โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ก.เกษตรฯ ปรับเกณฑ์จ่ายภัยพิบัติ ชดเชยสูงสุดไร่ละ 6,800 บาท

Thai PBS

อัพเดต 24 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (25 ส.ค.2569) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2569 โดยมีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้เป็นการคำนวณบวกเพิ่มจากฐานต้นทุนการเพาะปลูกเดิมอีกร้อยละ 20-30 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพค่าใช้จ่ายจริงของเกษตรกรที่ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ แม้มาตรการดังกล่าวจะเริ่มประกาศใช้เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ครอบคลุมกรณีน้ำท่วมในพื้นที่ จ.น่าน ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แต่สำหรับการประสบภัยพิบัติในพื้นที่พืชสวนและนาไร่หลังจากนี้ เกษตรกรจะได้รับเงินเยียวยาในอัตราใหม่ทันที

สำหรับอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีพืชผลเสียหายสิ้นเชิงจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ มีการปรับเพิ่มขึ้นในทุกหมวดพืช ได้แก่

  • นาข้าว ปรับเพิ่มจากเดิมไร่ละ 1,340 บาท เป็น 2,340 บาท
  • พืชไร่และพืชผัก ปรับเพิ่มจากเดิมไร่ละ 1,980 บาท เป็น 3,480 บาท
  • ไม้ผลและพืชอื่น ๆ ปรับเพิ่มจากเดิมไร่ละ 4,048 บาท เป็น 6,800 บาท

นอกจากนี้ ในกรณีที่พื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายจากดินโคลนถล่ม ได้มีการปรับเพิ่มค่าขุดลอกและขนย้ายซากออกจากพื้นที่ จากเดิมไร่ละ 7,000 บาท ขึ้นเป็นไร่ละ 16,000 บาท ขณะที่อัตราการช่วยเหลือสำหรับชาวประมงและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่ยังคงยึดตามหลักเกณฑ์เดิม

ขณะที่เสียงสะท้อนจากเกษตรกรในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ นายสมชาย แสงทอง แสดงความเห็นด้วยกับการปรับอัตราเงินช่วยเหลือใหม่ เนื่องจากเกษตรกรยังคงต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ประกอบกับเบี้ยประกันภัยพืชผลทางการเกษตรในระบบปัจจุบันมีราคาสูง

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรมีความหวังว่าหากรัฐบาลสามารถขยายวงเงินช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตจากเดิมไร่ละ 1,000 บาท (ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่) เพิ่มเป็นไร่ละ 2,000 บาท ได้ ก็จะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นใน แต่ละฤดูกาลได้อย่างมาก

TDRI แนะรัฐปรับกลยุทธ์ ป้องกันแทนจ่ายชดเชย

ทางด้าน รศ.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ให้ความเห็นว่า ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ภัยธรรมชาติต่าง ๆ มีความรุนแรงมากขึ้น การเยียวยาด้วยการจ่ายเงินชดเชยหลังเกิดเหตุเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าในระยะยาว

รัฐบาลควรเปลี่ยนมุ่งเน้นการลงทุนเชิงป้องกัน โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัยในระดับชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงการปรับปรุงผังเมืองเพื่อลดความสูญเสียตั้งแต่ต้นน้ำ นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐนำระบบประกันภัยจากภาคเอกชนเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดภาระทางการคลังของประเทศ

สำหรับการดำเนินการจ่ายเงินเยียวยา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงยึดหลักการจ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยจะมีเจ้าหน้าที่และข้าราชการสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตรลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบความเสียหายเพื่อประกอบการพิจารณา

ด้านแหล่งเงินทุนจะใช้วงเงินจากงบประมาณฉุกเฉินของผู้ว่าราชการจังหวัด และงบทดรองราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหลัก หากกรณีเกิดภัยพิบัติรุนแรงจนวงเงินไม่เพียงพอ สามารถเสนอเรื่องไปยังกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาขยายกรอบวงเงินทดรองราชการเพิ่มเติมได้ตามสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปยังคงต้องจับตาการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการผลิต ของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่าจะมีการพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตสำหรับปีการผลิต 69/70 เพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้เกษตรกรมีทุนหมุนเวียนสำหรับการหมุนเวียนเพาะปลูกในรอบถัดไป

อ่านข่าว :

ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา “ปริญญ์” คดีพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารฯ

ครม.เคาะ "กิติภณ รื่นสัมฤทธิ์" นั่ง ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติคนใหม่

ครม.แต่งตั้งบิ๊ก มท.ล็อตใหญ่ "ปิยะ" นั่งอธิบดี สถ. โยก "ธีรุตม์" เป็นผู้ตรวจฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สหรัฐฯ เตรียมถอนวีซาต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

53 นาทีที่แล้ว

จีนเรียกคืนรถ 4.3 ล้านคัน แก้ความเสี่ยงมือจับประตู EV ใช้งานไม่ได้

55 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...