โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลับเมดสร้างสถิติผลประกอบการสูงสุดในปี 2567 พร้อมเดินหน้าสู่ปี 2568 ด้วยโครงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

Positioningmag

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 09.34 น. • PR News

คลับเมด (Club Med) ผู้นำด้านการพักผ่อนในวันหยุดระดับพรีเมียม แบบจ่ายครั้งเดียวจบ ปิดตัวเลขของปี 2567 ด้วยความสำเร็จสูงสุด ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตและความสำเร็จเชิงกลยุทธ์โดยในปี 2568 เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีคลับเมด พร้อมสานต่อความสำเร็จในการยกระดับแบรนด์สู่ตลาดพรีเมียม และตั้งเป้าตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มองหาวันหยุดแบบออลอินคลูซีฟ หรือจ่ายครั้งเดียวจบ ในระดับลักซ์ชูรี
ผลประกอบการของคลับเมดในปี 2567 มีปริมาณธุรกิจ (Business Volume) หรือมูลค่ารวมของการดำเนินธุรกิจรวมมูลค่า 2.09 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2566 โดยรีสอร์ตบนภูเขาในช่วงฤดูหนาวเติบโตถึง 20% เป็นสัดส่วนมากกว่า 35% ของปริมาณธุรกิจทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์การเล่นสกีสูง นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่รีสอร์ตระดับพรีเมียมและอยู่ในกลุ่ม Exclusive Collection อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้แบรนด์ได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยวระดับบน


ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของ คลับเมด ทั่วโลก ในปี 2567 มีดังนี้
• ปริมาณธุรกิจรวม 2,090 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 7% เมื่อคิดในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566
• รายได้จากรีสอร์ต กำไรสุทธิ (ก่อนภาษี) หรือ EBITDA และอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ในระดับเดียวกับปี 2566
• ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 รีสอร์ตทั้งหมดได้รับการยกระดับเป็นประเภทพรีเมียมและ Exclusive Collection โดยมีจำนวนเตียงเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2566
• ลูกค้าเข้าพักมากกว่า 1.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1% จากปี 2566
• อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 75% เพิ่มขึ้น 2 จุดสำหรับรีสอร์ตพรีเมียมและ Exclusive Collection เมื่อเทียบกับปี 2566
• ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 232 ยูโร เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2566 (ที่อัตราแลกเปลี่ยนเท่ากัน)
• รีสอร์ตบนภูเขาขยายตัวขึ้นในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน โดยมีปริมาณธุรกิจเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปี 2566 ซึ่งคิดเป็น 35% ของรายได้รวมของบริษัท
• การจองสำหรับครึ่งปีแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 5.7% จากปี 2567 โดยจุดหมายปลายทางประเภทสกีและชายหาดทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชียแปซิฟิก ได้รับความนิยมสูง


สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก (ESAP) คลับเมดประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในรีสอร์ตพรีเมียมจ่ายครั้งเดียวจบ
• ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก (ESAP) เติบโต 24% จากปีก่อนหน้า โดยมีลูกค้ากว่า 260,000 คน เพิ่มขึ้น 5.5% จากปี 2566 การเติบโตนี้ มาจากผลประกอบการอันโดดเด่นของรีสอร์ตบนภูเขาในญี่ปุ่น จีน และเทือกเขาแอลป์ของยุโรป ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 57% เมื่อเทียบกับปี 2566 รวมถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่ม Exclusive Collection ซึ่งประกอบด้วยรีสอร์ต ชาเลต์ วิลล่า และเรือยอชต์สุดหรู Club Med 2 โดยมีปริมาณธุรกิจเพิ่มขึ้น 23%
• ประเทศไทยเติบโตโดดเด่น โดยมีปริมาณธุรกิจเพิ่มขึ้น 9.2% จากปีก่อนหน้า ในขณะที่สกีญี่ปุ่นยังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก คิดเป็น 64% ของยอดขายทั้งหมด จุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างมัลดีฟส์และภูเก็ตก็ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่การขยายสู่ตลาดจีน โดยเฉพาะรีสอร์ตบนภูเขา เช่น ลี่เจียงและสกีรีสอร์ตอื่น ๆ เติบโตได้ดีจากนโยบายวีซ่าที่เอื้ออำนวยและการเชื่อมต่อทางอากาศที่สะดวกยิ่งขึ้น เช่น เที่ยวบินเช่าเหมาลำของ Ruili Airlines
เรเชล ฮาร์ดิง ประธานกรรมการบริหาร ประจำภูมิภาค เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และแปซิฟิก กล่าวว่า “ผลประกอบการของปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโมเดลพรีเมียมออลอินคลูซีฟของเรา ในวาระครบรอบ 75 ปี ในปี 2568 นี้ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์วันหยุดแบบเหนือระดับ ด้วยพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างดี กิจกรรมที่คัดสรรมาอย่างใส่ใจ ทีมงาน G.O (Gentle Organizer) ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการขยายตัวทั่วโลก เราพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่”
บรูโน คูร์เบต์ Country Director คลับเมดประจำประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย และตลาดใหม่ กล่าวว่า “ในประเทศไทย เราเห็นเทรนด์ใหม่ที่นักท่องเที่ยวมองหาประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงความต้องการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ และการท่องเที่ยวแบบครอบครัวระดับพรีเมียม จุดหมายปลายทางอย่างลี่เจียงในจีนได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักท่องเที่ยวไทยที่มองหาประสบการณ์ใหม่ที่น่าจดจำ เราจึงเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ เช่น โซน Family Oasis ที่ คลับเมดภูเก็ต พร้อมห้องพักใหม่ 32 ห้อง สวนน้ำ และห้องอาหารตลอดวันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ ความนิยมในจุดหมายปลายทางเพื่อเล่นสกีเพิ่มมากขึ้นทั้งในญี่ปุ่น จีน และยุโรป โดยเฉพาะเทือกเขาแอลป์ในฝรั่งเศส รวมถึงเทรนด์สกีปลายฤดูกาลที่ขยายไปถึงช่วงสงกรานต์กำลังมาแรงเช่นเดียวกัน”
เป้าหมายสำคัญ 3 ประการที่คลับเมดมุ่งเน้นในปี 2568
1. การตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดพรีเมียมแบบจ่ายครั้งเดียวจบ แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่ความต้องการในการท่องเที่ยวเชิงคุณค่ายังคงเติบโต โมเดลออลอินคลูซีฟของคลับเมดตอบโจทย์ความสบายใจ ด้วยราคาที่รวมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ทั้งอาหาร กิจกรรม การดูแลเด็ก และความบันเทิง สร้างประสบการณ์วันหยุดแบบไร้กังวล ตามคำมั่นสัญญาของแบรนด์ ‘L’Esprit Libre’ หรือการมีจิตวิญญาณอันอิสระ
2. ความต้องการวันหยุดบนภูเขาฤดูร้อนและเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ยังคงขับเคลื่อนความนิยมในรีสอร์ตภูเขาช่วงฤดูร้อน ปัจจุบัน คลับเมดเปิดให้บริการรีสอร์ตบนภูเขาจำนวน 11 แห่งในฤดูร้อนทั่วโลกรวมถึงเทือกเขา แอลป์ ฮอกไกโด และควิเบก เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำทั้งการเดินป่า เวลเนส และกิจกรรมผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติ
3. ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน คลับเมดยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ ‘Happy to Care’ ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ การพัฒนารีสอร์ตอย่างยั่งยืน การมอบประสบการณ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม โดยรีสอร์ตใหม่จะได้รับการรับรองมาตรฐาน BREEAM ซึ่งเป็นมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนของอาคารและโครงการก่อสร้าง ส่วนรีสอร์ตที่เปิดแล้วได้รับใบรับรองจาก Green Globe อีกทั้งยังเน้นการออกแบบที่ยั่งยืน เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นกว่า 60% ของวัตถุดิบสดทั้งหมด นอกจากนี้ ยังสนับสนุนชุมชนในพื้นที่ผ่านโครงการ Green Farmer Program และ Club Med Foundation อย่างต่อเนื่อง


ในปี 2568 เป็นต้นไป คลับเมดเดินหน้าขยายแบรนด์ทั่วโลกด้วยกลุยุทธ์การเปิดรีสอร์ตใหม่ การปรับปรุงรีสอร์ตเดิม และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยมีแผนปรับปรุงและเปิดรีสอร์ตใหม่ ดังนี้
• Club Med Borneo ในซาบาห์ มาเลเซีย (เปิดปี 2569) รีสอร์ตแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่สร้างตามมาตรฐาน BREEAM (Building Research Establishment Energy and Environmental Assessment Method) มีพื้นที่ 104.75 ไร่ ห้องพักพรีเมียม 361 ห้อง และห้องสวีทสุดหรู 39 ห้อง
• Club Med South Africa Beach & Safari Resort (เปิดปี 2569) รีสอร์ตแห่งแรกของคลับเมดในแอฟริกาใต้ บนพื้นที่ 200 ไร่ มอบประสบการณ์เล่นเซิร์ฟและท่องซาฟารี
• Club Med Gramado ประเทศบราซิล (เปิดปี 2569) รีสอร์ตในกลุ่ม Exclusive Collection แห่งแรกของคลับเมดในอเมริกาใต้ ตั้งอยู่ที่รัฐรีโอ กรันดีโดซูล
• Club Med Musandam ในโอมาน (เปิดปี 2571) ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Musandam มีห้องพักหรู 300 ห้อง และได้รับการออกแบบอย่างยั่งยืนด้วยมาตรฐาน BREEAM และ Green Globe
• Club Med ภูเก็ต (ปรับปรุงแล้วเสร็จในปี 2568) พื้นที่ใจกลางรีสอร์ตได้รับการออกแบบใหม่พร้อมวิวทะเล พร้อมด้วยสโซน Family Oasis
• Club Med Bintan (ปรับปรุงเสร็จในปี 2569) รีสอร์ตได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อยกระดับประสบการณ์วันหยุดของครอบครัวแบบออลอินคลูซีฟ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...