โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

หมอผีสาวทะลุมิติยุคปลาย80

นิยาย Dek-D

อัพเดต 25 พ.ค. 2567 เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2567 เวลา 06.14 น. • koyzaa_6398
ดาราผู้มีดวงตาสวรรค์สามารถเห็นผีและล่วงรู้อนาคตได้เธอเลยยึดอาชีพดูดวง ปราบผี ทำคุณไสยเพื่อดูแลตัวเองแต่ใครจะคิดปราบผีครั้งสุดท้ายเป็นจุดจบในชีวิตดีที่มาเกิดใหม่พร้อมถุงย่ามวิเศษทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น!

ข้อมูลเบื้องต้น

ปราบผีตายโหง

บนภูเขาหนาทึบเต็มไปด้วยสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ป่าดุร้ายห่างไกลผู้คนสัญจรเนื่องจากสถานที่นี้ผีดุเพราะด้านล่างเป็นป่าช้าจีน ด้านซ้ายเป็นป่าช้าแขก ด้านขวาเป็นป่าช้าไทย ขนาดคนอยากลองดียังไม่กล้ามาพิสูจน์แถวนี้เพราะขี้เหล้าเมายาเคยมาท้าลองดีสุดท้ายโดนหลอกจนล้มป่วยแต่ไม่ใช่กับผู้หญิงวัย27ปี นุ่งขาวห่มขาว นั่งบริกรรมคาถาเพื่อปราบผีร้ายที่หนีเข้ามาในป่าแห่งนี้ด้วยแววตาเรียบเฉย
"อ๊ากกกก!!!! ปล่อยกู!!!!"
"ทำไมฉันต้องปล่อยแกที่เป็นคนล้ำเส้นไปหลอกชาวบ้านไม่พอยังไปเข้าสิงเรียกร้องอาหารอีก"
"อ๊ากกก!! พวกมันสมควรโดนกูไม่เอาถึงตายก็บุญหัวแล้วใครบอกให้พวกมันไม่รักษาสัญญา!ขออะไรกูก็ให้ ทำไมพวกมันไม่รักษาสัญญา!!" ดวงตาดุร้ายของผีตายโหงที่ตายจากอุบัติเหตุเมื่อ4ปีก่อนถูกสายสิญจน์ของดารารัดเอาไว้ประท้วงทวงความยุติธรรมของตัวเอง
"ฉันจะบอกพวกเขาให้แกก็ถอนคำสาปแช่งซะ!"
ผีกับมนุษย์ไม่ต่างกันกลัวคำสาปแช่ง ผีสาปแช่งให้คนๆนั้นล้มป่วยหรือประสบอุบัติเหตุหลอกให้จองจำวิญญาณมาเป็นผีรับใช้ของตัวเองที่มีอิทธิฤิทธิ์ตอนเป็นมนุษย์ทำบุญทำทานมามากเลยมีอำนาจเมืองผีหรือไม่ก็ไม่หลุดบ่วงแค้นทำให้ความอาฆาตของผีตนนั้นเป็นแรงดันสาปแช่งให้มากกว่าเดิม ส่วนมนุษย์คนถึงบอกอย่าสาปแช่งใครเพราะจะเป็นกรรมติดตัวไปจนตายหรือไม่ก็ส่งต่อถึงลูกหลานทุกคนถึงกลัวคำสาปแช่ง
ดารานั้นเป็นหมอผีสาวที่มีพ่อเก่งด้านวิชาอาคมต่างๆ ไม่ว่าสายขาว-สายดำเธอนั้นเรียนรู้มาทั้งหมดถือว่าเป็นอาชีพหากิน นอกจากนี้ตัวเธอยังมีความสามารถพิเศษคือการเห็นผีและพูดสื่อสารกับผีได้รวมถึงดูดวงแม่นอีกด้วยดูได้อดีตภายในสามเดือน ปัจจุบันภายในสามเดือนเท่านั้น โดยการนั่งสมาธิและนับตามฤกษ์แห่งดวงดาวขึ้น ดวงดาวลงเก็บค่าครูแค่39บาท 30บาทเธอเอาไว้ใช้9บาทนำไปทำบุญ
แรกๆ ชื่อเสียงพ่อจะกลบชื่อเสียงเธอพอพ่อตายคนก็สบประมาทว่าเธอจะมีความสามารถแบบท่านไหมแต่เหตุการณ์บางอย่างทำให้เธอสามารถแก้ได้ ไม่ว่าคุณไสยมนต์ดำบอกตำแหน่งได้แม่นยำและคนมักมาทำนายดวงหนึ่งคำถามต่อคน บางคนอยากให้ผูกดวงเสริมการงานค่าขันครู99บาทของทำพิธีต้องหามาให้เธอจนพวกเขาได้ดีก็กลับมาตอบแทนไม่ว่าเงิน รถ ที่ดินแต่ละคนจะมอบให้มากหรือน้อยแล้วแต่ความศรัทธาชีวิตอยู่สุขสบายโดยไม่จำเป็นต้องร้องขอด้วยซ้ำ -ย้อนมาปัจจุบัน-
"กูจะเชื่อมึงได้ยังไง!"
"หมอผีอย่างฉันกินความศรัทธาของผีและคนเป็น ถือศีลสัจจะคำไหนคำนั้นไม่อาจโป้ปดได้"
"ได้งั้นกูจะเชื่อมึงอีกครั้งถ้าพวกมันนำไก่มาให้กูสามตัว ไข่อีกร้อยฟอง ชุดใหม่หนึ่งชุด เหล้าสองขวดกูถึงจะพอใจแล้วจะปลดคำแช่งเอง"
"อืม…ขอให้แกรักษาสัญญาด้วยจำไว้นี่คือสายสิญจน์จองจำถ้าเมื่อไหร่แกรักษาสัญญามันจะหายไปถ้าไม่มันจะทำให้แกร้อนอีกครั้งจนจิตดับไม่ได้ไปพุดไปเกิด"
"มึงๆ อ๊ากกก!!!" ดาราจ้องมองสายสิญจน์ไม่นานมันเกิดเป็นประกายไฟรูปงูรัดแน่นทำให้ผีตายโหงร้อนจนร้องออกมา เธอพอใจแล้วพูดขึ้น
"จำไว้ฉันคือเจ้านายแห่งการจองจำแกอย่าได้คิดมาหักเหลี่ยมฉัน" เธอพูดเสร็จก็เดินลงจากเขามองเห็นชาวบ้าน10กว่าคนเฝ้ารออยู่เธอเข้าไปพูด
"พวกคุณได้ในสิ่งที่ต้องการควรนำไปตอบแทนเขาไก่สาม ไข่ร้อย เหล้าสอง ชุดใหม่หนึ่งอย่าลืม"
"แม่หมอนี่สำหรับน้ำใจครับแล้วเราจะไปจัดการเลี้ยงเขาทันที"
"อืม ตั้งศาลให้เขาก็ดีผีตนนี้ถึงตายโหงแต่สามารถปกป้องหมู่บ้านได้เวลาเกิดภัยเขาจะไปเตือนพวกคุณ ถ้าอยากได้โชคลาภก็บนบานศาลกล่าวตามศรัทธาฉันไม่ได้บอกให้งมงายแต่ยิ่งพวกคุณศรัทธาเขาเท่าไหร่ผีเฮี้ยนแบบนี้จะให้คุณมากกว่าโทษถ้าเลี้ยงเขาดีๆ"
ดาราพูดขึ้นเมื่อผีตายโหงสร้างความหวาดกลัวเลยทำให้มีอำนาจเยอะเดินตามหลังได้ยิน ทำให้เธอมองหน้าผีที่ตอนนี้ดูจะเห็นด้วย ผีตนนี้ยังไม่ถึงเวลาไปเกิดใหม่เพราะตายโหง ถึงตอนเป็นมนุษย์ทำบุญมามากแต่อายุขัยโลกนี้ยังไม่ถึงเวลาถ้าถึงเวลาเธอก็ต้องเห็นจุดขาวตรงหน้าผากแต่นี่ไม่เห็นอะไรนอกจากวิญญาณหมองๆหน้าเละๆเพียงเท่านั้น
"ผมเข้าใจแล้วนี่สำหรับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ครับ" ผู้ใหญ่บ้านมอบซองให้เธอ เธอรับมาแค่39บาทจากนั้นพูดขึ้น
"ที่เหลือฉันขอทำบุญ"
เมื่อพูดเสร็จเธอก็เดินไปที่รถและขับออกไปทันทีหมู่บ้านนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอมากนักเพราะอยู่ในหมู่บ้านและอำเภอเดียวกันเพียงแค่ที่นี่สุดปลายหมู่บ้านเท่านั้น ดาราขับรถมาไม่เท่าไหร่เธอรู้สึกเหนื่อยปวดหัวใจจนหน้ามืดได้ยินเสียงสุดท้ายคือเสียงบีบแตรนอกนั้นไม่รับรู้อะไรอีกเลย

พ่อราคาถูก

'อึก โอ้ย….' ดารารู้สึกปวดไปทั้งตัวพยายามลืมตาตื่นขึ้นแต่ภาพความทรงจำของใครอีกคนแทรกเข้ามา เธอไม่รู้หรอกว่าอาการปวดหัวใจที่เป็นอยู่บ่อยๆ มันจะทำให้เธอตายแล้วมาอยู่ร่างใหม่เหมือนนิยายที่เคยอ่านในตอนเป็นนักเรียนมัธยมปลายไหม ในตอนนี้อยากจะหยุดภาพนี้แต่สุดท้ายทำไม่ได้จนกระทั่งหมดสติลงไปอีกครั้ง
"กรี้ดดด!!!!! อิงอิง อิงฮวาลูกแม่ ใครก็ได้ช่วยลูกสาวฉันด้วย!!!!!"
เสียงร้องโวยวายปลุกให้ดาราได้สติพยายามลืมตาตื่นขึ้นแต่แสงวูบผ่านทำให้เธอมองเห็นดวงวิญญาณที่ก้มมองดูเธอเช่นกัน ความเจ็บปวดทำให้เธอไม่สามารถเอ่ยอะไรได้มากไปกว่าคิดในใจพุ่งตรงหาวิญญาณดวงนั้น
'เธอเป็นเจ้าของร่างเหรอ'
'ค่ะ พี่สาวฝากแม่และน้องชายของหนูด้วย'
'อืม…ฉันตายแล้วจริงๆสินะถ้าได้ถุงย่ามคู่กายคงดีจะได้ช่วยเหลือผู้คนพ้นความลำบากได้' ดาราพูดขึ้นแต่แล้วมีวิญญาณแสงสีทองก้มมองดูเธอเช่นกันแล้วพูดให้รับรู้เพียงสองคนก่อนเขาจะหายไปพร้อมดวงวิญญาณร่างนี้
'เพียงเจ้านึกถึง….'
'เมื่อนึกถึงงั้นเหรอ…' ดาราคิดถึงมันไม่นานในสมองเห็นจุดเล็กๆมีช่องว่างขนาดพอให้เก็บเป้ได้สักใบมันมีถุงย่ามที่มีอุปกรณ์หากินต่างๆของเธออยู่ในนั้น ทำให้เธอรู้สึกเบาใจถ้าเป็นเรื่องจริงทุกอย่างที่เห็นคงไม่ต่างจากนิยายเลย ผ่านไปพักใหญ่ดวงตาที่หนักอึ้งเริ่มจะลืมตาขึ้นได้บ้างแล้วแต่หูกลับฟังได้ยินชัดเจน
"ฉันต้องการให้ลูกไปในรักษาเมืองไม่ใช่หมอชาวบ้านมารักษาแบบนี้ช่วยนำเงินมาให้ฉันด้วยนะคะถือว่าขอร้องฮึก!"
"อะไรกันสะใภ้สามนี่เป็นเงินของลูกชายของฉันหามาอย่างยากลำบากจะต้องมอบให้เธอไปใช้ฟุ่มเฟือยได้ยังไง ลูกสาวเธอตกบันไดแค่แขนร้าวแผลเล็กๆแค่นี้หมอชาวบ้านจ่ายแค่ห้าหยวนพักอีกหน่อยก็หายแล้ว"
คำพูดเห็นแก่ตัวของแม่สามีทำเซิ่นลี่ตาแดงก่ำจนไร้น้ำตาเพราะเชื่อฟังแม่สามีทำให้ลูกชายขาเป๋จนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้เป็นลูกสาวที่ตกจากยุ้งข้าวแขนร้าวงั้นเหรอถ้ามันร้าวคงไม่บิดงอแบบนี้ แผลเล็กนิดเดียวอย่างนั้นเหรอลูกสาวเธอตกลงมาถูกจอบที่วางอยู่ด้านล่างกลิ้งลงมาฟาดหัวไหนจะหินขูดทั่วตัวกว่าจะเจอก็ตอนเย็นมันจะไม่สาหัสได้ยังไง
"ฮึก!แม่จะพูดแบบนี้ไม่ได้นะคะเงินสินเดิมของฉันล่ะอยู่ไหนฉันขอคืนด้วย"
"เพล้ง!" เซิ่นลี่ถูกจานที่นังหลิวอินเขวี้ยงมาเฉียดหน้าผากเกิดแผลเล็กน้อย
"หล่อนเป็นแค่สะใภ้ที่มีเงินติดตัวมาแค่ร้อยหยวนคิดว่ามากขนาดนั้นเลยเหรอ! ในเมื่อแต่งเข้ามาในตระกูลหมิงแล้วก็ต้องกลายเป็นสมบัติของตระกูลหมิงถ้าไม่พอใจก็เอาลูกพิการไร้ประโยชน์ทั้งสองของหล่อนออกไปลูกชายฉันจะได้ไม่ต้องลำบากอับอายไปด้วย!"
"ฮึก! หนึ่งคำก็ไล่ สองคำก็ไล่ฉันมาอยู่ตระกูลหมิงสิบหกปีทำงานหนักได้นอนทีหลังเพราะต้องกลับมาทำงานบ้านที่พวกคุณเหลือถ้วยจานเอาไว้ให้ล้าง หิวก็ต้องกินทีหลังแทบจะเป็นเศษข้าวรวมกันลูกชายคุณทำงานหนักเหรอวันๆเอาแต่เข้าบ่อนจนตอนนี้ลูกเมียอยู่ลำบากไม่พอเวลาป่วยเคยเห็นหัวไหมลูกพิการแล้วยังไงเพราะมีย่าเห็นแก่ตัวแบบนี้ไงฉันถึง…."
"เพี๊ยะ!!" เซิ่นลี่ถูกตบด้วยแรงของสามีที่กลับมาจากบ่อนพร้อมกลิ่นเหล้าและน้ำหอมผู้หญิงแต่เดิมเธอทนเพราะรักเขาและเป็นห่วงลูกแต่ตอนนี้ความรักที่มีของเธอหมดไปกับผู้ชายคนนี้ที่ทำได้พ่นน้ำเชื้อเกิดลูกแต่ไม่เหมาะกับการเป็นพ่อใคร รู้แบบนี้เธอควรจะเชื่อครอบครัวเรียนต่อให้จบไม่ต้องมาลำบากแบบนี้เลย
"เธอพูดจบแล้วเหรอยัง!กล้าดียังไงถึงมาต่อว่าแม่ของฉันห๊ะ!"
"ถุย!" เซิ่นลี่พ่นเลือดออกจากปากแล้วลุกขึ้นแต่เดิมตระกูลเซิ่นมาจากครอบครัวชนบทแต่คนพวกนี้ไม่รู้ว่าครอบครัวเซิ่นมีที่ดินเยอะมาก เงินหนึ่งร้อยหยวนในอดีตอาจดูมากแต่มันก็หมดเร็วตามยุคสมัยปีนี้คือปี1989มันแทบไม่มีค่าพอใช้เลย ยิ่งตอนนั้นเธอดันเชื่อสามีอย่างสนิทใจขอร้องพ่อที่กำลังจะขายที่ดินให้นายทุนไม่รอแต่ดันมาให้ครอบครัวนี้ดูถูกซะก่อน
เธอไม่ได้รับการติดต่อจากครอบครัวอีกเลยก่อนหน้าเมื่อสิบปีก่อนครอบครัวหมิงไล่พี่ชายที่มาเยี่ยมในช่วงเวลาที่เธอปลูกข้าวในนา กว่าจะมารู้ก็ตอนที่ชาวบ้านบอกทำให้เธอเสียใจอย่างมากแต่แม่สามีบอกแค่ว่าเป็นสะใภ้แต่งเข้าบ้านสามีเป็นคนของสามี ตั้งแต่นั้นเธอก็ไม่พูดถึงจนมีลูกสองคนเข้าให้แล้วไม่รู้ว่าป่านนี้พ่อแม่จะเป็นยังไงเพราะเธอไม่กล้าไปสู้หน้ารู้สึกผิดตลอดมาเลยขาดการติดต่อครั้งนี้คงต้องบากหน้าไปพึ่งใบบุญจากท่าน ท่านคงไม่ไล่หลานทั้งสองหรอกมั้ง
"เพี๊ยะ!!!" เซิ่นลี่ลุกขึ้นได้เธอจ้องมองสามีสักพักง้างมือตบสามีเต็มแรงแล้วพูดขึ้น
"หมิงหวางฉันกับคุณมาหย่ากันเถอะ ฉันขอไม่เอาอะไรไปจากครอบครัวคุณขอแค่ลูกสองคนออกจากตระกูลเลวทรามนี้ก็พอ!" น้ำเสียงตะโกนเด็ดขาดโดยไร้น้ำตาทำให้หมิงหวางสร่างเมาเตรียมจะตบแต่ถูกไม้หน้าสามกำราบผีของดาราที่นึกถึงในถุงย่ามฟาดเข้าที่ฝ่ามือของพ่อราคาถูกคนนี้ทันที ไม่ต่างจากน้องชายที่อายุ10ขวบเดินขาเป๋ดึงแม่หลบไว้ด้านหลัง
"ผลั๊วะ!!!" "อ๊ากกกก โอ้ยยย!!! นังลูกชั่ว!!!" "เพี๊ยะ!!"หมิงหวางตบดาราที่ร่างกายแสนอ่อนแอเนื่องจากร่างนี้ตายเพราะช็อกเสียเลือดมากไม่สามารถหลบหลีกได้ ถึงเธอจะเคยเข้ายิมบ่อยครั้งแต่ตอนนี้ไม่มีแรงป้องกันตัวเองได้เลยอีกอย่างไม่ทันใช้คาถาอาคมบังตาเธอก็สลบไปแล้ว
"อิงอิง!!! ไอ้สารเลวแกกล้าทำลูกฉันเหรอห๊ะ!" เซิ่นลี่ไม่รู้เอาแรงมาจากไหนแม้แต่นังหลิวแม่สามีกระชากผมไม่ต่างจากสะใภ้อีกสองคนยังห้ามไม่ได้แต่แรงหญิงและเด็กพิการคงสู้ผู้ชายที่โตไม่ได้ทำให้สามแม่ลูกสะบักสะบอมสลบตามกันไปอีกครั้ง

คำสาปแช่งของหมอผี

"อิงอิง!!! ไอ้สารเลวแกกล้าทำลูกฉันเหรอห๊ะ!" เซิ่นลี่ไม่รู้เอาแรงมาจากไหนแม้แต่นังหลิวแม่สามีกระชากผมไม่ต่างจากสะใภ้อีกสองคนยังห้ามไม่ได้แต่แรงหญิงและเด็กคงสู้ผู้ชายที่โตแล้วไม่ได้ทำให้สามแม่ลูกสะบักสะบอมสลบตามกันไป
"หล่อนไม่เคารพแม่ ไม่ควรเก็บไว้หย่าซะแล้วแม่จะหาเมียดีๆ สวยๆ รวยๆ ให้แก แกก็รู้นี่วงไพ่ของแม่รู้จักคุณนายหลายคนพ่อแกก่อนตายก็มีที่ดินเยอะเอาขายสักหน่อยสร้างฐานะตัวเองก็ได้แล้วเมียจนๆ ลูกง่อยๆ อย่าไปเสียดายเลย"
"แม่ครับแต่ก่อนพ่อตายบอกว่าให้เราดูแลเธอ เธอคือลูกสาวผู้มีพระคุณไม่ใช่เหรอครับ"
"แกนี่โง่จริงๆ เลยดูอย่างพี่แกตอนนี้สบายเมื่อฟังฉันแกมันโง่พ่อแกก็ตายไปห้าปีแล้วยังจะเก็บไว้เปลืองข้าวเปลืองน้ำอีกเหรอ"
นังหลิวบอกลูกชายที่อายุแค่36ปีแต่ต้องมาจมอยู่ในคำสัญญาโง่ๆนี้ ถ้าวันนั้นลูกชายเธอไปวงไพ่ด้วยกันคงจะได้ผู้หญิงรวยๆเป็นภรรยาแต่นี่เลือกเดินทางไปพร้อมสามีที่บอกว่าจะไปบ้านเพื่อนเก่าที่เคยช่วยเหลือตัวเองเอาไว้ตอนหนีการล่าอณานิคมช่วงสงครามในครั้งนั้น จนลูกชายคนเล็กที่เธอรักต้องแต่งเมียจนๆเป็นแค่ลูกชาวนาเงินก็ไม่มีแบบนี้ หย่าไปซะแล้วเธอจะพาไปวงไพ่ไม่ได้คนสาวก็ได้แม่ม่ายที่ร่ำรวยให้สุขสบายและเธอก็จะสุขสบายไปด้วย
"ครับ" หมิงหวางตอบรับแบบเห็นด้วยเมื่อมองภรรยาผอมๆ โทรมๆไม่ได้สวยงามเหมือนตอนเจอกันครั้งแรกทำให้เขาตัดสินใจเดินไปหาผู้นำหมู่บ้านพยานมาทันที
"การหย่าต้องได้รับรายนิ้วมือและรายเซ็นสองฝ่าย"
หมิงหวางทำเสร็จแล้วเขาขมวดคิ้วใช้เท้าเขี่ยที่ตัวของภรรยาทำให้ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านที่เป็นพยานพูดไม่ออกการทะเลาะกันเรื่องครอบครัวเป็นปกติของบ้านนี้แต่ไม่เคยเห็นแบบนี้เลยแต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
"หล่อนอยากหย่านักหนาก็ลุกขึ้นมาเซ็นซะ ฉันได้ระบุการหย่าร้างเอาไว้ว่าเธอจะไม่ได้อะไรไปจากตระกูลหมิงแม้แต่หยวนเดียวมีเพียงเด็กสองคนนี้เท่านั้นที่เอาไปได้ เราหย่าขาดกันเป็นเหมือนคนอื่นห้ามให้เด็กสองคนนี้ใช้แซ่หมิงและอย่าได้มาทวงสิทธิ์ในการรับมรดกอะไรเกี่ยวกับฉัน ฉันตัดขาดจากการเป็นพ่อ…."
เซิ่นลี่ลุกขึ้นอย่างยากลำบากเธอใช้เลือดตัวเองประทับในหนังสือหย่าที่มีรายเซ็นของเขตเรียบร้อย เนื่องจากเขตและหมู่บ้านบนเขาห่างไกลกันทำให้ผู้นำหมู่บ้านจะมีหนังสือรองรับการหย่า-การสมรสอยู่กับตัวสิบเล่มต้องเซ็นสัญญาการหย่าให้พยานรับรู้ด้วยอีกสองฉบับ เธอน้ำตาคลอสงสารลูกที่เริ่มได้สติประคองกันลุกขึ้นทำให้เธอรีบเซ็นและประทับรายนิ้วมือทันทีทุกอย่างเป็นอันแล้วเสร็จในเวลาไม่นาน
"พวกหล่อนเป็นเหมือนคนอื่นไสหัวออกไปจากบ้านของฉันซะของที่เก็บได้ห้ามเอาอย่างอื่นในบ้านออกไปนอกจากเสื้อผ้าเน่าๆเท่านั้น"
นังหลิวพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจตอนนี้เธอต้องมาเสียเวลาเล่นไพ่เพราะสามแม่ลูกไร้ประโยชน์พวกนี้ ทั้งสามไม่พูดต่างประคองกันไปห้องเก็บฟืนที่ใกล้ยุ้งข้าว เก็บของใส่ถุงผ้าไม่กี่ชิ้นแม่มีเพียงหนังสือที่แทนบัตรประจำตัวของท่านและพวกเธอสองคน หนังสือสำหรับเรียนในภาครัฐที่ไม่ต้องเสียค่าเทอมแต่ต้องจ่ายค่าชุดและค่าหนังสือเรียนแต่ถูกสะใภ้รองยึดไป
"นี่เป็นหนังสือรัฐถึงพวกเธอจะไม่ได้จ่ายเงินค่าเทอมแต่ค่าใช้จ่ายพวกนี้เป็นของบ้านหมิง" สะใภ้รองพูดขึ้น
"เอาไปสิฉันมีปัญญาซื้อให้ลูกใหม่อยู่แล้ว"
เซิ่นลี่ตอบกลับเธอรู้ดีว่าสะใภ้รองคนนี้กลัวที่จะต้องเสียเงินซื้อเพราะบ้านหมิงให้เงินครอบครัวละห้าหยวนต่อเดือน เธออยู่สิบกว่าปีถึงจะต้องถูกสามีล้างผลาญแต่มีเงินพอค่ารถไฟพาลูกไปอีกอำเภอได้ เธอแบกหน้าขอไปพึ่งพาพ่อแม่นำเงินไปรักษาลูกๆถึงละอายใจแต่คิดว่าครอบครัวเธอคงไม่ใจดำเหมือนครอบครัวนี้แน่นอน
"ไหวไหมครับพี่ใหญ่" เสี่ยวหลางถามพี่สาวถึงตัวเองจะหน้าบวม ขาเป๋แต่ใช้แรงช่วยเหลือพี่สาวที่ตอนนี้เหมือนเหม่อลอยพยุงตัวให้เดินไปตามหลังแม่คำพูดนี้ทำให้ดาราจ้องมองน้องชายด้วยตาที่ร้อนผ่าวบวมปิดข้างนึงยิ้มให้เขาแล้วลูบหัวเบาๆ พูดขึ้น
"พี่ไหว" ดาราตอบในตอนนี้ร่างกายอยากจะบอกว่าไม่แต่ใจเธอสู้ซะไม่ยอมตายถ้าแม่กับน้องชายยังไม่พ้นขุมนรกนี้ ตอนที่เธอเหม่อมองเห็นของในย่ามเหมือนว่าต่างออกไปเพราะมีกระบอกน้ำอะไรสักอย่างด้านในส่องแสงระยิบระยับหวังว่าจะเป็นน้ำวิเศษเหมือนนิยายเธอจะได้รักษาตัวเอง แม่และน้องชายที่เขียวช้ำไปทั้งตัว เซิ่นลี่เองได้ยินลูกสาวพูดเธอกัดฟันพยายามกลบความอ่อนแอของตัวเองพยุงลูกสาวเดินออกไปจากบ้านหลังนี้พร้อมลูกชายอีกแรง
"สะใภ้รองเอาเกลือกับน้ำมาสาด ไล่ตัวซวยออกไปซะ!"
"ค่ะคุณแม่" "ซ่าส์" เสียงเกลือและน้ำสาดออกมาจากบ้านเมื่อเราสามแม่ลูกเดินก้าวพ้นประตูทำให้ดาราได้แต่หยุดมองบ้านหลังนี้แล้วนั้งยองๆ ขีดๆบนดิน
"อิงอิงลูกไหวไหมฮึก!"
"หนูไหวค่ะแม่ ช่วยออกห่างหนูสักพักก่อนถ้าเห็นอะไรขอให้แม่และเสี่ยวหลางเงียบเอาไว้นะคะ"
ดาราพูดขึ้นทำให้เซิ่นลี่มึนงงแต่ก็เชื่อใจลูกสาวเธอจับแขนลูกชายออกห่างเล็กน้อย บ้านหมิงอยู่เชิงเขาใกล้ทางไปนาไม่ได้ติดกับบ้านชาวบ้านไม่มีคนสัญจรตอนนี้ชาวบ้านคงอยู่ในทุ่งนาเพราะอยู่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ส่วนผู้นำหมู่บ้านและพยานคนอื่นได้จากไปเมื่อเสร็จธุระ
ดารามองซ้ายมองขวาไม่มีคนทำให้เธอจ้องมองไปยังบ้านหมิงจากนั้นเอาถุงย่ามออกมาเธอล้วงไปยังขวดที่ปิดฝาสนิทนำออกมามันคือผงขี้เถ้าผีตายโหงที่ถูกเผาอย่างละเอียด เธอเดินโซซัดโซเซไปยังประตูรั้วสูงที่ทำจากเหล็กหนาจากนั้นใช้ไม้ขุดที่พื้นนำบาดแตก ผมของผีพราย เลือดไก่ดำออกมาแล้วเริ่มบริกรรมคาถาด้วยแววตาดุร้ายเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
"พวกมึงอยากกลืนกินโชคลาภนั้นหรือตอนนี้กูปลดปล่อยให้เป็นอิสระจงไปกินความสุข โชคในบ้านนี้ไม่ว่าลูกเล็กเด็กแดง อิ่มแล้วพวกมึงก็ยึดบ้านหลังนี้ให้เป็นของตัวเองซะ ไอ้อีตระกูลหมิงชั่วโครตของพวกมึงต่อแต่นี้ไปกูขอสาปแช่งให้พวกมึงจงมีแต่ความชิบหาย คำสาปแช่งนี้จงสะท้อนไปหาพวกมึงตระกูลหมิงอย่าได้มาเกี่ยวกับกู น้องชายกูสายเลือดของกู……"
"ครืน…เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!"
ฟ้ามืดส่งเสียงร้องตอบสนองตรงที่บ้านครอบครัวหมิงก่อนหายไปพร้อมคาถาที่สวดเสร็จ ดาราฝังผงผีตายโหงและบาตรแตกไปพร้อมเส้นผมผีพรายและสาดเลือดไก่ดำซึมลงดิน เมื่อเสร็จสิ้นเธอขีดเขียนอาคมแปดทิศด้วยมีดหมอโบราณตัดผ่านบังตาเอาไว้ ก่อนจะแทงลงตรงกลางเธอได้ยินเสียงโหยหวนของวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลหมิงที่จมอยู่กับความทรมาน
ใครไม่รู้ว่าเธอทำอะไรแต่ความสามารถพิเศษของดาราคือการเห็นผี สื่อสารกับวิญญาณได้และกำหนดวิญญาณได้เช่นกัน เมื่อพอใจเธอดึงมีดหมออาคมโบราณขึ้นก่อนถุยน้ำลายลงพื้นไม่นานมีหนอนสีดำมากัดกินเป็นอันคำสาปแช่งสำเร็จ เธอได้ป้องกันการสะท้อนกลับไปในตัวก่อนจะเก็บขวดผงผีตายโหงและมีดทำให้เธอประหลาดใจเพราะของในนี้เหมือนว่าจะไม่มีวันหมด พอเอาของใส่ลงไปด้านในเหมือนว่าไม่มีวันเต็มเช่นกันอีกอย่างไม่ได้มีน้ำหนักออกจะรู้สึกเบาด้วยซ้ำ ทำให้เธอยิ้มออกมาแล้วนึกถึงช่องเล็กๆก่อนนำถุงย่ามเข้าไปไว้ในนั้นแล้วเดินไปหาแม่และน้องชายพูดขึ้นทันที
"เดินออกจากหมู่บ้านก่อนแล้วหนูจะบอกเรื่องที่อยากรู้ค่ะ"
///////////******////////////
(ต่อไปใช้อิงฮวาหรือเซิ่นอิงฮวา ขอบคุณค่ะ)

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...