โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คลังชงบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจพรุ่งนี้ เคาะงบ 4 หมื่นล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 02.17 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 09.13 น.

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้ได้การประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณกกลางปี 2568 เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 1.57 แสนล้าน ที่อนุมัติไปแล้ว 1.15 แสนล้านบาท และยังคงเหลืออีก 42,000 ล้านบาท เพื่อไปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและรับมือผลกระทบจากภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ (Reciprocal Tariffs)

โดยพรุ่งนี้ (24 ก.ค.68) จะนำเสนอข้อสรุปเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (บอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม เพื่ออนุมัติต่อไป

ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งก่อนหน้า ได้มีการหารือกันในการกำหนดกรอบและเกณฑ์ในการจัดสรรงบประมาณ

โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของโครงการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและระยะเวลาในการเบิกจ่ายหรือผูกพันงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.2568 หรือก่อนสิ้นปีงบประมาณ โดยยืนยันว่ากระบวนการเบิกจ่ายจะต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ยังพบว่า จำนวนโครงการที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เสนอเข้ามายังมีตัวเลขที่คลาดเคลื่อนกับตัวเลขของกระทรวงมหาดไทยและสำนักงบประมาณ จึงต้องมากลั่นกรองโครงการกันอีกครั้งเพื่อลดการกระจุกตัวของเม็ดเงิน โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่เป็นฝ่ายเลขานุการจะมีการเสนอโครงการที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกต่อที่ประชุมในครั้งนี้

ส่วนมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาษีสหรัฐ ก็จะมีการพิจารณาด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่ได้มีเพียงผู้ส่งออกโดยตรง แต่ยังรวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ทั้งซัพพลายเชน แรงงาน ผู้ผลิตในประเทศ และเกษตรกรไทย ที่จะได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยจะมีการพิจารณาถึงโครงการลงทุนเพื่อวางพื้นฐานประเทศในระยะยาว และการพัฒนาเรื่องทุนมนุษย์ด้วย

“งบประมาณก้อนนี้กันไว้เป็นส่วนเผื่อเหลือเผื่อขาดเพื่อประเมินสถานการณ์ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร เพื่อเอามารับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการรับมือกับภาษีทรัมป์ด้วย“

ทั้งนี้ สศค. มีการประเมินว่าเม็ดเงินเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการอนุมัติโครงการไปแล้ว วงเงิน 1.15 แสนล้านบาท จะเข้าสู่ระบบได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 69 และส่งผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจ (GDP) เพิ่มขึ้น 0.4-0.5%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...