โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพภาค 2 ย้ำ ถล่มอาคารร้างฝั่งกัมพูชา เพราะเขมรใช้เป็นจุดติดตั้งอาวุธยิงไทย

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 00.59 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 00.59 น. • The Bangkok Insight

กองทัพภาค 2 ย้ำ ถล่มอาคารร้างฝั่งกัมพูชา เพราะเขมรใช้เป็นจุดติดตั้งอาวุธยิงไทย ย้ำไทยมุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหารที่คุกคามไทย

กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ เหตุการณ์การระเบิดบริเวณอาคารร้างฝั่งกัมพูชาซึ่งอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย

กองทัพภาค 2

ฝ่ายไทยมีการตรวจพบว่าฝ่ายกัมพูชาได้ตั้งอาวุธยิงสนับสนุนวิถีโค้งไว้บริเวณพื้นที่พลเรือน และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภารกิจทางทหารในหลายพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมากัมพูชาใช้อาวุธดังกล่าวในการโจมตีพื้นที่พลเรือนของฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย อันถือเป็นการกระทำที่เข้าข่าย “ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์” (Human Shield) ซึ่งเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมสากล

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 จึงขอยืนยันว่า การใช้กำลังทางทหารของกองทัพไทย มุ่งเป้าเฉพาะไปยังเป้าหมายทางทหารที่ตรวจพบว่ามีการโจมตี หรือคุกคามต่อความมั่นคงของชาติไทย เท่านั้น

กองทัพภาค 2

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ยังคงยึดมั่นในหลักสันติวิธี การเคารพในอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ใช้ความรุนแรงกับพลเรือนทุกกรณี แต่ต้องดำเนินมาตรการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

โดยอาคารที่ถูกทหารไทยระเบิด เป็นอาคารกาสิโนร้าง ฝั่งจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ต.จันทะเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่ยังมีการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง โดยทหารกัมพูชาได้นำปืนใหญ่และระบบยิงจรวดหลายลำกล้องมาติดตั้ง ยิงข้ามมายังฝั่งไทยโจมตีชาวบ้านไทยอย่างไม่เลือกหน้า

กองทัพภาค 2

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...