหตุลดลงจากการชะลอตัวของกลุ่มสินค้า Gaming โดยเฉพาะแบรนด์ Nintendo สะท้อนถึงความคาดหวังในตลาดต่อผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่าย Nintendo Switch 2 ในช่วงกลางปี 2568 นี้ ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่และประสิทธิภาพที่ดีขึ้น คาดว่าจะช่วยกระตุ้นความต้องการในตลาดและดึงยอดขายให้กลับมาเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง

“ในปี 2568 แม้เป็นปีที่ท้าทาย แต่บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตจากทั้งสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ปรับตัวดีขึ้น นโยบายการเงินผ่อนคลายกระตุ้นการใช้จ่าย รวมถึงสัญญาณฟื้นตัวของภาคเอกชนในกลุ่มส่งออกและอุตสาหกรรมหลัก ขณะเดียวกันกระแสดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันยังเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) การใช้ AI และระบบอัตโนมัติในภาคธุรกิจ การเติบโตของ Cloud Computing รวมถึง Digital Payment และ E-Commerce ที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค สะท้อนจากไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ทำให้ซินเน็คฯ เชื่อมั่นว่า ปีนี้จะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจบนแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ล่าสุดได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากโครงการ LESS ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจกและสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านกิจกรรมและโครงการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งภายในองค์กรและต่อสังคมโดยรวม” นางสาวสุธิดา กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...