โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศุภจี ยันงบการเงิน 'ดุสิตธานี' ไม่มีปัญหา ชี้ศก.68 ต้องระวัง ฝ่าความท้าทายสูง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 11.11 น.

ศุภจี รับ ศก.ปี’68 ต้องระวัง เตรียมฝ่าความท้าทายสูง ยันดุสิตธานีไม่มีปัญหา แม้ติดข้อขัดแย้งชั่วคราว

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ถือเป็นปีที่ต้องระมัดระวัง เพราะมีความท้าทายรออยู่สูงมาก ภาคธุรกิจจึงต้องจับทางให้ได้ บริหารจัดการให้ดีทั้งเรื่องการลงทุน ค่าใช้จ่าย และแผนธุรกิจ เพราะการพึ่งพาส่วนใดส่วนเดียวถือเป็นความเสี่ยงของธุรกิจ เหมือนดุสิตธานีที่พัฒนาไลน์ธุรกิจจากการพึ่งพารายได้โรงแรมอย่างเดียวกว่า 90% ขณะนี้ได้เริ่มต้นในธุรกิจอาหาร การศึกษา และอสังหาริมทรัพย์ ทำให้มีรายได้จากธุรกิจอื่นเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง

นางศุภจีกล่าวว่า แม้รายได้จากโรงแรมจะยังเป็นหลักอยู่ประมาณ 60% โดยปัจจัยบวกที่มองเห็นเป็นภาคการท่องเที่ยวที่เคยสนับสนุนธุรกิจ และภาพรวมเศรษฐกิจไทย แต่ขณะนี้การท่องเที่ยวชะลอตัว ดุสิตธานีจึงต้องสร้างการตลาดแบบพุ่งเป้าเป็นหลัก อาทิ จับกลุ่มความยั่งยืน กลุ่มพักระยะยาว ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ดิจิทัลโนแมด เพราะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ และคาดว่าจะมีการเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยเสี่ยงเป็นบริบทโลก ทั้งความขัดแย้งในด้านรัฐภูมิศาสตร์ การมีสงครามจริงในหลายประเทศ และการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐกับทั่วโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจโลกตึงตัว นักท่องเที่ยวต่างชาติจึงอาจไม่ได้เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยมากอย่างที่คาดไว้

นางศุภจีกล่าวด้วยว่า สำหรับการพัฒนาเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกาสิโนรวมอยู่ด้วย 10% นั้น เบื้องต้นมองว่าทั้ง 2 ส่วนมีความแตกต่างกัน ต้องแยกออกจากกันก่อน เพราะหากเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยในการท่องเที่ยวได้ และเป็นประโยชน์จริงๆ ในการเป็นแม่เหล็กใหม่ช่วยดึงดูดปริมาณผู้คนเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น ซึ่งโรงแรมจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกด้วยเช่นกัน แต่มองว่าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อาจต้องศึกษาเพิ่มเติมว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเท่าใด ซึ่งส่วนนี้ดูตัวอย่างจากประเทศเพื่อนบ้านรอบไทยก็ได้ว่าประเทศที่ไม่มีเป็นอย่างไร และประเทศที่มีเป็นอย่างไร ซึ่งมองว่าหากโครงการได้รับการอนุมัติกว่าจะสร้างเสร็จต้องใช้เวลา 4-5 ปี

นางศุภจีกล่าวว่า ส่วนกรณี บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของดุสิตธานี (ถือครองหุ้นในสัดส่วน 49.74%) ไม่อนุมัติงบการเงินประจำปี 2567 (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567) ทั้งที่ผ่านการตรวจสอบและลงนามรับรองโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว ส่งผลให้ดุสิตธานีไม่สามารถส่งงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2568 ได้ทันในวันที่ 15 พฤษภาคม และอาจทำให้หุ้นดุสิตธานีถูกเครื่องหมาย SP (ระงับการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว) โดยจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นใหม่ในวาระงบการเงินไตรมาส 1/2568 ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ โดยยืนยันว่างบการเงินเฉพาะไตรมาส 1 ที่ผ่านมาไม่ได้มีปัญหา ถูกจัดทำขึ้นมาอย่างโปร่งใส คณะกรรมการตรวจสอบและได้รับการสอบทานจากผู้สอบบัญชีแล้ว และการดำเนินงานต่างๆ อาทิ การลงทุนใหม่เป็นไปตามแผนงานที่ถูกอนุมัติทั้งจากคณะกรรมและผู้ถือหุ้น จึงมองว่าไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้น ซึ่งพร้อมเป็นตัวกลางตามบทบาทที่ทำได้อย่างเต็มที่

“ยืนยันว่าผู้บริหารสูงสุด (ซีอีโอ) คือตัวเอง ไม่ใช่บุคคลอื่น ไม่ว่าจะอยู่ในข่าวหรือผู้ถือหุ้นทั่วไปก็ตาม ตามหน้าที่หลักในการบริหารงานวางไว้ตำแหน่งดุสิตธานี ไม่ได้เป็นแค่บริษัท แต่เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการนำความเป็นไทยออกไปสู่สายตาต่างประเทศให้เกิดความประทับใจ โดยแผนการทำงานนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งวางแผนระยะยาว 9 ปี ซึ่งครบที่ปี 2568 นี้ ตามเป้าหมายวางไว้ว่าจะโผล่ขึ้นมาเป็นนิวแชปเตอร์ จากโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค จึงหวังใจและเชื่อว่าผู้ถือหุ้น รวมถึงคณะกรรมการจะต้องมองถึงส่วนรวมและการเดินหน้าต่อของธุรกิจตามวัตถุประสงค์ของผู้ก่อตั้งแรกเริ่ม สามารถเจรจาข้อขัดแย้งกันได้” นางศุภจีกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศุภจี ยันงบการเงิน ‘ดุสิตธานี’ ไม่มีปัญหา ชี้ศก.68 ต้องระวัง ฝ่าความท้าทายสูง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...