OpenAI เปิดตัว ChatGPT Agent ตัวช่วยอัจฉริยะ ทำงานแทนผู้ใช้ได้หลากหลาย
ChatGPT Agent คืออะไร ?
OpenAI เปิดตัว ChatGPT Agent ผู้ช่วย AI อเนกประสงค์ตัวใหม่ ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ในคอมพิวเตอร์ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่จัดตารางนัดหมาย สร้างสไลด์พรีเซนเทชัน ไปจนถึงรันโค้ดตามคำสั่ง
ChatGPT Agent คือการรวมพลังของเครื่องมือ agentic เดิมที่ OpenAI เคยพัฒนา เช่น Operator ที่คลิกเว็บไซต์แทนผู้ใช้ได้ และ Deep Research ที่สรุปข้อมูลจากหลายเว็บไซต์มาเป็นรายงานสั้น ๆ โดยผู้ใช้สามารถสั่งการผ่านแชตได้เลยด้วยภาษาธรรมชาติ
บริการใหม่นี้เริ่มเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไป สำหรับผู้ใช้งานแบบ Pro, Plus และ Team ของ ChatGPT โดยสามารถเปิดใช้งานได้ผ่านเมนู Agent mode
จากแค่ตอบคำถาม สู่การลงมือทำจริง
การเปิดตัว ChatGPT Agent ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่กล้าหาญที่สุดของ OpenAI ในการพัฒนา ChatGPT จากแค่แชตบอทตอบคำถาม ให้กลายเป็นผู้ช่วยลงมือทำได้จริงเหมือนผู้ช่วยส่วนตัว
ที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง เช่น OpenAI, Google และ Perplexity ต่างพัฒนา AI Agent ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลายตัวกลับยังไม่สามารถรับมือกับงานที่ซับซ้อนได้ดีพอ และยังห่างไกลจากภาพฝันของผู้บริหารที่ขายไอเดียเอาไว้
แต่ OpenAI ยืนยันว่า ChatGPT Agent รุ่นนี้ “เก่งกว่าที่เคย” โดยเฉพาะเมื่อสามารถเชื่อมต่อกับบริการภายนอกอย่าง Gmail หรือ GitHub เพื่อดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาใช้งานได้โดยตรง รวมถึงเข้าถึง terminal และใช้ API ทำงานร่วมกับแอปอื่น ๆ ได้
ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถสั่งให้ ChatGPT Agent วางแผนและซื้อวัตถุดิบทำอาหารญี่ปุ่นสำหรับ 4 คน หรือวิเคราะห์คู่แข่ง 3 รายแล้วจัดทำสไลด์พรีเซนเทชันสรุปให้ได้ทันที ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งการวางแผน ค้นหา และลงมือทำ
ChatGPT Agent เก่งระดับท็อปของวงการ
OpenAI ระบุว่า โมเดลเบื้องหลัง ChatGPT Agent ทำคะแนนสูงในหลายแบบทดสอบ เช่น
- 41.6% บนแบบทดสอบ Humanity’s Last Exam ซึ่งเป็นแบบทดสอบความรู้ข้ามสาขาที่ถือว่ายากมาก และสูงกว่าโมเดล o3 และ o4-mini ถึงเท่าตัว
- 27.4% บนแบบทดสอบ FrontierMath (เมื่อเปิดใช้เครื่องมือเสริม) ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในวงการตอนนี้ (o4-mini เคยทำไว้ที่ 6.3%)
OpenAI ยอมรับว่า agent ที่ทำงานแทนมนุษย์ได้ขนาดนี้มีความเสี่ยง จึงออกมาตรการความปลอดภัยหลายจุด เช่น
- ปิดระบบ “Memory” ที่ปกติจะช่วยให้ ChatGPT จำข้อมูลจากแชตก่อนหน้าได้ เพื่อป้องกันการถูกโจมตีด้วยเทคนิค prompt injection
- ใช้ระบบตรวจสอบเนื้อหาแบบเรียลไทม์ หากมีคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยา จะมีการตรวจซ้ำว่าคำตอบอาจก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่
ChatGPT Agent ถูกจัดให้เป็นโมเดลมีศักยภาพสูงด้านชีวภาพและเคมี ตามเกณฑ์ OpenAI’s Preparedness Framework โดยแม้จะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าใช้สร้างอาวุธได้ แต่บริษัทเลือกใช้แนวทางระมัดระวังไว้ก่อน
แม้ ChatGPT Agent จะฟังดูน่าทึ่ง แต่ก็ต้องติดตามต่อไปว่าพฤติกรรมของมันในโลกจริงจะแกร่งแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาหลาย agent ยังทำงานผิดพลาดง่ายเมื่อเจอสถานการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม หากสิ่งที่ OpenAI เคลมไว้เป็นจริง ChatGPT Agent อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ AI ที่ก้าวจากผู้ให้คำตอบสู่ผู้ช่วยลงมือทำ
อ้างอิง: techcrunch