โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมแค่แชร์ภาพ หลุมหลบภัยก็รู้พิกัด คลิกเดียวอาจเปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งทั้งหมด

SpringNews

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 06.20 น.

ดาบสองคมของการแบ่งปันในยุคดิจิทัล

การแบ่งปันภาพถ่ายเพียงหนึ่งใบในยุคดิจิทัลอาจนำมาซึ่งผลกระทบที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นภาพของสถานที่ที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น "หลุมหลบภัย" การกระทำที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยนี้ สามารถเปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งได้อย่างแม่นยำผ่านสองช่องทางหลักทางเทคโนโลยี บทความนี้จะเจาะลึกถึงกลไกเบื้องหลังปรากฏการณ์ดังกล่าว เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย

ช่องทางที่ 1: EXIF Data – ลายนิ้วมือดิจิทัลที่มองไม่เห็น

ทุกครั้งที่ภาพถ่ายถูกสร้างขึ้นโดยกล้องดิจิทัลหรือสมาร์ทโฟน จะมีชุดข้อมูลมาตรฐานที่เรียกว่า EXIF (Exchangeable Image File Format) ถูกฝังลงไปในไฟล์โดยอัตโนมัติ ข้อมูลนี้ทำหน้าที่เปรียบเสมือน "ป้ายข้อมูลประจำตัว" ของภาพถ่ายแต่ละใบ

พิกัด GPS: ข้อมูลที่อันตรายที่สุด
ในบรรดาข้อมูลทั้งหมดที่ถูกบันทึกไว้ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือข้อมูลพิกัดทางภูมิศาสตร์ หากผู้ใช้งานเปิด "บริการระบุตำแหน่ง" (Location Services) บนอุปกรณ์ กล้องจะทำการบันทึกค่าละติจูดและลองจิจูดของตำแหน่งที่ถ่ายภาพนั้นๆ ลงไปในไฟล์ EXIF ทันที ซึ่งหมายความว่าบุคคลใดก็ตามที่เข้าถึงไฟล์ภาพต้นฉบับ จะสามารถดึงข้อมูลนี้ไปใช้ระบุตำแหน่งบนแผนที่ได้อย่างแม่นยำ

ข้อมูลอื่นๆ ที่ถูกบันทึกใน EXIF:
•วันและเวลา: บันทึกเวลาที่ถ่ายภาพอย่างละเอียด
•ข้อมูลอุปกรณ์: ยี่ห้อและรุ่นของกล้องหรือสมาร์ทโฟน
•การตั้งค่ากล้อง: ความเร็วชัตเตอร์, รูรับแสง, ค่า ISO และข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ

ช่องทางที่ 2: OSINT – ศิลปะการแกะรอยจากภาพ

แม้ว่าข้อมูล EXIF จะถูกลบออกไป ซึ่งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่มักจะทำโดยอัตโนมัติเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แต่ตำแหน่งที่ตั้งยังคงสามารถถูกเปิดเผยได้ผ่านเทคนิคการสืบสวนจากข้อมูลเปิด หรือที่เรียกว่า OSINT (Open-Source Intelligence)

แชร์รูปหลุมหลบภัย…ทำไมถึงรู้พิกัด? แค่คลิกเดียวอาจเปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งทั้งหมด Credit ภาพ Nation Photo

เบาะแสในภาพถ่าย: ทุกพิกเซลมีความหมาย

ผู้เชี่ยวชาญสามารถวิเคราะห์องค์ประกอบที่ปรากฏในภาพ (Visual Analysis) เพื่อระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Geolocation) ได้ โดยอาศัยเบาะแสต่างๆ ดังนี้:

จุดสังเกตที่โดดเด่น: อาคารสูง, อนุสาวรีย์, สะพาน หรือสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์
ป้ายและข้อความ: ป้ายชื่อถนน, ป้ายร้านค้า, ป้ายบอกทาง หรือป้ายทะเบียนรถยนต์
ลักษณะทางภูมิศาสตร์: ภูเขา, แม่น้ำ, แนวชายฝั่งทะเล และพืชพรรณเฉพาะถิ่น
สภาพแวดล้อม: รูปแบบของอาคาร, เสาไฟฟ้า, ป้ายโฆษณา
สภาพอากาศและเงา: สามารถใช้ในการประเมินช่วงเวลาของวันและฤดูกาล เพื่อจำกัดขอบเขตการค้นหาให้แคบลง
การเปรียบเทียบกับเครื่องมือออนไลน์: ผู้สืบค้นจะนำเบาะแสที่ได้ไปตรวจสอบกับเครื่องมืออย่าง Google Maps (Street View), Google Earth หรือภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อยืนยันตำแหน่ง

ความเสี่ยงและความรับผิดชอบ: เมื่อภาพถ่ายหนึ่งใบมีผลกระทบวงกว้าง
ในกรณีของสถานที่ด้านความมั่นคงอย่าง "หลุมหลบภัย" การเปิดเผยพิกัดไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรงที่อาจนำข้อมูลไปสู่การใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยโดยตรง ดังนั้น ความรับผิดชอบในการแบ่งปันข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย: การจัดการข้อมูลก่อนการแบ่งปัน
ผู้ใช้สามารถป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งได้ผ่านขั้นตอนดังต่อไปนี้:

1. การป้องกันเบื้องต้น: ปิดฟังก์ชันระบุตำแหน่งของกล้อง: วิธีที่ดีที่สุดคือการปิด "Location Services" หรือ "Geotagging" ในการตั้งค่ากล้องของสมาร์ทโฟน เพื่อไม่ให้มีการบันทึกข้อมูล GPS ลงในไฟล์ภาพตั้งแต่แรก
2. การตรวจสอบและลบข้อมูล EXIF ก่อนแชร์:
บนคอมพิวเตอร์: คลิกขวาที่ไฟล์ภาพ > เลือก Properties (คุณสมบัติ) > ไปที่แท็บ Details (รายละเอียด) > เลือก "Remove Properties and Personal Information"
บนสมาร์ทโฟน: แอปพลิเคชันแกลเลอรีส่วนใหญ่จะมีตัวเลือกให้ดู "ข้อมูล" (Info/Details) ของภาพ และมักจะมีตัวเลือกให้ "ลบข้อมูลตำแหน่ง" ก่อนทำการแชร์

ใช้แอปพลิเคชันเสริม: มีแอปพลิเคชันจำนวนมากที่ถูกออกแบบมาเพื่อลบข้อมูล EXIF โดยเฉพาะ

แชร์รูปหลุมหลบภัย…ทำไมถึงรู้พิกัด? แค่คลิกเดียวอาจเปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งทั้งหมด Credit ภาพ Nation Photo

ตระหนักรู้คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

เทคโนโลยีการถ่ายภาพและการแบ่งปันได้มอบความสะดวกสบายอย่างมหาศาล แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ผู้ใช้ต้องตระหนัก การทำความเข้าใจว่าข้อมูลใดบ้างที่ถูกแนบไปกับภาพถ่ายของเรา และการเรียนรู้วิธีจัดการข้อมูลเหล่านั้น คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในโลกดิจิทัล

ที่มา : photographylifehowtogeekbellingcat

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...