BGRIM จับมือ “ดิจิทัล เอดจ์” ทุ่ม 2.5 หมื่นล้าน สร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ฮับภูมิภาค
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.42 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 มิ.ย.68) บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ประกาศจับมือพันธมิตรระดับโลก ดิจิทัล เอดจ์ (สิงคโปร์) โฮลดิ้งส์ จำกัด(Digital Edge) ผู้นำแพลตฟอร์ม ดาต้าเซ็นเตอร์ ในเอเชีย ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก Stonepeak เดินหน้าร่วมลงทุนพัฒนา ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ไฮเปอร์สเกล ขนาดใหญ่ รองรับการใช้งาน AI ทั่วประเทศ วางหมุดไทยเป็น ศูนย์กลางเทคโนโลยี AI และดิจิทัล ของภูมิภาค
โดยการร่วมทุนภายใต้ชื่อ Digital Edge B.Grimm (TH) Holding Pte. Ltd. ครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ เพื่อตอบสนองความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเติบโตของ AI และการประมวลผลแมชชีนเลิร์นนิ่ง โครงการแรกใน EEC มีเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับผู้ให้บริการ AI และคลาวด์ระดับโลกที่ต้องการขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายจอห์น ฟรีแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ดิจิทัล เอดจ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดดิจิทัลที่มีศักยภาพสูงสุดในเอเชีย เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ บี.กริม เพาเวอร์ ในโครงการสำคัญนี้ การนำโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด เข้ามาสู่ไทยในขนาดไฮเปอร์สเกลและความเร็วที่เร่งรัด จะช่วยรองรับความต้องการด้าน AI และแมชชีนเลิร์นนิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของไทย”
ทั้งนี้ตลาดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยกำลังอยู่ในช่วงการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีการบริโภคข้อมูล การใช้บริการคลาวด์ และการประมวลผล AI/แมชชีนเลิร์นนิ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายงานอุตสาหกรรมล่าสุดคาดการณ์ว่าตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยจะเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 25% ต่อปีจนถึงปี 2573 โดยความต้องการด้าน AI จะเป็นตัวเร่งสำคัญในการผลักดันความต้องการศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่สามารถขยายตัวได้และมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังได้ให้การสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์การลงทุนกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลในภูมิภาค
โดยโครงการขนาด 100 เมกะวัตต์ใน EEC จะนำเสนอการให้บริการโคโลเคชั่นความหนาแน่นสูง การเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ และโซลูชั่นคลาวด์แบบผสมผสาน เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มไฮเปอร์สเกล กลุ่ม AI และองค์กรที่ต้องการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล โดยมีแผนเร่งก่อสร้างและตั้งเป้าเปิดให้บริการภายในไตรมาส 4 ปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ต้องการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับดิจิทัล เอดจ์ เป็นที่รู้จักในฐานะแพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เปิดดำเนินการและอยู่ระหว่างก่อสร้างรวม 24 แห่ง ครอบคลุม 9 ประเทศ และมีกำลังไฟฟ้าสำรองกว่า 1.1 กิกะวัตต์ การเข้ามาลงทุนในไทยครั้งนี้ตอกย้ำพันธกิจในการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและการผลักดัน AI ในตลาดเกิดใหม่ของเอเชีย
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทยและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยถึงแผนกลยุทธ์สำคัญในการขยายธุรกิจสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ด้วยการจับมือกับ Digital Edge ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้าน Data Center ระดับโลก เพื่อพัฒนาโครงการ Data Center ขนาด Hyper-scale ในประเทศไทย มูลค่าการลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท ในระยะแรก โดยมีเป้าหมายรองรับการเติบโตในอนาคตไปอีกกว่า 300 เมกะวัตต์ ซึ่งจะต้องระดมทุนเพิ่มอีก เพื่อให้ถึงเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า
สำหรับการร่วมมือกับ Digital Edge เกิดขึ้นจากการที่พันธมิตรเล็งเห็นศักยภาพการเติบโตของการใช้ AI, Computing และ Digital Transformation ในภูมิภาค Asia Pacific โดย Digital Edge ต้องการพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่ง BGRIM มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงข่าย ระบบส่ง ระบบจำหน่าย และระบบผลิตพลังงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ รวมถึงใน EEC และจะช่วยดำเนินการขอใบอนุญาต การจัดหาที่ดิน และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่จำเป็น เช่น พลังงานไฟฟ้าและน้ำ
โครงการ Data Center ระยะแรกมีเป้าหมายการลงทุนขนาด 96 เมกะวัตต์ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 25,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากการระดมทุนจากสถาบันการเงินประมาณ 70% และส่วนทุนของ BGRIM และ Digital Age ร่วมกัน ในส่วนของ BGRIM เอง จะใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท
โดยตอนนี้ BGRIM มุ่งเน้นการร่วมมือกับ Digital Edge เป็นหลักในขณะนี้ แต่ก็ยังคงศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายธุรกิจ Data Center ทั้งในประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย 300 เมกะวัตต์ หรือในภูมิภาคนี้ร่วมกับ Digital Edge รวมถึงโอกาสในการพัฒนาธุรกิจด้วยตนเองในระยะยาวต่อไป