โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงาน สภาพัฒน์ ผลสำรวจชี้ขาดประสบการณ์-ทำงานเป็นทีม

Khaosod

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 05.15 น.
เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงาน สภาพัฒน์ เผยภาวะสังคมไทย ผลสำรวจชี้ขาดประสบการณ์

เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงาน สภาพัฒน์ เผยผลสำรวจชี้ผู้บริหาร 89% ขาดประสบการณ์-ทำงานเป็นทีม หันจ้างฟรีแลนซ์-คนเกษียณ SMEs ปิดกิจการกระทบจ้างงาน

วันที่ 9 มิ.ย.2568 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผย ภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2568 ว่า อัตราการว่างงานในไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 0.88% ลดลงจาก 1.01% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นจำนวนผู้ว่างงานประมาณ 360,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายและระดับอุดมศึกษา ที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำ

ทั้งนี้จากผลสำรวจผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ในสหรัฐอเมริกา ของ Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence พบว่า กลุ่ม “เด็กจบใหม่” ยังคงเป็น กลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงด้านการจ้างงานมากที่สุด โดย ผู้บริหารกว่า 89% มีแนวโน้มที่จะเลี่ยงการจ้างงานกลุ่มเด็กจบใหม่ เนื่องจาก

  • เด็กจบใหม่ยังขาดประสบการณ์ ในโลกแห่งความเป็นจริง 60%
  • ไม่มีทักษะที่เหมาะสม 51%
  • ขาดทักษะการทำงานเป็นทีม 55%
  • มีมารยาททางธุรกิจที่ไม่ดีนัก 50%

โดยนายจ้างเลือกที่จะจ้างฟรีแลนซ์หรือพนักงานที่เกษียณไปแล้วทดแทน หรือปล่อยให้ตำแหน่งว่าง สอดคล้องกับมุมมองของผู้ประกอบการไทย จากข้อมูลการวิเคราะห์ประกาศรับสมัครงาน ออนไลน์ของ TDRI ที่พบว่า มีตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเพียง 22.3% ที่ไม่ต้องการประสบการณ์ทำงานจากผู้สมัคร สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการมีทักษะและความเข้าใจในการทำงานจริง

สอดคล้อง กับอัตราการว่างงานในแรงงานกลุ่มอายุน้อยและแรงงานที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับ กลุ่มอื่น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน แรงงานจบใหม่ จึงควรเตรียมความพร้อมตนเองให้เหมาะสม ทั้งในด้านทักษะที่จำเป็นต่อสายงานและทัศนคติต่อโลกการทำงาน

ขณะที่ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด รวมถึงส่งเสริมการฝึกงาน เพื่อสร้างประสบการณ์ทำงานจริงให้แก่นักศึกษา

สำหรับสถานการณ์แรงงานไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 พบว่ามีผู้มีงานทำรวมทั้งสิ้น 39.4 ล้านคน ลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าการจ้างงานในภาคเกษตรจะทรงตัว แต่แรงงานในภาคนอกเกษตร โดยเฉพาะในสาขาการผลิต โรงแรม ร้านอาหาร และค้าปลีก มีแนวโน้มลดลง

แม้ภาคการท่องเที่ยวจะมีสัญญาณฟื้นตัว แต่การจ้างงานในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรมและร้านอาหาร ยังคงหดตัว โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 40.8 ชั่วโมง จากไตรมาสก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน จำนวนแรงงานที่อยู่ในภาวะการทำงานต่ำกว่าศักยภาพ (Underemployment) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคการค้าและบริการ สะท้อนถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อย่างชัดเจน โดยในช่วงที่ผ่านมา มี SMEs ปิดกิจการกว่า 24,000 แห่ง และโรงงานอีก 1,234 แห่ง ต้องหยุดดำเนินงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงาน

นายดนุชา กล่าวว่า ทั้งนี้ภาครัฐจึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการจ้างงานสูง อาทิ SMEs พร้อมทั้งเร่งส่งเสริมการยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานรุ่นใหม่สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เด็กจบใหม่เสี่ยงตกงาน สภาพัฒน์ ผลสำรวจชี้ขาดประสบการณ์-ทำงานเป็นทีม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...