โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโผ 3 หุ้นเล็ก ครึ่งปีแรก 67 กำไรทะลัก ลุ้นธุรกิจแจ่มต่อเนื่อง!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 21 ก.ย 2567 เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ข้อมูลจาก ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ระบุว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน mai จำนวน 212 บริษัท คิดเป็น 96% จากทั้งหมด 221 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด) นำส่งผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปี 2567 รายงานกำไรสุทธิจำนวน 152 บริษัท คิดเป็น 72% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด โดยมีกำไรสุทธิ 6,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.50% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หากไม่นับรวมกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจากการ Turn around กำไรสุทธิจะเป็น 4,9449 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8%

โดยภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 67 ของ บจ. ใน mai ปรับตัวดีขึ้น บจ. มีการควบคุมทั้งต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมาตั้งแต่ไตรมาสแรกในปีนี้ ทำให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น และหากพิจารณารายกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่ายอดขายเติบโตในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ยกเว้นกลุ่มทรัพยากรที่มียอดขายลดลงเล็กน้อย แต่หากพิจารณากำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิ เกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น มีเพียงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยีที่มีกำไรลดลง

อย่างไรก็ดีจากการสำรวจบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ทั้งหมดพบ 3 บจ.กำไรสุทธิ 6 เดือนปี 67 เติบโตระดับ 67 - 110% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อยู่ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมประกอบด้วย

บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 ผู้ให้บริการรถโดยสารไม่ประจำทาง เพื่อขนส่งพนักงานของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในและนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม ระหว่างแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการ โดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) กำไรเติบโดดเด่นงวด 6 เดือนแรกปี 67 อยู่ที่ 22 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110% ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับระดับกำไรสุทธิปี 66 ทั้งปีทำได้ 29 ล้านบาท

เช่นเดียวกับบริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น โดยมีนโยบายลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (Holding Company) มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 169 ล้านบาท

รวมถึง บริษัท แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NAT ผู้ประกอบธุรกิจบริการให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา จำหน่ายอุปกรณ์พร้อมติดตั้ง และรับเหมาวางระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท โดยกำไรครึ่งปีแรกเติบโตเกือบใกล้ระดับปีก่อนทั้งปีที่ทำได้ 117 ล้านบาท

ขณะที่เมื่อดูราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ วันที่ 20 ก.ย. 67 พบว่าทั้ง 3 บริษัทมีระดับอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ต่ำ ทั้งเทียบกับหุ้นใน mai ทั้งหมด (เฉลี่ย 35.15 เท่า) และเทียบกับหมวดธุรกิจเดียวกัน โดย A5 เทรด P/E ต่ำสุดเพียง 4.81 เท่า แต่กลุ่มอสังหาฯ มีระดับ P/E เฉลี่ย 21.85 เท่า, NAT เทรดที่ P/E เพียง 11.12 เท่า กลุ่มเทคโนโลยีมี P/E เฉลี่ย 25.69 เท่า และ ATP30 เทรดที่ P/E เพียง 15.77 เท่า แต่กลุ่มบริการมี P/E เฉลี่ยถึง 99.26 เท่า

ด้าน นาย สุธี อภิชนรัตนกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NAT คาดการณ์ผลประกอบการครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง โดยมีงานโครงการและบริการที่ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าที่รอดำเนินการและส่งมอบพร้อมรับรู้รายได้ (Backlog) จำนวนทั้งสิ้น 53 โครงการ มูลค่ารวม 684.64 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 677) ซึ่งบริษัทสามารถรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปี 68

ขณะเดียวกันคาดว่าจะสามารถเข้ารับงานใหม่อีกประมาณ 28 โครงการ มูลค่ารวม 500 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมายเติบโต 30% จากปีก่อนที่ทำได้ 1,558 ล้านบาท และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง

ขณะที่มีแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้มีความหลากหลาย โดยเน้นรูปแบบบริการที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต เช่น AI & Generative AI, Data Analytic และ Cybersecurity รวมถึงสร้างการเติบโตผ่านการขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติมจากกลุ่มเดิมไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ โดยมุ่งเน้นธุรกิจที่จะสร้างรายได้ และ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้กับบริษัท เช่น กลุ่มโรงพยาบาล, กลุ่มธุรกิจดูแลสุขภาพ และ กลุ่มธุรกิจพลังงาน ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างมากตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ส่วน นาย ปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ ATP30 เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจครึ่งหลังปี 67 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการเพิ่มจำนวนรถให้บริการกับลูกค้ารายเดิม และมีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ทั้งในด้านการบริหารจัดการการเดินรถ ต้นทุนพลังงาน และต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีรายได้ค่าบริการที่ยังไม่ได้รับรู้ (Backlog) 1,500 ล้านบาท และมีจำนวนรถให้บริการรวมทั้งสิ้น 746 คันประกอบด้วย รถโดยสารบริษัทจำนวน 687 คันและรถโดยสารร่วมบริการจำนวน 59 คัน นอกจากนี้ในไตรมาส 3/67 ได้มีการเซ็นสัญญากับลูกค้าใหม่จำนวน 4 ราย คิดเป็นมูลค่าสัญญารวม 280 ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการปีนี้ มั่นใจว่ารายได้จะทำได้ตามเป้าหมายเติบโต 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 671 ล้านบาท และสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับ 20% รวมถึงอัตรากำไรสุทธิประมาณ 8-10%

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร A5 ประเมินภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัว จากปัจจัยบวกมาตรการรัฐหลายประการ รวมถึงความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยกลุ่มลักชัวรียังมีอย่างต่อเนื่อง

โดยช่วงครึ่งแรกปี 67 ผลประกอบการของบริษัทปรับตัวดีขึ้นทั้งรายได้และกำไร มาจากยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการ "แซงค์ รอยัล กรุงเทพกรีฑา" ที่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ทั้งโครงการเสร็จสิ้นภายในปี 67 และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโครงการร่วมค้าโครงการ ต้นสน วัน เรสซิเดนซ์ ที่เป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบกับมียอดขายโครงการที่อยู่ระหว่างขายเข้ามาต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมียอดขายในมือ (Backlog) 1,100 ล้านบาท จะเริ่มทยอยรับรู้ ตั้งแต่ไตรมาส 3/67 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ เตรียมเปิดตัวโครงการ "วนา ราชพฤกษ์ - เวสต์วิลล์" บ้านเดี่ยว 3 ชั้น บนที่ดิน 17 ไร่ ความส่วนตัวสูง 43 ยูนิต ราคา 30 - 60 ล้านบาท ส่วนโครงการ "แซงค์ รอยัล กรุงเทพกรีฑา" จะจัดแคมเปญ “Last Chance to own a LEGACY” เอกสิทธิ์เพียง 3 ครอบครัวสุดท้ายก่อนปิดโครงการ ในราคาพิเศษเริ่ม 120 ล้านบาท และเตรียมเปิดโครงการ "แซงค์ รอยัล" แห่งใหม่ มูลค่า 1,600 ล้านบาทภายในปลายปีนี้ พร้อมเร่งปรับกลยุทธ์การขาย เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูง เสริมศักยภาพการแข่งขัน ท่ามกลางความท้ายทายที่ตลาดอสังหาฯ ยังคงต้องเผชิญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...